ข่าว

ขอพื้นที่ปลอดภัยคำร้องขอจากหมอรพ.เจาะไอร้อง

ขอพื้นที่ปลอดภัยคำร้องขอจากหมอรพ.เจาะไอร้อง

15 มี.ค. 2559

ขอพื้นที่ปลอดภัยให้รพ.-จนท.ได้ช่วยเหลือชาวบ้าน คำร้องขอจากหมอรพ.เจาะไอร้อง : สัมภาษณ์พิเศษ โดยสมชาย สามารถ

           จากเหตุการณ์ผู้ก่อความไม่สงบบุกยึดสถานที่โรงพยาบาลเจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เป็นสถานที่ในการยิงถล่มฐานปฏิบัติการกองร้อยทหารพรานที่ 4816 กรมทหารพรานที่ 48 เมื่อช่วงเย็นวันที่ 13 มีนาคม ที่ผ่านมา และเป็นครั้งแรกที่ปฏิบัติการผู้ก่อการร้ายใช้เจ้าหน้าที่และสถานที่ให้บริการทางด้านสาธารณสุขเพื่อก่อเหตุในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และครั้งแรกของเหตุการณ์ความไม่สงบตั้งแต่เดือนมกราคม 2547

           “อยากจะส่งข้อความไปถึงผู้ที่คิดจะทำการแบบนี้ว่า โรงพยาบาลเป็นสถานที่ที่ใช้ในการดูแลทุกชาติ ทุกศาสนา ทุกคน เราไม่ได้ฝักใฝ่ฝ่ายใด เราต้องการช่วยเหลือ บำบัดทุกข์ให้แก่ประชาชน ให้ได้รับการบริการที่ดี โดยหายจากโรค สามารถกลับไปอยู่ในสังคมได้ตามปกติ” นพ.สมหมาย บุญเกลี้ยง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส กล่าว และว่า นอกจากนี้ในโรงพยาบาลยังเป็นสถานที่ที่ต้องการความสงบ เพราะการรักษาต้องให้หมอ ให้ทีม รวมทั้งคนไข้ ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ มีสุขภาพจิตที่ดี เพื่อทำให้โรคทางกายของเขาหายได้อย่างรวดเร็ว

           แต่ถ้าหากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมาอาจจะทำให้ทั้งในส่วนของผู้ให้บริการคือ แพทย์ พยาบาล เกิดความวิตกกังวล อาจมีผลต่อการรักษาที่มีประสิทธิภาพด้อยลง อย่างน้อยที่สุดประชาชนที่อยู่ที่โรงพยาบาลมีความรู้สึกวิตกกังวล รู้สึกเครียด ซึ่งจะมีผลต่อการรักษา

           และที่สำคัญ ในโรงพยาบาลเป็นสถานที่กาชาดสากล ที่ต้องดูแลทุกชาติพันธุ์ ด้วยความเสมอภาค ฉะนั้นจึงอยากจะขอพื้นที่ความปลอดภัยให้แก่โรงพยาบาล ขอพื้นที่ความสงบให้แก่โรงพยาบาล เพื่อให้แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ทำหน้าที่อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ที่มารับบริการจากโรงพยาบาล

           สำหรับโรงพยาบาลเจาะไอร้องมีบุคลากรประมาณ 150 คน เป็นโรงพยาบาลขนาด 30 เตียง รองรับประชาชนในพื้นที่ อ.เจาะไอร้อง และอำเภอใกล้เคียงวันละประมาณ 200 คน ฉะนั้นจึงอยากฝากข้อความไปยังผู้เห็นต่างว่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือโรงพยาบาลทำหน้าที่ปลอดทุกข์ให้แก่ทุกคน

           พญ.บุญรัตน์ ประพันธ์วงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจาะไอร้อง กล่าวว่า การที่เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลยังมาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ เนื่องจากส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่เป็นคนในพื้นที่ โดยเป็นทั้งคนในพื้นที่ อ.เจาะไอร้อง และอำเภออื่นใน จ.นราธิวาส ที่มาจากต่างจังหวัดก็มี แต่ไม่เยอะ

           “ทุกคนมองว่า ที่นี่คือบ้านของเรา ถ้าเราไม่ดูแลบ้านของเราก็ไม่รู้จะไปดูแลอะไร ถึงแม้ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ก็ตกใจ แต่ว่าเหตุการณ์สงบแล้ว แล้วเราก็ยังมั่นใจว่า ในฐานะบทบาทของเราที่เป็นผู้ให้ก็คือเป็นผู้ที่ดูแลชาวบ้าน ดูแลคนป่วย เราเป็นคนกลางที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ไม่ว่าจะเป็นรัฐ หรือผู้ก่อการ เราดูแลทุกคน”

           ซึ่งเราเชื่อว่า บทบาทตรงนี้เป็นอะไรที่เขาน่าจะเข้าใจ และเป็นเกราะป้องกันที่เขาจะไม่ทำร้ายเจ้าหน้าที่ ฉะนั้นสิ่งที่อยากฝากข้อความไปถึงกลุ่มที่กระทำหรือคิดกระทำกับโรงพยาบาลก็คือ อยากจะบอกว่า โรงพยาบาลเป็นของประชาชน โรงพยาบาลไม่ได้เป็นของหมอ ไม่ได้เป็นของพยาบาล ไม่ได้เป็นของใคร แต่โรงพยาบาลเป็นของประชาชน

           เวลาที่ได้ประโยชน์ประชาชนได้ประโยชน์ เวลาเสียประโยชน์ก็ประชาชนอีกเช่นเดียวกันที่เสียประโยชน์ หมอในฐานะแพทย์ ที่พูดไม่ได้พูดในฐานะของผู้อำนวยการโรงพยาบาล แต่พูดในฐานะแพทย์คนหนึ่งที่ดูแลรักษาผู้ป่วย ให้คำปรึกษาทางด้านสุขภาพ แล้วก็ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาต้องการ

           “ตั้งแต่ก้าวแรกที่มาทำงานที่นี่เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ก็ยังคงยืนยันเหมือนเดิม ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ว่าหมอมาในฐานะของผู้ให้ ก็ให้ได้ตรงนี้ แค่อยากจะบอกเท่านั้น และจะทำหน้าที่อย่างที่ดีที่สุด เต็มความสามารถที่หมอมี ปีนี้ก็ครบ 10 ปีพอดี ในเดือนเมษายนที่จะถึงนี้ 9 ปี 11 เดือน กับ 20 วัน”

           สำหรับการทำหน้าที่ในพื้นที่เกือบ 10 ปีนั้น ส่วนหนึ่งเป็นคนในพื้นที่ คือ อ.เมือง แต่คลุกคลีอยู่ในพื้นที่มาโดยตลอด เนื่องจากคุณพ่อเป็นครู และเคยรับราชการอยู่ที่ อ.เจาะไอร้อง เป็นระยะเวลาหนึ่ง ถามว่าสถานการณ์ในพื้นที่มันน่ากลัวไหม ก็ต้องบอกว่าน่ากลัว ทุกคนกลัวเหมือนกันหมด เพียงแต่ว่า เราเห็นบริบทอีกมุมหนึ่งนอกจากสถานรุนแรงที่เกิดขึ้น ก็คือในพื้นที่ชาวบ้านเป็นคนน่ารัก แล้วก็น่าสงสาร เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ห่างไกลโอกาส ซึ่งส่วนตัวหลังจากได้มาทำงานการตอบรับจากชาวบ้านก็ดี ซึ่งจริงๆ แล้วหมออยู่ไม่ได้ถ้าชาวบ้านเขาไม่ให้อยู่ ที่ผ่านมาก็พูดมาตลอดว่า ถ้าชาวบ้านอยากให้หมออยู่หมอก็จะอยู่

           แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ชาวบ้านไม่อยากให้หมออยู่ก็บอกได้เลย เพราะหมอสามารถไปได้ทันที ของไม่เยอะ ใช้เวลาเก็บไม่นานก็สามารถจะไปได้ทันที ก็พูดอย่างนี้มาตลอด เพราะเราตั้งใจว่า มาเพื่อทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ให้ชาวบ้านได้รับบริการทางด้านสาธารณสุขที่ดี

อรวรรณ นามขันพยาบาลรพ.เจาะไอร้อง

           เสียงปืนที่ดังสนั่นหวั่นไหวนานแบบชั่วกัปชั่วกัลป์ถูกฝังลึกในความทรงจำของแพทย์และพยาบาล รวมถึงคนไข้หลายร้อยชีวิต โดยเฉพาะ “อรวรรณ นามขัน” พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลเจาะไอร้อง ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อคนร้ายใช้เชือกมัดมือบังคับให้นอนลงกับพื้นห้องทั้งๆ ที่เธอท้อง 6 เดือน

           อรวรรณ เล่าวินาทีชีวิตให้ฟังว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเร็วมาก คนร้ายแต่งกายชุดสีดำคล้ายเจ้าหน้าที่แต่สัมผัสได้ทันทีว่าไม่ใช่เพราะทันทีที่เข้ามาภายในห้องพร้อมอาวุธปืนสั่งให้หมอบลงกับพื้นที่และอยู่นิ่งๆ ก่อนที่จะใช้ด้ามปืนทุบทำลายคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์หลายอย่างรวมถึงยึดโทรศัพท์มือถือไปและทุบจนแตกเสียหาย

           จากนั้นนำเชือกคล้ายเชือกฟางมามัดมือไว้ไม่ให้ขัดขืน “จังหวะนั้นได้แต่ร้องขอ อย่าทำอะไรหนูเลยน้องมีลูกในท้องอยู่ขอร้องน่ะอย่าทำร้ายเรา” นี่คือสิ่งที่พรั่งพรูพูดออกมาในจังหวะที่คนร้ายเร่งมัดมือจำกัดขอบเขต ขณะที่คนร้ายอีกหลายคนทยอยเข้ามาทุบอุปกรณ์ภายในห้องและวิ่งขึ้นไปชั้น 2 ของอาคาร หลังจากนั้นก็มองไม่เห็นอะไรเพราะต้องหมอบกับพื้นตลอด จังหวะนั้นสิ่งที่ได้ยินมีแค่เสียงปืนดังนานพักใหญ่เมื่อทุกอย่างสงบลงจึงทำให้รู้ว่ายังมีลมหายใจอยู่

           เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่อีกหลายคนที่วันนี้ยังคงมาทำงานตามปกติเพราะเข้าใจดีว่าโรงพยาบาลไม่สามารถหยุดหรือปิดได้เพราะชาวบ้านอีกมากที่ต้องการความช่วยเหลือ

           แม้ว่าพื้นที่ย่านบ้านพักของเจ้าหน้าที่ทั้งหมดจะถูกกันพื้นที่ห้ามบุคคลไม่เกี่ยวข้องเข้าไปเพราะต้องรอให้เจ้าหน้าที่เข้าเก็บหลักฐาน จะปรากฏภาพปลอกกระสุนปืนมากกว่า 2,000 นัดตกเกลื่อนพื้นที่ โดยเฉพาะจุดอาคารด้านหน้าจุดเดียวมีปลอกกระสุนปืนตกอยู่เกือบ 500 ปลอก