ข่าว

ปชป.มีมติตั้งคกก.สอบโครงการชุมชนพอเพียง

ปชป.มีมติตั้งคกก.สอบโครงการชุมชนพอเพียง

30 ก.ค. 2552

ปชป.มีมติตั้ง คณะกรรมการสอบโครงการชุมชนพอเพียง “ กอร์ปศักดิ์ ” ระบุ พรรคพร้อมถูกตรวจสอบ

(30ก.ค.) นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี และกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ที่มีนายอภิสิทธิ์   เวชชาชีวะ   หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานว่า กล่าวภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้หยิบยกกรณีข้อห่วงใยและข้อท้วงติง กรณีความไม่เหมาะสมของการดำเนินนโยบายชุมชนพอเพียงที่มีการกล่าวหาว่ามีสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เข้าไปเกี่ยวข้องแสวงหาผลประโยชน์ในเรื่องนี้
 
 โดยที่ประชุมได้มีมติตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง 1 ชุด ประกอบด้วยนายเจริญ   คันธวงศ์ ส.ส.สัดส่วน นายนิพิฏฐ์   อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง   นายถวิล ไพรสนฑ์ ส.ส.กทม. โดยคณะกรรมการชุดนี้จะมีการสอบสวนข้อมูลข้อเท็จจริงทุกอย่างที่ไปที่มาของข่าวที่ปรากฏหน้าหนังสือพิมพ์ เพราะส่วนใหญ่เป็นการอ้างอิงจากรายงานข่าว รวมถึงตรวจสอบบุคคลที่ปรากฏชื่อในข่าวว่ามีส่วนเกี่ยวข้องจริงหรือไม่ รวมถึงกรณีที่มีชื่อน้องชายของตนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ยืนยันได้ว่า น้องชายตนไม่เกี่ยวข้องกับการแสวงหาผลประโยชน์   การสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการชุดนี้คาดว่าจะใช้เวลาไม่นานก็จะสามารถรายงานข้อเท็จจริงให้คณะกรรมการบริหารฯ ได้รับทราบ
 
 “การตั้งคณะกรรมการฯขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง เป็นหน้าที่ของพรรคประชาธิปัตย์ต้องรับผิดชอบหลังจากที่มีข้อท้วงติงว่าไม่เหมาะสม ซึ่งไม่ถือว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอรัปชั่น และการออกมาเปิดเผยข้อมูลว่ามีบุคคลในพรรคเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย พรรคจึงต้องตรวจสอบเรื่องนี้ และพร้อมให้มีการตรวจสอบ เราจะปล่อยให้คนของพรรคไปทำอย่างนี้ไม่ได้ ” นายกอร์ปศักดิ์ กล่าว
 
 ผู้สื่อข่าวถามว่า บริษัทที่ได้รับการติดตั้งตู้น้ำระบบหยอดเหรียญ ส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่เคยซื้อโต๊ะบริจาคเงินให้พรรคประชาธิปัตย์ในการระดมทุน นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวว่า ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกัน เพราะการซื้อโต๊ะบริจาคเงินเกิดขึ้นในช่วง 2 ปีก่อนหน้านี้ ในช่วงที่พรรคเป็นฝ่ายค้าน และการเข้ามาดำเนินการดังกล่าว สำนักงบประมาณได้ประเมินตัวเลขวงเงินตู้หยอดเหรียญ ตู้ละ 1.5-2 แสนบาท ดังนั้นเป็นเรื่องของชุมชนที่จะตัดสินใจในการเลือกซื้อจากบริษัท ตนยืนยันอีกครั้งว่า โครงการชุมชนพอเพียงของรัฐบาลมีจำนวนมาก โดยเฉพาะในกทม.มีกว่า 1,900 ชุมชน แต่ถูกร้องเรียนเข้ามาเป็นส่วนน้อยเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่มีการท้วงติงว่าไม่เหมาะสม แต่ยังไม่มีการทุจริตเกิดขึ้น