
มวยมีเชิง
มวยมีเชิง : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ สำนักข่าวเนชั่น
หากดูการร่างรัฐธรรมนูญในยุค คสช.ทั้งสองครั้งที่ผ่านมา จะพบว่าสิ่งที่ “มีชัย ฤชุพันธุ์” กำลังทำนั้น มีความคล้ายคลึงกับสิ่งที่ “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” เคยทำ กล่าวคือ พยายามร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของ คสช.
แต่การทำเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของทั้งสองคนนั้น เป็นไปในลักษณะของผู้มีชั้นเชิง กล่าวคือใช้ความสามารถในทางกฎหมายระดับปรมาจารย์ชั้นเซียนเหยียบเมฆ วางกลไกต่างๆ ที่สลับซับซ้อนเพื่อรองรับความต้องการ และโจทย์ที่ คสช.ยื่นให้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
เราจึงเห็นกระบวนการมาตรการต่างๆ ทยอยถูกคิดออกมาจากมันสมองเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการปฏิรูปและการปรองดอง การเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม การเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม ที่เลือก ส.ส.สองแบบด้วยบัตรใบเดียว การสรรหา ส.ว.จากหลากหลายผู้สรรหา การเลือกตั้งกันเองของกลุ่มต่างๆ เพื่อให้ได้มาซึ่ง ส.ว. รูปแบบการได้มาซึ่งองค์กรอิสระ ซึ่งจะมีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมการทำงานของรัฐบาล การเขียนห้ามทำนโยบายประชานิยม หรือการให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้พิจารณาในกรณีที่เกิดสุญญากาศของรัฐธรรมนูญตามมาตรา 7
ซึ่งทั้งหมดก็เพื่อให้สนองความต้องการของ คสช. ในขณะเดียวกันก็เพื่อไม่ให้ถูกโจมตีมากเกินไปนัก เพราะที่สุดแล้วร่างรัฐธรรมนูญจำเป็นจะต้องนำไปให้ประชาชนตัดสินผ่านการทำประชามติ ซึ่งที่ผ่านมาก็ถือว่าทำได้ชนิดสอบผ่าน เพราะสามารถอธิบายเรื่องต่างๆ ได้แบบกล้อมแกล้ม แม้จะถูกโต้แย้งว่าไม่ถูกต้องในเชิงหลักการ
แต่ดูเหมือนว่า กลไกที่กลั่นออกมาจากยอดฝีมือทั้งสองนั้น จะยังไม่เพียงพอกับความต้องการของ คสช. โดยเฉพาะล่าสุดกับเรื่อง ส.ว. ที่พวกเขาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า จะเอา ส.ว.สรรหา รวมไปถึงเสียงกระซิบแบบดังๆ ว่า และอาจจะหมายถึงการให้มีอำนาจเลือกนายกฯ ด้วย
เรียกได้ว่า เป็นความอยากได้ชนิดที่เรียกว่าเอากันตรงๆ โต้งๆ หากเปรียบวิธีของ “มีชัย-บวรศักดิ์” เป็นชั้นเชิงของคนมีวิชา วิธีของ คสช.ก็เหมือนวิธีนักเลงหัวไม้บ้านๆ จะเอาแบบไหนก็ว่ากันตรงๆ ไม่เหนียมอาย ไม่ใส่ชั้นใส่เชิง และที่สำคัญไม่มองถึงอนาคต ประมาณว่าจะเอาก็เอา
อย่างไรก็ตาม ระดับ “ซือแป๋มีชัย" แล้ว แม้จะพร้อมทำให้ตามคำสั่ง แต่ก็ย่อมต้องมีชั้นเชิงและลีลา และที่สำคัญคือ เขาต้องไม่เจ็บตัวมากนัก เพราะการเขียนตามความต้องการเช่นนี้ย่อมถูกมองว่าเป็นการสมยอม โดยเฉพาะกับเรื่องที่อาจจะกลายเป็นรอยแผลติดตัวเขาไปตลอดกาล และเขาย่อมรู้เช่นกันว่า เรื่องนี้น่าที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งในสังคมอย่างรุนแรง จนอาจนำมาซึ่งการจบลงของร่างรัฐธรรมนูญที่เขาปลุกปั้นมากับมือ
เขาจึงเรียกร้องหาหนังสือที่เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อยืนยันว่า หากเขียนออกมาเช่นนั้น ไม่ใช่เป็นเพราะความต้องการหรือผ่านการออกแบบมาจากตัวของเขาเอง หากแต่เป็นความต้องการของเหล่าผู้กุมอำนาจในขณะนี้นั่นเอง
นี่จึงเป็นหมากอีกเกมที่ถูกวางเอาไว้ทั้งจาก ผู้ถืออำนาจ และ “เนติบริกร”
'นครบาล'เดินหน้าเชิงรุกปราบค้ามนุษย์จับมือ'สกว.-ปคม.'หวังลดระดับเทียร์3 : สายตรวจระวังภัย ศุภชัย เพชรเทวี
จากรายงานการค้ามนุษย์กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาย้อนหลังปี 2014-2015 จัดลำดับสถานการณ์ค้ามนุษย์ในไทยอยู่ในกลุ่มที่เลวร้าย โดยเฉพาะธุรกิจการประมงที่นับวันจะมีความรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากเป็นแหล่งต้นทางและเส้นทางผ่านของเหยื่อค้ามนุษย์ในทุกเพศทุกวัย ถูกบังคับใช้แรงงานและการค้าทางเพศ โดยอ้างถึงแรงงานอพยพจากประเทศเพื่อนบ้านทั้งพม่า ลาว และกัมพูชา ซึ่งมีตัวเลขสูงถึง 4 ล้านคนต่อปี กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.)เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่รับผิดชอบการป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ในพื้นที่ กทม. แม้จะไม่ใช่หน่วยงานหลักที่รับผิดชอบภารกิจหน้าที่นี้โดยตรง แต่ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับการป้องกันปัญหาการลักลอบค้าประเวณี การใช้แรงงานเด็ก ขอทานเร่ร่อน รวมถึงการทำธุรกิจประมงในพื้นที่ สน.เทียนทะเล
พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รรท.ผบช.น.) ได้เห็นความสำคัญในเรื่องนี้ จึงได้ร่วมกับ ศ.นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.) และคณะวิจัย กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์(บก.ปคม.) กระทรวงการต่างประเทศ นักวิชาการ และกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จัดสัมมนาแลกเปลี่ยน เรียนรู้ พัฒนาศักยภาพและกระบวนการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ให้ประเทศไทยพ้นจากเทียร์ 3 การจัดงานครั้งนี้เป็นความร่วมมือกับ สกว. ซึ่งมีผลงานด้านวิชาการด้านสังคม เศรษฐกิจ เป็นผลประโยชน์ของประชาชน โดยมี พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผบช.น. เป็นผู้ประสานงานทุกหน่วยเข้าร่วม ทั้งนี้ บช.น.ให้ความสำคัญต่อปัญหาการค้ามนุษย์มาโดยตลอดเพราะมีความสำคัญต่อประเทศ
“เป็นที่น่าสลดใจว่า ประเทศเราถูกลดระดับสถานการณ์ค้ามนุษย์อยู่ในอันดับเทียร์ 3 ทำให้เกิดผลกระทบหลายด้าน จึงต้องแสวงหาความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ร่วมแก้ปัญหาให้ตรงจุด แก้ที่ต้นเหตุ โดยเฉพาะการค้าประเวณี ใช้แรงงานเด็ก การขอทาน รวมถึงการประมง ต้องเร่งรัดดำเนินการให้เร็วที่สุด แม้ว่าที่ผ่านมาตำรวจนครบาลจะจับกุมผู้กระทำผิดได้จำนวนมากก็ตาม แต่ยังเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ” รรท.ผบช.น.กล่าว
สำหรับเนื้อหาในการสัมมนาของผู้เกี่ยวข้องที่เข้าร่วมต่างแสดงความเห็นที่หลากหลายเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหา โดยหลังจากนี้ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลจะได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่สถานทูตอเมริกาเพื่อชี้แจงแนวข้อสรุปทางการแก้ปัญหา แสดงให้ทางสหรัฐอเมริกาทราบว่า ประเทศไทยไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องนี้ กำลังมีการแก้ไขอยู่
ขณะที่ ศ.นพ.สุทธิพันธ์ กล่าวว่า สกว.เป็นผู้สนับสนุนการวิจัย ให้เข้าใจเพื่อหาแนวทางในการป้องกันการค้ามนุษย์ โดยมีเป้าหมายให้ไทยพ้นอันดับเทียร์ 3 ซึ่งทางบช.น.จะนำผลงานวิจัยไปแก้ปัญหา โดยมีผู้ประเมินคืออเมริกา ทางสกว.มีระยะการวิจัยประมาณ 1 ปี ที่ผ่านมามีการวิจัยด้านนี้ในระดับหนึ่ง แต่ครั้งนี้เป็นการวิจัยเพื่อการปฏิบัติเชื่อว่า จะได้ผลเป็นรูปธรรมอย่างแน่นอน
สำหรับรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ กระทรวงต่างประเทศสหรัฐอเมริกา แบ่งเป็น 3 กลุ่มดังนี้ กลุ่มเทียร์ 1 หมายถึงประเทศหรือรัฐบาลที่ปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำของกฎหมายปกป้องเหยื่อการค้ามนุษย์อย่างครบถ้วน กลุ่มเทียร์ 2 หมายถึงประเทศหรือรัฐบาลที่ปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำของกฎหมายไม่ครบถ้วน แต่มีความพยายามอย่างมีนัยสำคัญเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน และกลุ่มเทียร์ 3 คือประเทศที่ดำเนินการไม่สอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำตามกฎหมายด้านการค้ามนุษย์ของสหรัฐอเมริกานั่นเอง



