ข่าว

คปภ.เร่งสอบกรมธรรม์เอสซีบีสารเคมีรั่ว

คปภ.เร่งสอบกรมธรรม์เอสซีบีสารเคมีรั่ว

14 มี.ค. 2559

คปภ.เร่งสอบกรมธรรม์เอสซีบีสารเคมีรั่ว ไทยพาณิชย์แจงช่วยเหลือผู้เสียชีวิตรายละ1แสน-ผู้บาดเจ็บ 3 หมื่น

              จากกรณีเกิดกลุ่มควันบริเวณอาคารเอสซีบีปาร์ค ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ ถนนรัชดาภิเษก แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เมื่อกลางดึกวันที่ 13 มีนาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ดับเพลิง รวมทั้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เข้าไปควบคุมสถานการณ์ พบว่าเหตุดังกล่าวไม่ใช่เพลิงไหม้แต่เป็นระบบดับเพลิงแบบถังบรรจุสารเคมี “ไพโรเจน” เกิดทำงานขึ้น จนทำให้สารเคมีรั่วไหลส่งผลให้ช่างที่เข้าทำงานในจุดเกิดเหตุรวมทั้งเจ้าหน้าที่อาคารเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

              วันที่ 14 มี.ค.2559 นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวว่า ขณะนี้ คปภ. กำลังเร่งตรวจสอบการทำประกันของบริษัทผู้รับจ้างเข้ามาติดตั้งระบบดับเพลิงในธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ ว่ามีการทำประกันภัยให้กับลูกจ้าง และพนักงานที่เข้าไปทำงานในอาคาร รวมถึงตรวจสอบการทำประกันภัยส่วนบุคคลของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บว่ามีการทำไว้เองหรือไม่ เพื่อจะเร่งประสานการบริษัทประกันภัยในการเร่งเยียวยา ชดเชยค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เสียหายโดยเร็ว

              ส่วนในกรณีของธนาคารไทยพาณิชย์ เบื้องต้นไม่น่าเข้าข่ายต้องชดเชยค่าสินไหมในส่วนของการทำประกันอัคคีภัย เพราะเหตุไม่ได้เกิดจากพลิงไหม้ แต่มาจากเครื่องดับเพลิงขัดข้อง อย่างไรก็ดีเรื่องนี้จะต้องรอผลตรวจสอบเชิงลึกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อน ซึ่งระหว่างนี้ คปภ.จะมีการเร่งตรวจสอบการทำประกันภัยของธนาคารไทยพาณิชย์เพิ่มถึงการประกันภัยด้านอื่น ที่อาจเข้าข่ายการคุ้มครองการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ด้วย เพื่อเร่งเยียวยาให้กับผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตโดยเร็ว

              นายอำนาจ วงศ์พินิจวโรดม ผู้ช่วยเลขาธิการ สายพัฒนาและวิเคราะห์ระบบการตรวจสอบ สำนักงาน คปภ . เปิดเผยว่า หากธนาคารได้ทำประกันภัยประเภท IAR ไว้ ส่วนใหญ่กรมธรรม์ประเภทนี้จะคุ้มครองเหตุไม่ได้เกิดจากไฟไหม้ แต่คงต้องรอความชัดเจนการตรวจสอบเงื่อนไขกรมธรรม์ที่ธนาคารทำกับคู่สัญญ าบริษัทรับจ้างติดตั้งระบบดับเพลิงก่อนว่าคุ้มคีองหรือไม่

              นอกจากนึ้มองว่า หลังจากเหตุการณ์นี้ธุรกิจธนาคารคงต้องทบทวนกระบวนการบริหารความเสี่ยงภัยของตนเองเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะบริษัทคู่สัญญาที่มาดูแลระบบความปลอดภัยให้รัดกุมมากขึ้น ส่วนธนาคารที่มีค่าเฉลี่ยเกิดความเสียหายถี่ขึ้น ก็มีโอกาสถูกปรับขึ้นนเบี้ยประกันในปีต่อไปแน่นอนแม้แนวโน้มเบี้ยประกัน IARและอัคคีภัยปรับลดลงมากแล้ว


ไทยพาณิชย์ช่วยเหลือผู้เสียชีวิตรายละ1แสน-ผู้บาดเจ็บ 3 หมื่น

              ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ได้ชี้แจงความคืบหน้ากรณีเกิดเหตุการณ์ ณ ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ รัชโยธิน บริเวณชั้นใต้ดิน เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม 2559 เวลาประมาณ 21.30 น. ความว่า ธนาคารขอเรียนชี้แจงว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ระหว่างการดำเนินงานปรับปรุงระบบป้องกันอัคคีภัยเพิ่มเติม เพื่อให้มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น จากปัจจุบันที่ใช้ระบบก๊าซไพโรเจนเป็นสารตั้งต้นในการป้องกันอัคคีภัยมาเป็นระบบ Clean Agent ซึ่งเป็นระบบที่ใช้ก๊าซไนโตรเจนในการดับเพลิง ซึ่งยังคงประสิทธิภาพในการป้องกันอัคคีภัยด้วยมาตรฐานระดับสากล โดยได้มีการว่าจ้างบริษัท เมก้า แพลนเน็ต จำกัด ให้เป็นผู้เข้ามาดำเนินการ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม 2559 ตามแผนที่ได้วางไว้

              จากเหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตจำนวน 8 คนและได้รับบาดเจ็บจำนวน 7 คน ธนาคารขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ไม่คาดคิดในครั้งนี้ และได้ให้ความช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการประกอบพิธีทางศาสนาแก่ผู้ที่เสียชีวิตรายละ 100,000 บาท สำหรับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนั้น ผู้บริหารของธนาคารได้เข้าเยี่ยมทุกรายและได้มอบความช่วยเหลือเบื้องต้นรายละ 30,000 บาท

              สำหรับการสืบสวนหาสาเหตุนั้น ในช่วงเช้าของวันนี้ (14 มีนาคม 2559) ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำโดย พล.ต.ท. ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พร้อมเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ โดยธนาคารให้การสนับสนุนด้านข้อมูลและพยานหลักฐานต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเจ้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายให้สามารถหาข้อเท็จจริงและสรุปสาเหตุที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่คาดว่าจะสามารถสรุปได้ภายในสัปดาห์นี้

              ธนาคารรู้สึกซาบซึ้งและขอขอบพระคุณเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตจตุจักร พนักงานดับเพลิง และพนักงานอาสาสมัครที่เกี่ยวข้องทุกคนที่ได้มาดูแลสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและปฏิบัติงานอย่างเต็มความสามารถ พร้อมให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดีในคืนวันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม 2559 ที่ผ่านมา

              ทั้งนี้ ธนาคารขอยืนยันว่าเอกสารสำคัญและทรัพย์สินต่างๆ ของลูกค้าและธนาคาร รวมถึงระบบปฏิบัติงานภายในและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศต่างๆ ไม่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด และธนาคารยังคงเปิดให้บริการตามปกติ