ข่าว

ผีไล่เจ๊าขุนค้อนต้องลุ้นเอฟเอต่อ

ผีไล่เจ๊าขุนค้อนต้องลุ้นเอฟเอต่อ

14 มี.ค. 2559

แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ อองโตนี มาร์กซิยัล ยิงตีเสมอ เวสต์แฮม 1-1 ในช่วงท้ายเกมศึกเอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้ายเมื่อวันที่ 13 มี.ค. ทำให้ต้องเล่นกันอีกนัดที่อัพตัน ปาร์ค

 
                      ศึกเอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้ายวันที่ 13 มีนาคม “ปีศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดโอลด์ แทรฟฟอร์ด รับการมาเยือนของ “ขุนค้อน” เวสต์แฮม ทีมในพรีเมียร์ลีกด้วยกัน โดยเกมนี้ในช่วงครึ่งแรกแม้ว่าเจ้าถิ่นจะครองบอลได้มากกว่า แต่ในจังหวะลุ้นประตูนั้นถือว่ามีพอๆ กัน ซึ่งยังไม่สามารถทำอะไรกันได้เสมอกันอยู่ 0-0
 
                      เข้าครึ่งหลัง เวสต์แฮม เน้นการตั้งรับ และรอโอกาสโต้กลับ จนมาได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 68 หลังจากได้ลูกฟรีคิก และดิมิทรี ปาเยต์ ยิงเป็น 1-0 แต่ก่อนหมดเวลา 7 นาทีเจ้าถิ่นกลับสู่เกมได้เมื่อ อองโตนี มาร์กซิยัล ตีเสมอได้สำเร็จทำให้จบเกมเสมอกันไป 1-1 ต้องไปเล่นนัดแข่งใหม่กันที่ อัพตัน ปาร์ค ถิ่นของเวสต์แฮม
 
                      หลังจบการแข่งขัน หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือเจ้าถิ่นออกมาโวยว่า ดิมิทรี ปาเยต์ กองกลางของเวสต์แฮม น่าจะถูกไล่ออกจากสนามไปตั้งแต่ก่อนยิงประตูขึ้นนำให้ทีมเยือน จากการมีใบเหลืองติดตัว และมาพุ้งล้มในจังหวะที่ มาร์กอส โรโฮ เข้าสกัดในกรอบเขตโทษ แต่ผู้ตัดสิน มาร์ติน แอตกินสัน ตัดสินว่าไม่เป็นจุดโทษ และไม่ได้ให้ใบเหลืองกับ ปาเยต์
 
                      “ปาเยต์พุ่ง เขาอาจจะถูกสัมผัสแต่มันไม่เพียงพอที่จะล้มไปแบบนั้น แต่มันเป็นเรื่องการพูดคุยกันตลอดเวลาเกี่ยวกับเรื่องการตัดสินของผู้ตัดสิน” ฟาน กัล กล่าว
 
                      ด้าน สลาเวน บิลิช ผู้จัดการทีมเวสต์แฮมออกมาปกป้องลูกทีมอย่างเต็มที่ โดยยืนยันว่าจังหวะดังกล่าวน่าจะเป็นจุดโทษของ ปาเยต์ ด้วยซ้ำ อีกทั้งยังมองว่าจังหวะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ประตูตีเสมอน่าจะเป็นการฟาวล์ของ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ต่อ ดาร์เรน แรนดอล์ฟ ผู้รักษาประตูด้วยซ้ำไป
 
                      “คุณสามารถเห็นได้ชัดว่ามีการโดนตัวกัน ดังนั้นมันไม่ใช่การพุ่ง 100 เปอร์เซ็นต์ไม่ใช่การพุ่ง มันเป็นการเข้าบอลผิดจังหวะ ไม่มีทางที่ใกล้กับบอล และมันเป็นการฟาวล์ของ ชไวน์สไตเกอร์ ต่อ แรน ดอล์ฟ เพราะหากว่าไม่ฟาวล์เขาคงเข้าถึงบอลไปแล้ว” บิลิช กล่าว
 
 
                      ขณะที่ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล แชมป์เก่าหมดสิทธิ์ป้องกันแชมป์ของตัวเอง รวมทั้งลุ้นแชมป์เป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกันเรียบร้อยแล้ว เมื่อพลิกล็อกแพ้ “แตนอาละวาด” วัตฟอร์ด คาบ้านตัวเอง 1-2 หลังจากที่ทีมเยือนได้ประตูนำก่อน 2-0 จาก โอดิออน อิกาโล นาทีที่ 50 และอาดีน เกดิโอรา นาทีที่ 63 และเจ้าถิ่นมาตีไข่แตกได้จาก แดนนี เวลเบค นาทีที่ 88
 
                      ส่วนการแข่งขันพรีเมียร์ลีกที่มีเพียงคู่เดียว “ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส รองจ่าฝูงบุกไปเอาชนะ “สิงห์ผยอง” แอสตัน วิลลา 2-0 จากประตูของ แฮร์รี เคน นาทีที่ 45 กับ 48 ทำให้ยังได้ลุ้นแชมป์แบบเต็มตัวกับ “จิ้งจอก” เลสเตอร์ ต่อไปด้วยการมี 58 แต้มจจาก 30 นัด นำหน้า อาร์เซนอล 6 แต้ม และนำหน้า แมนฯ ซิตี อยู่ 7 แต้ม
 
                      เมาริซิโอ โปเชตติโน ผู้จัดการทีมสเปอร์ส เชื่อว่าชัยชนะนัดนี้จะช่วยสร้างความกดดันให้เลสเตอร์ จ่าฝูงได้เป็นอย่างดี และมั่นใจว่าทีมยังอยู่ในสถานการณ์ที่ดีในช่วง 8 นัดสุดท้าย พร้อมทั้งเชื่อว่าอีก 24 แต้มที่ลุ้นกันทีมยังมีดีพอจะแซงเป็นแชมป์ได้
 
 
 
-------------------------
 
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)