
ถังสารเคมีชั้นใต้ดินเอสซีบีปาร์คบึ้มเสียชีวิต10รายเจ็บ5ราย
14 มี.ค. 2559
ถังสารเคมีชั้นใต้ดินบี 2 อาคารเอสซีบีปาร์คระเบิดเสียชีวิต 10 รายบาดเจ็บ 5 ราย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 13 มี.ค.2559 สายด่วน 1914 ได้รับแจ้งเหตุพบกลุ่มควัน บริเวณชั้นใต้ดิน บี2 ภายในอาคารเอสซีบีปาร์ค ธนาคารไทยพานิชย์ สำนักงานใหญ่ ถนนรัชดาภิเศษ แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ภายหลังรับแจ้งเหตุจึงวิทยุให้รถดับเพลิง บริเวณใกล้เคียงให้รีบเดินทางไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ดับเพลิง และเจ้าหน้าที่อาสาบรรเทาฯ ทั้งนี้ ชุดปฎิบัติการผจญเพลิงดังกล่าว มีด้วยกัน 20 ชุด
เมื่อไปถึงพบกลุ่มควันบริเวณชั้น บี2 ซึ่งเป็นชั้นใต้ดิน โดยบริเวณที่เกิดเหตุ เป็นห้องเก็บอุปกรณ์ของอาคารดังกล่าว ในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ของอาคารได้ช่วยเหลือผู้สำลักควัน จากบริเวณชั้นใต้ดินเอาไว้ได้จำนวน 3 ราย ซึ่งขณะนี้ได้ทำการปฐมพยาบาลในเบื้องต้น จนอาการปลอดภัยแล้ว โดยในจำนวนนี้ มีผู้สูดดมควันไฟเข้าไป จนทำให้หมดสติ จำนวน 2 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งไปรักษาอาการที่โรงพยาบาลเมโย
อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ยังได้พบชายหมดสติบริเวณด้านหลังอาคาร จำนวน 3 ราย เบื้องต้นได้ทำการปั้มหัวใจแต่ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบผู้หมดสติบริเวณประตูด้านหน้าอีก 2 ราย ซึ่งในเบื้องต้นได้ทำการปั้มหัวใจ เพื่อเป็นการยื้อชีวิต แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ จนทำให้เสียชีวิตเพิ่มเติมอีก 2 ราย รวมเสียชีวิต 5 ราย
ทั้งนี้ มีรายงานข่าวแจ้งว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เป็นเหตุไฟไหม้ แต่เนื่องจากผู้รับเหมาไปโดนระบบดับเพลิงแบบสารเคมี ทำให้เกิดควันจำนวนมาก จนทำให้ช่างที่กำลังทำงานอยู่ สูดดมสารเคมีดังกล่าวเข้าไป และเกิดอาการแน่นหน้าอกจนทำให้เสียชีวิต ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบภายในอาคารดังกล่าว โดยไม่พบว่ามีผู้ใดติดภายในแล้ว ซึ่งในเบื้องต้นพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บรวมทั้งสิ้น 15 ราย ซึ่งส่วนใหญ่มีอาการแน่นหน้าอก
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับที่เกิดเหตุ เป็นห้องมั่นคงนิติกรรมหลักประกัน บริหารหลักประกันเพลิงไหม้ โดยทางเจ้าหน้าที่อาคาร SCB ได้ยืนยันว่า เป็นถังสารเคมีระเบิด เนื่องจากอาคารดังกล่าวมีระบบรักษาความปลอดภัยหนาแน่นต้องสแกนนิ้ว จึงต้องทำลายประตูเพื่อเข้าไปภายในอาคารดังกล่าว จากการตรวจสอบ พบถังสารเคมีระเบิด ทำให้เกิดการรั่วออกมา ทำให้ช่างที่ทำงานอยู่หายใจไม่ออก และหมดสติ ทั้งนี้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบถังเคมีดังกล่าวจำนวน 3 ถัง ซึ่งเกิดการระเบิดและมีรอยแตก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดได้รับรายงานจากโรงพยาบาลวิภาวดี ว่า มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมอีก 1 ราย ซึ่งผู้บาดเจ็บรายนี้ได้ถูกส่งตัวมารักษาอาการหลังเกิดเหตุได้ไม่นาน แต่เนื่องจากผู้บาดเจ็บได้สูดดมสารเคมี เข้าไปเป็นจำนวนมาก จึงทำให้เสียชีวิตในเวลาต่อมา
ทั้งนี้เมื่อเวลา 00.40 น.ของวันที่ 14 มี.ค.2559 ศูนย์เอราวัณสรุปข้อมูลผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตว่า มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 5 รายและเสียชีวิตที่รพ. 5 ราย (ชาย3หญิง2) รวมเสียชีวิต 10 ราย มีผู้บาดเจ็บที่แพทย์รับไว้รักษาในรพ.จำนวน 5 ราย (ชาย4หญิง1) 1.รพ.เมโย 4 ราย 2.รพ.เปาโลโชคชัย 4 จำนวน 1 ราย
เตรียมส่งศพสำลักสารดับเพลิง-ผ่าพิสูจน์ที่ รพ.ตร.
ต่อมาเวลา 00.50 น. พ.ต.อ.เทวานุวัฒน์ อนิรุทธเทวา รอง ผอ.สปภ กล่าวว่า เนื่องจากทางอาคารดังกล่าว ได้ติดตั้งระบบดับเพลิงเป็นแบบเวสด้า ซึ่งเป็นแบบรังผึ้ง มีประมาณ 7-8 ตัว คอยดักจับคาร์บอนด์ไดออกไซด์ หากพบว่ามีการเผาไหม้ ระบบป้องกันดังกล่าวจะทำงาน โดยการปล่อยสารแอโรโซลออกมา เพื่อคอยดูดอ๊อกซิเจนออกจนหมด เพื่อทำการป้องกันการเกิดแสงเพลิง โดยจุดเกิดเหตุไม่พบร่องรอยการเผาไหม้แต่อย่างใด นอกจากนี้สภาพศพของผู้เสียชีวิตทั้งหมด ไม่พบร่อยรอยบาดแผลแต่อย่างใด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำศพทั้งหมดส่งนิติเวช รพ.ตร. เพื่อทำการผ่าพิสูจน์ หาสาเหตุของการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป
ปธ.แบงค์ไทยพานิชย์ระบุพร้อมเยี่ยวยาผู้เสียชีวิต
ดร.วิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหารธนาคารไทยพานิชย์ เปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า สำหรับสารที่รั่วไหลออกมาจากถังดับเพลิงนั้น เบื้องต้นทราบว่าเป็นสารไพโรเจน ซึ่งใช้สำหรับดับเพลิง โดยทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย ทั้งนี้ ตนต้องขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ในครั้งนี้ด้วย
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เบื้องต้นทราบว่าเกิดจากอุบัติเหตุในระหว่างการทำงานของผู้รับเหมา ซึ่งขณะเกิดเหตุมีคนทำงานอยู่ในบริเวณดังกล่าวหลายราย ซึ่งขณะเกิดเหตุสารไพโรเจน ที่ถูกนำมาติดตั้งไว้ในถังก่อนหน้านี้ ได้เกิดการรั่วจากอุบัติเหตุของคนงาน จนทำให้สารดังกล่าวฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณชั้นใต้ดิน ทั้งนี้ เมื่อสารดังกล่าวฟุ้งกระจายออกไป ทำให้เกิดควันเป็นจำนวนมาก และอาจทำให้ผู้รับเหมาที่กลำงทำงานอยู่หาทางออกไม่พบ จนทำให้เกิดการสูญเสีย อย่างไรก็ตาม อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ตนจะรีบเข้าไปเยี่ยวยาให้กับผู้ได้รับบาดเจ็บ และผู้เสียชีวิต ให้เร็วที่สุด ซึ่งก็ต้องขอแสดงความเสียใจไว้ ณ ที่นี้ด้วย
“แก็สไพโรเจน ที่มีการติดตั้งเอาไว้ในถังดับเพลิงนี้ จะอยู่บริเวณชั้นใต้ดิน ซึ่งเป็นสถานที่เก็บเอกสารของธนาคาร ทั้งนี้ หากเกิดเหตุเพลิงไหม้ แก็สชนิดนี้ก็จะทำหน้าที่ป้องกันไฟที่กำลังลุกไหม้ โดยจะพ่นสารไพโรเจน ออกมาช่วยดับไฟ ซึ่งจะทำให้บริเวณนั้นไม่มีอ๊อกซิเจน ทั้งนี้ เป็นไปได้ว่า ขณะเกิดเหตุเมื่อแก็สชนิดนี้เกิดการพุ่งออกมา ก็จะเข้าไปแทนทีอ๊อกซิเจน จนทำมีผู้เสียชีวิตดังกล่าว”



