ข่าว

บทบาทสตรีก้าวหน้ากว่าที่คิด

บทบาทสตรีก้าวหน้ากว่าที่คิด

14 มี.ค. 2559

บทบาทสตรีก้าวหน้ากว่าที่คิด

 
          ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของประชาคมโลกในด้านต่างๆ “สตรี” ก็พลิกบทบาทจากเดิมที่อยู่หลังบ้านก้าวข้ามข้อจำกัดมายืนเคียงบ่าเคียงไหล่ผู้ชาย และจำนวนไม่น้อยก้าวล้ำไปอยู่แถวหน้าอย่างเต็มภาคภูมิ เพื่อตอกย้ำศักยภาพสตรีที่นับวันจะเพิ่มมากขึ้น สภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ จึงจัดงานวันสตรีสากล ประจำปี 2559 ในโอกาสวันสตรีสากล 8 มีนาคมของทุกปี โดยมี รศ.นราพร จันทร์โอชา ภริยานายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติ และองค์กรสมาชิก 203 องค์กร เข้าร่วมงาน ที่หอประชุมมนังคศิลา บ้านมนังคศิลา เมื่อวันก่อน
 
          รศ.นราพร จันทร์โอชา กล่าวเปิดงานว่า งานสตรีสากลปีนี้จะเป็นการสร้างองค์กรภาคีเครือข่ายทั้งภายในประเทศและระดับอาเซียน ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยน และการทำงานร่วมกัน เพื่อแสวงหาความร่วมมือของสตรีแต่ละประเทศ โดย ยูเอ็น วีเมน กำหนดหัวข้อของวันสตรีสากลในปีนี้ไว้ว่า planet 50-50 ซึ่งมองว่าสตรีที่ได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียม จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่เน้นพัฒนาอย่างทางสายกลางและไม่ประมาท ประเทศไทยอยู่ในระหว่างการร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งให้ความสำคัญกับการให้คนเป็นศูนย์กลาง สร้างสังคมเสมอภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ เปิดโอกาสให้สตรีมีส่วนร่วมการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมมากยิ่งขึ้น
 
          “จากการประชุมยูเอ็นเมื่อกันยายน 2558 นายกฯ กล่าวว่า การส่งเสริมความเสมอภาคของสตรีไม่ใช่หน้าที่ของสตรี แต่เป็นของประชาชนทุกเพศทุกวัยในการส่งเสริมทัศนคติเชิงบวก และลดการทำความรุนแรงต่อสตรี ให้ความสำคัญเห็นคุณค่าความแตกต่างและศักยภาพของสตรี สภาสตรีฯ ถือเป็นองค์กรที่ได้ร่วมแสดงศักยภาพของสตรี ซึ่งจะเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ เพื่อร่วมเผยแพร่ไปยังภาคส่วนต่างๆ เป็นองค์กรหลักระดับชาติ บูรณาการการทำงานร่วมกันทั้งภาคสตรีในประเทศและระหว่างประเทศ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ อันสำคัญของประเทศ สตรีเป็นกำลังสำคัญที่สร้างประเทศให้มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป” รศ.นราพร กล่าว
 
          ภายในงานนอกจากจะมีพิธีเชิญธงอาเซียนและองค์กรสมาชิกแล้ว ไฮไลท์อยู่ที่การเปิดวงเสวนาวิชาการ หัวข้อ “สตรีไทยกับการมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ” โดยวิทยากรเริ่มจาก ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ในฐานะประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ และเป็นประธานกรรมการอีก 44 บริษัท จากแมคแคนซี รีพอร์ท ตัวเลขผู้หญิงไทยมีสัดส่วนของผู้บริหาร หรือทำงานนอกบ้านมากที่สุด หลายประเทศสนใจว่าทำไมหญิงไทยถึงมีความสามารถ ก็วิเคราะห์ว่า เรามีความสวยงาม อ่อนช้อย พูดจาน่ารัก ทำงานเก่ง ทำให้เราก้าวข้ามอุปสรรคในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสตรีไทยมีความสุดยอดหลากหลายด้าน ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ด้วยพระราชปณิธานอันมุ่งมั่นในเรื่องอาชีพ ศิลปหัตถกรรม ช่วยสร้างงานสร้างอาชีพให้แก่สตรีได้เป็นอย่างดี สภาสตรีฯ ก็มีมาแล้วถึง 24 สมัยแล้ว เป็นตัวอย่างสตรีที่มีความเข้มแข็ง ทั้งนี้ ผู้หญิงมีแรงบันดาลใจมากมาย แต่อุปสรรคคือตัวเราที่ขาดความมั่นใจ ในการกำหนดการทำงาน วิสัยทัศน์ของเราที่ใช้อยู่เสมอคือ “เราต้องมองทะลุมิติ เพื่อเข้าใจในสิ่งที่เราต้องการ” ต้องชัดเจน มีบทบาทช่วยเหลือประเทศชาติต้องเริ่มช่วยคนใกล้เคียงก่อน เริ่มจากการเป็นผู้ให้ ให้คนใกล้ชิด ด้อยโอกาส ความสุขจะมาในใจเราก่อน
 
          ด้าน เกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มองว่า จริงๆ แล้วสตรีไทยโชคดีที่สุด เพราะมักได้รับการสอบถามเวลาไปต่างประเทศว่า ทำไมสตรีไทยได้เป็นผู้บริหารระดับสูง ทั้งตลาดหลักทรัพย์และบริษัทอื่นๆ พบว่ามีผู้บริหารสตรีถึง 80 คน จาก 600 บริษัท ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ถือเป็นร้อยละ 10 หรืออย่างน้อยๆในบอร์ดบริหารต้องมีสตรี 1 คน และไทยมีสตรีในบอร์ดบริหารมากที่สุดหากเทียบในประเทศอื่นๆ ในอาเซียน ใกล้เคียงกับในสหรัฐอเมริกา แต่ยังต่ำกว่ายุโรป บทบาทสตรีในไทยยังได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วน อาจเพราะเราไม่ค่อยมีการกีดกันทางเพศ แต่ดูที่ฝีมือมากกว่า
 
          ขณะที่ เพชรรัตน์ เอกแสงกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีซึ่น เพ้นท์ จำกัด (มหาชน) บอกว่า เพิ่งไปประชุมที่ประเทศบรูไน ล่าสุดมีการให้แลกเปลี่ยนเรื่องการเรียกร้องสิทธิของสตรี รู้สึกว่าไม่เคยมีความคิดว่าต้องเรียกร้องอะไร เพราะหญิงไทยมีข้อได้เปรียบมาก สามารถบริหารจัดการเรื่องต่างๆ ได้ทัดเทียมผู้ชาย อย่างการมานั่งจุดนี้ มีเพื่อนหญิงเก่งมากมาย ฝรั่งบอกไว้ว่า แต่ก่อนเราแค่อยู่เบื้องหลัง เป็นอำนาจการจ่ายเงิน แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว อนาคตอยู่ในมือสตรีแน่นอน...