ข่าว

สามหนุ่มซิ่งเก๋งชนท้ายรถโม่ปูนดับ1เจ็บ2

สามหนุ่มซิ่งเก๋งชนท้ายรถโม่ปูนดับ1เจ็บ2

13 มี.ค. 2559

สามหนุ่มกลับจากท่องสถานบันเทิงซิ่งเก๋งชนท้ายรถโม่ปูนดับ 1 เจ็บ 2

 
          วันที่ 13 มี.ค.59 เมื่อเวลา 03.00 น.  ร.ต.ท.ยุทธศาสตร์ ดาวดิษฐ์ รองสารวัตร(สอบสวน) สน.ดินแดง รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งเสียหลักชนท้ายรถโม่ปูนและไปชนขอบสะพาน มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต บนสะพานข้ามแยกพระราม 9 ตัดแยกอโศก แขวงและเขตดินแดง กทม. จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมแพทย์นิติเวช รพ.รามาธิบดี และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
 
          ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณเลนซ้ายสุด ฝั่งขาเข้ามุ่งหน้าสามเหลี่ยมดินแดง เจ้าหน้าที่พบเศษกระจกกระจายเกลื่อน ใกล้กันพบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อนิสสัน รุ่นอัลเมร่า สีดำ ทะเบียน 1กว7846 กรุงเทพมหานคร จอดขวางถนนช่องทางซ้ายอยู่ในสภาพด้านหน้าซ้ายพังยับเยินไปจนถึงตัวเครื่องยนต์ ที่ด้านขวาของรถมีรอยขูดยาว กระจกแตกละเอียดรอบด้าน ด้านในเจ้าหน้าที่พบ ศพ ส.ท.พงษ์ศักดิ์ โพธิ์ศรี อายุ 28 ปี ทหารสังกัด พล.ม.2.รอ.อยู่ที่เบาะนั่งข้างคนขับ ถูกคอนโซลหน้ารถกดทับขาทั้ง 2 ข้างหักละเอียด มีเลือดออกหู    นอกจากนี้ยังมีผู้ที่มากับรถยนต์เก๋งคันเกิดเหตุได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย เป็นชาย ทราบชื่อเพียง นายสาคร สุภาพ อายุ 24 ปี ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะเจ้าหน้าที่นำตัวส่งไปรักษาที่ รพ.ราชวิถี ส่วนศพผู้เสียชีวิตเจ้าหน้าที่นำส่งนิติเวช รพ.รามาธิบดี เพื่อให้แพทย์ชันสูตรอย่างละเอียดต่อไป
 
          จากการตรวจสอบ โดยรอบที่เกิดเหตุ พบนาย สุพัฒน์ พิมพ์นนท์ คนขับรถโม่ปูน ยี่ห้อ ฮีโน่ สีขาว ทะเบียน 79-5688 กรุงเทพมหานคร เลขข้างรถ อี2541 ของบริษัท เอกลักษณ์โปรดักส์ ยืนรอให้การกับตำรวจ เบื้องต้นให้การว่า ขับมาชิดซ้ายด้วยความเร็วตามปกติ จากนั้นสังเกตเห็นรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวขับมาด้วยความเร็ว และพยายามจะแซงหน้าขึ้นมาตลอดทาง จนกระทั่งก่อนถึงจุดเกิดเหตุประมาณ 10 เมตร รถเก๋งได้ชนเข้าที่ด้านกันชนท้ายขวาของรถตนอย่างจัง จากนั้นรถเก๋งได้กระแทกราวสะพานด้านขวาจนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว
 
          ด้าน ร.ต.ท.ยุทธศาสตร์ กล่าวว่า จากการสอบถามญาติของผู้ตายในเบื้องต้น ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ไปเที่ยวสถานบันเทิงแห่งหนึ่งย่านพระราม9 กับเพื่อน ก่อนมาประสบเหตุระหว่างเดินทางกลับ ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 ราย ต้องรอให้รักษาอาการบาดเจ็บให้ดีขึ้นก่อน จากนั้นจะทำการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป