
เรือดำน้ำโสมแดงหายลึกลับ-คาดจม!
12 มี.ค. 2559
เรือดำน้ำเกาหลีเหนือหายลึกลับ เจ้าหน้าที่สหรัฐคาดเกิดความผิดพลาดทางเทคนิคระหว่างฝึกจนจมลงก้นทะเล
12 มี.ค. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เรือดำน้ำไม่ทราบชั้นของเกาหลีเหนือ ที่มีรายงานการปฏิบัติการในบริเวณนอกชายฝั่งของประเทศเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา หายไปอย่างลึกลับ
เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ ระบุว่า กำลังเร่งสอบสวนการหายไปของเรือลำนี้ ขณะที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกาปฏิเสธที่จะให้ความเห็นต่อเรื่องดังกล่าว
กองทัพสหรัฐตรวจพบความเคลื่อนไหวของเรือดำน้ำโสมแดงลำนี้ในพื้นที่ฝั่งทะเลตะวันออกของเกาหลีเหนือ สหรัฐใช้ดาวเทียมสอดแนม เครื่องบินลาดตระเวนและเรือของกองทัพตรวจสอบพบว่าเกาหลีเหนือออกค้นหาเรือดำน้ำที่หายไปอย่างลึกลับ และยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเรือลำดังกล่าวเกยตื้นหรือจมอยู่ ณ ที่ใด ขณะที่เจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐเชื่อว่าเป็นความผิดพลาดทางเทคนิคอย่างร้ายแรงระหว่างที่เกาหลีเหนือทำการฝึกภาคทะเล
เอกสารข่าวของสถาบันการเดินเรือสหรัฐ (ยูเอสเอ็นไอ) รายงานว่า มีการประเมินว่าเรือดำน้ำลำนี้จมลงก้นทะเลแล้ว เจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐที่ไม่เปิดเผยนามเปิดเผยต่อยูเอสเอ็นไอว่า มีการคาดหมายว่าเรือลำนี้จม และเกาหลีเหนือไม่ได้พยายามค้นหาว่าเกิดข้อผิดพลาดใดๆ ต่อเรือลำดังกล่าว หรือขอความช่วยเหลือในรูปแบบใดๆ ก็ตามจากต่างประเทศ
เหตุการณ์เรือดำน้ำโสมแดงสูญหายไปนั้นเกิดขึ้นในช่วงที่ความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลีทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อรัฐบาลเปียงยางขู่ว่า จะตอบโต้การฝึกรบครั้งใหญ่ที่สุดระหว่างสหรัฐอเมริกากับเกาหลีใต้
สำนักข่าวเคซีเอ็นเอแห่งเกาหลีเหนือรายงานโดยอ้างคำพูดของผู้บัญชาการทหารที่กล่าวเตือนว่า จะมีการโจมตีอย่างรุนแรงที่สุดต่อกลุ่มศัตรูของประเทศ
ด้านกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ตอบโต้คำขู่จากรัฐบาลเปียงยางให้เลิกข่มขู่หรือปลุกปั่นให้เกิดความหวาดกลัวอีกต่อไป
กองทัพเรือเกาหลีเหนือมีเรือดำน้ำประจำการราว 70 ลำ ส่วนใหญ่เป็นเรือดำน้ำเครื่องยนต์ดีเซลที่เก่าแก่ และมีศักยภาพในการปฏิบัติการไม่มากไปกว่าการป้องกันเขตแนวชายฝั่งของประเทศเท่านั้น
เมื่อปี 2553 เรือคอร์เว็ตต์ของกองทัพเรือเกาหลีใต้ รายงานว่า ได้ยิงตอร์ปิโดเข้าใส่เรือดำน้ำของเกาหลีเหนือที่อยู่บริเวณชายแดนทางทะเลของทั้งสองประเทศ
นอกจากนั้นเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว รัฐบาลเกาหลีใต้เปิดเผยว่า เรือดำน้ำ 70% ของกองทัพเกาหลีเหนือออกจากฐานและหลุดพ้นจากขอบเขตการตรวจจับด้วยเรดาร์ของเกาหลีใต้ ทำให้รัฐบาลต้องเพิ่มความระแวดระวังมากขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่ง
---------------------
(หมายเหตุ : ภาพแฟ้มข่าว : AFP)



