
เทือกลงพื้นที่3จ.ใต้ติดตามการทำงานจนท.
สุเทพ เผย ลงพื้นที่ 3 จ.ชายแดนใต้ติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่พร้อมเพิ่มมาตรการดูแล ปชช.มากขึ้น
(30ก.ค.) เวลา 07.55 น.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 29 ก.ค. ที่ผ่านมา ว่า ไปให้ขวัญกำลังใจกับอาสาสมัครในพื้นที่ ที่ได้รับคัดเลือกเข้ามาเป็นอาสาสมัครใหม่ โดยแบ่งเป็น 3 รุ่น ซึ่งยังขลุกขลักในการทำงานอยู่บ้าง ซึ่งต้องไปดูเพื่อพูดคุยและรับฟังปัญหา
รวมทั้งการประชุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร เพื่อเร่งรัดให้คลี่คลายคดีที่ผู้ก่อการร้ายได้ทำไว้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้รายงานว่าการทำงานมีความก้าวหน้าไปมาก บางคดีมีการออกหมายจับ และคิดว่าจะสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ จากนั้นตนได้เดินทางไปที่ จ.สงขลา เพื่อประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โดยไปอธิบายแนวทางการแก้ปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และขอให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในชุมชน ร่วมมือกับรัฐบาล โดยย้ำว่าเป้าหมายในการแก้ปัญหาของรัฐบาลนั้นจะยึดแนวทางพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่องการเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา มาปฏิบัติอย่างจริงจัง โดยรัฐบาลจะให้ทุกหมู่บ้านจัดทำประชาคม เพื่อช่วยกันคิดว่าจะพัฒนาชุมชน หมู่บ้าน อย่างไรบ้าง และรัฐบาลจะได้เข้าไปสนับสนุนได้อย่างตรงจุด
นายสุเทพ กล่าวว่า ตนได้ย้ำมาตลอดว่ารัฐบาลจะทำทุกอย่างให้สถานการณ์ดีขึ้นและจะไม่ยอมให้ใครฝ่าฝืนกฎหมาย และรัฐบาลเองก็จะอยู่ในกรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัดเช่นเดียวกัน ซึ่งชาวบ้านค่อนข้างที่จะพอใจ
ผู้สื่อข่าวถามว่าแต่ฝ่ายผู้ก่อความไม่สงบยังพัฒนารูปแบบการก่อเหตุอยู่ตลอดเวลา นายสุเทพ กล่าวว่า ตนพยายามที่จะปรับการทำงานให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น โดยไม่ได้อาศัยเพียงกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร แต่จะให้ประชาชนและฝ่ายปกครองเข้ามาช่วยกันมากขึ้น ซึ่งทุกฝ่ายเต็มใจที่จะช่วยกันทำงาน โดยเห็นได้จากการที่ประชาชนเข้ามาให้ข้อมูลข่าวสารมากและรวดเร็ว จนรัฐบาลทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ถามว่ารัฐบาลมีแนวทางที่จะป้องกันชีวิตผู้บริสุทธิ์ได้อย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า จากการหารือทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าจะเพิ่มมาตรการในการดูแลประชาชนให้มากขึ้น จากที่เมื่อก่อนจะดูแลเฝ้าระวังในหมู่บ้านและตำบลใหญ่ ๆ หรือในเขตเมือง แต่บางครั้งประชาชนต้องออกไปประกอบอาชีพในพื้นที่ห่างไกล จึงแก้ไขด้วยการให้ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ในแต่ละหมู่บ้าน และเสริมด้วยกำลังอาสาสมัครรักษาดินแดนเข้าไปช่วยดูแลความปลอดภัย เพื่อแบ่งเบาภาระของตำรวจและทหารอีกทางหนึ่ง ซึ่งจะทำให้การดูแลประชาชนทำได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการปรับรูปแบบการทำงานของเจ้าหน้าที่หรือไม่ เพราะดูเหมือนว่ารับผิดชอบมาหลายปีแต่สถานการณ์ก็ยังไม่ดีขึ้น นายสุเทพ กล่าวว่า ตอนนี้ก็ปรับมาเป็นตนที่ดูแล ตนก็ต้องเป็นจำเลยแล้ว แต่ยืนยันว่ารัฐบาลพยายามทำงานอยู่ตลอดเวลา



