ข่าว

ชีวิตลูกจ้าง และ นายจ้าง

ชีวิตลูกจ้าง และ นายจ้าง

15 มี.ค. 2559

ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : ชีวิตลูกจ้าง และ นายจ้าง : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ

 
                    เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าเศรษฐกิจโลกในเวลานี้อยู่ในสภาวะตกต่ำ แน่นอนว่าประเทศไทยก็ไม่ได้อยู่เหนือสภาวะดังกล่าวแต่อย่างใด เศรษฐกิจทุกภาคส่วนของโลกล้วนมีความเกี่ยวพันกันและกันไม่มากก็น้อย
 
                    อดีตที่ผ่านมาไม่นานเกินไปนักสำหรับประเทศไทย เมื่อครั้งที่เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำซึ่งเป็นที่รู้จักกันนามของ “วิกฤติการณ์ต้มยำกุ้ง” ผู้ประกอบการหรือเจ้าของกิจการจำนวนมากเริ่มหาทางลดรายจ่ายลงด้วยการเลิกจ้างพนักงาน หรือที่ยังจ้างอยู่ก็ลดค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการ, ลดเงินพิเศษจำพวกโบนัส, ลดเงินเดือน ฯลฯ ทำให้พนักงานหรือลูกจ้างจำนวนมากต้องออกจากงาน ทั้งด้วยความสมัครใจและด้วยความที่ตกอยู่ในสถานะไม่มีทางเลือก
 
                    หลายคนเมื่อออกจากงานมาพร้อมกับเงินก้อนจำนวนหนึ่ง ก็เริ่มหันมาคิดว่าเอาเงินมาลงทุนทำธุรกิจหรือค้าขายเพื่อที่จะเป็นเจ้าของกิจการเอง ดีกว่าที่จะไปทนเป็นเครื่องมือสร้างความร่ำรวยให้แก่ผู้อื่นอีกต่อไป เพราะคิดเพียงแค่ว่าตนเองมีความสามารถในการทำงานสูง จนส่งผลให้เจ้าของกิจการร่ำรวยและกิจการเติบโตมาอย่างมีผลงานเห็นได้ชัดเจน
 
                    แต่ลืมไปว่าการทำงานในฐานะลูกจ้างที่ทำภายใต้กรอบที่นายจ้างตีขึงเอาไว้นั้น ทำให้ตนเองทำงานเดินหน้าได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงองค์ประกอบอื่นๆ เมื่อต้องมาลงทุนด้วยตนเองและเป็นเจ้าของกิจการเองซึ่งต้องมองปัจจัยรอบด้านมากขึ้น หลายคนจึงประสบกับความล้มเหลวหมดเนื้อหมดตัว จนต้องหันกลับไปเป็นลูกจ้างหรือมือปืนรับจ้างอีกครั้งหนึ่ง แต่ก็มีบางคนที่สามารถก้าวขึ้นไปสู่ความสำเร็จ
 
                    สาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนไทยเราขาดความรู้ความสามารถ ในการดำรงฐานะของเจ้าของกิจการที่ก้าวหน้าได้คือขาดการเรียนรู้ เพราะการเรียนการสอนในระบบของเราทุกระดับชั้น ต่างมุ่งหวังที่จะปั้นคนให้ออกมาเป็นผู้ทำงานในรูปแบบพร้อมที่จะเป็น “เจ้าคนนายคนหรือชี้นิ้วสั่งการ” มากกว่าที่จะสอนคนให้ออกมาเป็นผู้บริหารที่ “คิดเป็นทำเป็นด้วยตนเองอย่างรอบด้าน” ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการเป็นเจ้าของกิจการ
 
                    การเรียนการสอนและหลักสูตรในทุกระดับชั้นของไทย จึงควรได้รับการปรับปรุงแนวทางเสียใหม่ เพื่อเตรียมพร้อมให้คนไทยมีความสามารถในการที่จะก้าวออกไปต่อสู้กับโลกธุรกิจภายนอก เคียงคู่กันไปกับการสอนให้คนออกไปเป็นผู้ปฏิบัติงานอย่างเป็นสัดส่วนที่สมดุลกัน รวมทั้งต้องสอนในเชิงสร้างทัศนคติด้วยมุมมองใหม่ ให้คนไทยในยุคต่อไปต้องคิดไกลเกินกว่าที่จะเรียกให้ต่างชาติมาลงทุน ด้วยเหตุผลเพียงแค่ “ต้องการสร้างงานให้คนไทยได้มีงานทำ” เท่านั้น
 
                    การที่จะเป็นเจ้าของกิจการหรือเป็นลูกจ้างรับจ้างทำงานก็ตาม ล้วนแล้วแต่มีข้อดีและข้อด้อยที่ต่างกันออกไปทั้งสิ้น ลูกจ้างมีข้อดีคือไม่ต้องลงทุนด้วยเงินจำนวนมาก และเสี่ยงที่จะมีโอกาสขาดทุนได้ตลอดเวลา และการเป็นลูกจ้างหากมีความสามารถในการบริหารได้ดี ก็สามารถสร้างความมั่นคงและมีรายได้มากไม่น้อยกว่าเจ้าของกิจการ ในขณะที่เจ้าของกิจการแม้จะมีโอกาสเสี่ยงต่อการขาดทุน แต่ก็มีโอกาสที่จะสร้างผลกำไรให้เพิ่มขึ้นได้มาก เท่าที่มีปัญญาจะสร้างสรรค์งานออกมาให้ถูกใจตลาดและผู้บริโภคเช่นกัน ในสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ผมจึงอยากจะให้ทุกคนได้คิดให้รอบด้าน ก่อนจะตัดสินใจอย่างหนึ่งอย่างใดลงไปครับ
 
 
 
 
---------------------
 
(ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : ชีวิตลูกจ้าง และ นายจ้าง : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ)