ข่าว

ดอกผลปฏิรูปบราซิล สู่การตั้งข้อหาอดีตผู้นำ

ดอกผลปฏิรูปบราซิล สู่การตั้งข้อหาอดีตผู้นำ

13 มี.ค. 2559

เปิดโลกวันอาทิตย์ : ดอกผลปฏิรูปบราซิล สู่การตั้งข้อหาอดีตผู้นำ : ที่มาข้อมูล csmonitor AFP

 
                    “ปฏิบัติการล้างรถ” ชื่อเรียกขานปฏิบัติการสอบสวนคดีฟอกเงินและติดสินบนภายในบริษัท เปโตรบราส รัฐวิสาหกิจพลังงานยักษ์ใหญ่ของบราซิล นอกจากเป็นคดีคดโกงและฮั้วใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศ ด้วยมีระดับบิ๊กในวงการธุรกิจและการเมืองติดร่างแหกันระนาวแล้ว การทำงานของฝ่ายบังคับใช้กฎหมายยังเข้มข้นอย่างเหนือคาดคิดอีกแล้ว เมื่อล่าสุด อัยการได้แจ้งข้อหาอดีตประธานาธิบดีขวัญใจมหาชนคนรากหญ้า นายลูอิซ อีนาซีโอ ลูลา ดา ซิลวา หรือ “ลูลา” ในคดีนี้เรียบร้อยแล้ว
 
                    อันที่จริง นาทีระทึกใจเริ่มต้นตั้งแต่ตำรวจไปเคาะประตูบ้านของอดีตผู้นำแต่เช้าตรู่ของวันศุกร์ที่ 4 มีนาคม เพื่อสอบปากคำ เหตุที่ไปแต่เช้า เพื่อป้องกันการถ่ายภาพอดีตผู้นำ และป้องกันผู้ประท้วง แต่ที่สุด ผู้สนับสนุนมารวมตัวกันรอบบ้าน หลังข่าวควบคุมตัวลูลาช่วงสั้นๆ สะพัดออกไป
 
                    ปฏิบัติการล้างรถ เป็นการทำงานของอัยการ ผู้ตรวจสอบบัญชีและตำรวจสหพันธ์ สะสางมหกรรมการฮั้วที่บริษัทก่อสร้าง จ่ายเงินเข้ากระเป๋านักการเมืองหลายพรรครวมทั้งพรรคกรรมกร หรือเข้าทุนหาเสียงเลือกตั้งของพรรค และกระเป๋าผู้บริหารของเปโตรบราส ทำให้มูลค่าโครงการต่างๆ สูงเกินจริงมาตั้งแต่ปี 2547 เมื่อเรื่องแดงราวสองปีที่แล้ว ประเมินว่าทำให้บริษัทพลังงานแห่งชาติที่ชาวบราซิลภาคภูมิใจและเป็นบริษัทโดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งในละตินอเมริกา เสียหายร่วม 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
 
                    อดีตประธานาธิบดี วัย 70 ปี อยู่ในอำนาจในช่วงที่เรื่องอื้อฉาวเปโตรบราสเกิดขึ้น และพรรคกรรมกรที่ลูลาก่อตั้ง เป็นหนึ่งในผู้รับเงินสกปรก
 
 
ดอกผลปฏิรูปบราซิล สู่การตั้งข้อหาอดีตผู้นำ
 
 
                    อัยการกล่าวหาว่า ลูลา ผู้นำฝ่ายซ้ายมากบารมี เป็นเจ้าของอพาร์ตเมนต์หรูหราริมทะเล ในรัฐเซาเปาโล และอพาร์ตเมนต์ที่ว่านี้คือสินบนที่โอเอเอส หนึ่งในบริษัทก่อสร้างที่ร่วมคบคิดจ่ายใต้โต๊ะ จ่ายให้แก่อดีตผู้นำ และการครอบครองทรัพย์สินโดยไม่แจ้ง คือรูปแบบหนึ่งของการฟอกเงินที่ได้มาโดยมิชอบ นอกจากนี้ ลูลายังต้องสงสัยว่ารับเงินราว 8 ล้านดอลลาร์จากบริษัทพัวพันเรื่องอื้อฉาวเปโตรบราส ในรูปของเงินบริจาคหรือค่าบรรยาย ลูลาไม่ได้ปฏิเสธข้อหาหลังแต่เชื่อว่าไม่ผิดกฎหมาย 
 
                    ลูลา ซึ่งนั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีบราซิลช่วงปี 2546-2553 ก่อนดันนางดิลมา รูสเซฟ ขึ้นสืบทอดอำนาจต่อ ยืนยันไม่ได้เป็นเจ้าของอพาร์ตเมนต์และมีเอกสารพร้อมพิสูจน์ความบริสุทธิ์ และศาลจะต้องรับข้อหาก่อนจึงจะเดินหน้าดำเนินคดีในขั้นต่อไปได้
 
                    หลังจากได้รับการปล่อยตัวเมื่อศุกร์ที่แล้ว ประธานาธิบดีสองสมัย แสดงความโกรธเกรี้ยวใส่ถ้วนหน้าไล่ตั้งแต่ทีมสอบสวน อัยการ ตำรวจ และต่อผู้พิพากษาเซร์จิโอ โมโร ผู้นำสอบสวนคดี โดยพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆ และชูกำปั้นไปด้วยว่า “จะบอกอะไรให้ ผมเป็นคนที่เชื่อมั่นในสถาบันเข้มแข็ง สำคัญมากที่อัยการควรรู้ว่าสถาบันเข้มแข็งต้องการคนรับผิดชอบ”
 
                    ลูลา กลายเป็นผู้ต้องสงสัยชื่อดังที่สุดในการสอบสวนคดีนี้จนถึงปัจจุบัน และจุดคำถามต่อว่าการจับกุมบุคคลระดับนี้หมายถึงว่าการสอบสวนกำลังสาวเข้าใกล้นางดิลมา รูสเซฟ ประธานาธิบดีคนปัจจุบันหรือไม่ 
 
 
ดอกผลปฏิรูปบราซิล สู่การตั้งข้อหาอดีตผู้นำ
 
 
ผู้สนับสนุนลูลา ชุมนุมหน้าสำนักงานหนังสือพิมพ์โกลโบ ในริโอเดอจาเนโร
ไม่พอใจการนำเสนอข่าวเมื่อวันที่ 6 มี.ค.
 
 
ดอกผลปฏิรูปบราซิล สู่การตั้งข้อหาอดีตผู้นำ
 
 
                    การสอบปากคำเรื่อยจนถึงอัยการแจ้งข้อหา ด้านหนึ่งตอกย้ำความตึงเครียดที่เพิ่มมากขึ้น ระหว่างพรรครัฐบาลกับทีมสอบสวน แต่ขณะเดียวกันก็ฉายภาพว่าสถาบันสำคัญของบราซิลมีความเป็นอิสระมากขึ้น และพรรคกรรมกร ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลและมักกล่าวหาอัยการว่ามีอคติ แท้จริงก็คือพรรคที่ผลักดันการปฏิรูปหลายอย่างทำให้สถาบันสอบสวนทุจริตภาครัฐเข้มแข็ง จนพร้อมที่จะนำตัวผู้มีอิทธิพลทางการเมืองเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมนั่นเอง
 
                    แมททิว เทย์เลอร์ นักรัฐศาสตร์การเมืองที่ศึกษากลไกปราบปรามการทุจริตในบราซิล นับจากกลับสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตยในปี 2528 หลังอยู่ใต้เผด็จการทหาร 21 ปี กล่าวว่า พรรคกรรมกรเข้ามาบริหารประเทศช่วงที่กระทรวงสาธารณะซึ่งกำกับดูแลหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงจุดเติบโตพอดี
 
                    การปฏิรูปเมื่อปี 2547 นำไปสู่การจัดตั้งหน่วยงานด้านผู้พิพากษาและอัยการ ยกระดับความเป็นมืออาชีพ จนทำให้การแจ้งเหตุและการลงโทษเจ้าหน้าที่ประพฤติมิชอบ เป็นที่ยอมรับมากขึ้น จำนวนข้าราชการรัฐบาลกลางที่ถูกพักงานหรือถูกไล่ออกเพราะทำผิดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่พรรคกรรมกรอยู่ในอำนาจ 13 ปี เช่นเดียวกับปริมาณเงินที่ดึงกลับเข้าคลังได้เพราะการตรวจสอบบัญชีพิเศษจากหน่วยงานตรวจเงินแผ่นดิน
 
                    เทย์เลอร์กล่าวว่า กฎหมายที่มุ่งกวาดล้างการฟอกเงิน กรรโชกทรัพย์ และการทำข้อตกลงระหว่างอัยการกับจำเลย ที่ผ่านออกมาบังคับใช้โดยรัฐบาลพรรคกรรมกร กลายเป็นเครื่องมือใหม่ในการสอบสวนคดีทุจริต โดยเฉพาะการวางยุทธศาสตร์แห่งชาติเพื่อกวาดล้างการทุจริตและฟอกเงินที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 2547 และการจัดประชุมหน่วยงานรัฐบาล 70 แห่งเพื่อหารือยุทธศาสตร์และนโยบายเป็นประจำทุกปี ช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานมีความเข้าใจบทบาทของเพื่อนข้าราชการด้วยกันดีขึ้นตามลำดับ และนำไปสู่การปฏิรูปต่ออีกหลายด้าน เช่น บูรณาการฐานข้อมูล และกฎหมายฟอกเงิน
 
 
ดอกผลปฏิรูปบราซิล สู่การตั้งข้อหาอดีตผู้นำ
 
 
                    ตำรวจสหพันธ์ ซึ่งเป็นหน่วยเดียวกับที่ไปเคาะประตูบ้านของลูลาเมื่อวันศุกร์ที่ 4 มีนาคม เป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สุดหลังจากบราซิลกลับคืนสู่ประชาธิปไตย ตำรวจสหพันธ์เคยถูกมองว่าตั้งรับ และมีข้อจำกัดในการเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐประพฤติมิชอบ แต่ในช่วงที่ลูลาปกครองประเทศ ตำรวจกลางเพิ่มจาก 9,000 นายเป็น 1.4 หมื่นนาย และบทบาทของตำรวจสหพันธ์โดดเด่นอย่างมากในการสอบสวนคดีฮั้วในเปโตรบราส
 
                    คณะสอบสวนเฉพาะกิจตั้งอยู่ในเมืองคูริตีบา ทางตอนใต้ นอกศูนย์กลางอำนาจหลักของบราซิล เป็นอีกจุดที่นักสังเกตการณ์ระบุว่าช่วยให้ทีมงานที่นำโดยผู้พิพากษาเซร์จิโอ โมโร ทำงานได้อย่างเป็นอิสระ
 
                    อย่างไรก็ดี ขณะที่การสอบสวนบุคคลทรงอิทธิพลสุดของประเทศ ได้รับคำชื่นชมว่าไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม เสียงวิจารณ์ก็มีออกมาเช่นว่า เกินกว่าเหตุหรือไม่ การกักตัวประธานาธิบดีช่วงหนึ่งมีความจำเป็นหรือไม่ หรือเพื่อแค่ให้เป็นข่าวครึกโครมน่าตื่นตาตื่นใจ พรรคการเมืองหลายพรรคพัวพันเรื่องอื้อฉาวนี้ แต่พรรคกรรมกรถูกทำให้ตกเป็นเป้าสนใจมากที่สุด นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนมักเลือกรั่วข้อมูลให้สื่อเพื่อสร้างความเสียหาย เช่น ปล่อยข่าวการส่งตำรวจไปที่บ้านของลูลา หรือการเจรจาต่อรองคดีของอดีตส.ว.ของพรรคกรรมกร
 
                    ลูเซียนา เกนโร อดีตผู้สมัครประธานาธิบดีหญิงสายเสรีนิยมเมื่อปี 2557 จากพรรคที่เป็นการรวมตัวกันของผู้แปรพักตร์จากพรรคกรรมกร กล่าวว่า เห็นได้ชัดว่า มีความโน้มเอียงทางการเมืองอยู่ในวิธีคิดของสถาบันเหล่านั้น และความโน้มเอียงทางการเมืองนั้น มีอิทธิพลต่อทิศทางการสอบสวน เธอมองว่า การปฏิบัติเชิงขู่เข็ญกับอดีตประธานาธิบดี และเลือกปล่อยข่าวบางเรื่อง ไม่มีความจำเป็น และเป็นการกระทำแบบอำเภอใจ กระนั้น หากเป็นชาวบ้านตาดำๆ ถูกแจ้งข้อหารือต้องสงสัยในคดีอาญา คงไม่มีสิทธิร่ำร้องว่าเกินกว่าเหตุ “ปฏิบัติการล้างรถในวันนี้ ทำให้ชนชั้นทางการเมืองและเศรษฐกิจในประเทศ ได้ลิ้มรสวิธีการแบบเดียวกับที่จำเลยมากมายที่มองไม่เห็นเผชิญเป็นประจำในระบบยุติธรรมของเรา”
 
 
 
 
---------------------
 
(เปิดโลกวันอาทิตย์ : ดอกผลปฏิรูปบราซิล สู่การตั้งข้อหาอดีตผู้นำ : ที่มาข้อมูล csmonitor AFP)