ข่าว

สวย-หล่อสมวัยสไตล์ ...'ศรัณย์ฯ'

สวย-หล่อสมวัยสไตล์ ...'ศรัณย์ฯ'

11 มี.ค. 2559

สวย-หล่อสมวัย สไตล์ ...'ศรัณย์ฯ' : คมคิดธุรกิจนิวเจน : ธานี กุลแพทย์

              โลดแล่นอยู่ในวงการธุรกิจเครื่องสำอางมายาวนานกว่า 15 ปี จวบจนขณะนี้ท่ามกลางกระแสการแข่งขันของตลาดที่ดุเดือด ทว่า ผลิตภัณฑ์ ศรัณย์แคร์ (SARUNcare) โดยการนำของ หนุ่มบิ๊ก “ศรัณย์ รัตนจรัสกุล” ก็ยังยืนหยัดอยู่ได้อย่างมั่นคง ล่าสุด ตอบโจทย์ความพึงพอใจของหนุ่มสาวยุคใหม่ ด้วยการต่อยอดธุรกิจเปิดคลินิกความงามครบวงจร มุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าวัย 25 ปีขึ้นไป ตั้งเป้าทำรายได้ปี 2559 ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท

              เรื่องความสวยความงามสมัยนี้ ไม่เฉพาะผู้หญิงที่ใส่ใจเท่านั้น ชายหนุ่มมาดแมนก็ต้องการดูแลผิวพรรณให้สดใสเช่นเดียวกัน ทำให้นักธุรกิจหนุ่มผู้คลุกคลีอยู่ในแวดวงเครื่องสำอางใช้ความได้เปรียบที่คนในครอบครัวมีความรู้ด้านเภสัชศาสตร์ ร่วมมือพัฒนาเครื่องสำอางบำรุงผิวหน้า และผิวกาย ที่ปราศจากสารเคมี

              จุดเริ่มต้นธุรกิจ บิ๊กบอกว่า ด้วยครอบครัวทำธุรกิจเกี่ยวกับความงามมานาน โดยที่ผ่านมาเป็นผู้รับจ้างผลิตเครื่องสำอางให้แบรนด์อื่นมากว่า 1 ทศวรรษ มี สมคิด รัตนจรัสกุล (คุณอา) ซึ่งจบการศึกษาด้านเภสัชศาสตร์ เกียรตินิยม มหาวิทยาลัยมหิดล รับหน้าที่คิดค้นสูตรที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ ผสานศาสตร์และศิลป์เพื่อผลิตภัณฑ์สำหรับการบำรุงผิวที่ลงตัว ในขณะที่ตนเองดูแลด้านการตลาด

              ปี 2546 ด้วยรักในอาชีพความสวยความงามเป็นทุนเดิม บวกกับความมั่นใจในศักยภาพการผลิต ตลอดจนเทคนิค ความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ ทั้งของอา ทีมงาน และตัวเองที่สั่งสมกันมา จึงนำมาสร้างแบรนด์สินค้าเป็นของตนเอง ในชื่อศรัณย์แคร์ (SARUNcare) ชูคอนเซ็ปต์ผลิตภัณฑ์ความงามที่พัฒนาโดยแพทย์-เภสัชกรมหิดล เน้นความปลอดภัยสูงสุด ปราศจากสารเคมี รวมถึงยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อสภาพผิวคนไทยโดยเฉพาะ อันเป็นแรงส่งทำให้ปีถัดมาได้จดทะเบียนเปิดเป็นบริษัทผลิตผลงาน ที่ปัจจุบันมีไลน์สินค้ากว่า 80 ไอเทม

              บิ๊กยอมรับว่า การรับจ้างผลิตให้แบรนด์อื่นก่อนจะทำแบรนด์ตัวเอง นับว่าเป็นข้อดีที่ทำให้เข้าใจถึงปัญหา จุดเด่น จุดด้อย ของส่วนผสมแต่ละชนิดที่นำมาทำเป็นเครื่องสำอางทั้งในโหมดของผิวหน้า ผิวกาย รวมถึงทราบความต้องการของผู้บริโภคว่าชอบ ไม่ชอบแบบไหน

              “จากประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา ทำให้เราทราบว่าคนไทยส่วนใหญ่อยากมีผิวพรรณเรียบเนียน สีผิวสว่างสดใส ไม่มีริ้วรอย ไม่มีจุดด่างดำ ซึ่งเหล่านี้คุณอา ทีมงาน ก็ได้ศึกษาข้อมูล ค้นคว้าวิจัย แม้ตัวผมเองก็ได้เรียนรู้สิ่งเหล่านี้ เพื่อการผลิตผลิตภัณฑ์ให้แบรนด์อื่นมาอย่างต่อเนื่อง ผมจึงคิดว่าน่าจะต่อยอดเป็นธุรกิจของตัวเองได้จนเกิดเป็นแบรนด์ดังกล่าว”

              ความได้เปรียบในเรื่องคุณภาพผลิตภัณฑ์ โดยชูความต่างเรื่องการปราศจากสารเคมีที่เป็นอันตราย อาทิ สี กลิ่น น้ำหอม แอลกอฮอล์ น้ำมัน แป้ง หรือสารที่ก่อให้เกิดการอุดตันระคายเคืองรูขุมขน รวมถึงยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อผิวคนไทยโดยเฉพาะ ทั้งยังมีผลิตภัณฑ์เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะที่ได้ตรงจุด และทุกไอเทมได้มาตรฐาน อย.ทำให้สินค้าติดตลาดในเวลาอันรวดเร็ว

              โดยมีพื้นที่วางจำหน่ายในร้านวัตสัน ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ อาทิ เดอะมอลล์ เซ็นทรัล พารากอน และร้านตัวแทนจำหน่ายอีกกว่า 120 สาขาทั่วประเทศ ทำให้ลูกค้ารู้จักแบรนด์กว้างขึ้น โดยเฉพาะสาขาเซ็นทรัลปิ่นเกล้า ซึ่งเป็นเคาน์เตอร์ศรัณย์แคร์เต็มรูปแบบ สามารถสร้างรายได้สูงถึง 25 ล้านบาท เมื่อปีที่ผ่านมา

              แม้จะเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่มีแนวโน้มการเติบโตที่รวดเร็ว ทว่า ก็มีจุดยืนที่ชัดเจน ไม่วิ่งตามกระแสแฟชั่น เน้นที่การดูแลผิวหน้าผิวกายของลูกค้าเป็นหลัก ทำให้สามารถสร้างความแตกต่างจากเครื่องสำอางที่มีอยู่ตามท้องตลาด โดยทุกผลงานรับรองความปลอดภัยด้วยมาตรฐาน อย. (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) ดังกล่าว

              ทว่า เพื่อตอบโจทย์ความพึงพอใจของหนุ่มสาวสมัยใหม่ที่ต้องการสวยหล่อสมวัย อีกทั้งตลาดความงามและศัลยกรรมไทยโตต่อเนื่อง มีมูลค่าธุรกิจโดยรวมกว่า 3 หมื่นล้านบาท หนุ่มบิ๊กจึงเห็นเป็นอีกโอกาสในการต่อยอดธุรกิจ เพื่อสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งและครบวงจรมากขึ้น

              ดังนั้น ต้นปี 2558 ที่ผ่านมา จึงอัดเม็ดเงินจำนวนหนึ่งเปิดคลินิกความงาม “ศรัณย์คลินิก” โดยสาขาแรกยึดหัวหาดย่านลาดพร้าว และด้วยได้การตอบรับที่ดีเป็นจากลูกค้า จนต้องขยายสาขาเพิ่มที่ย่านเจริญกรุง และที่สยามสแควร์ ถัดจากสาขาแรก 5 เดือน และ 8 เดือน ตามลำดับ

              “หลังจากผมสร้างฐานลูกค้าและสั่งสมชื่อเสียงมาช่วงหนึ่ง ก็ขอสานฝันตัวเองด้วยการขยายธุรกิจไปสู่คลินิกความงาม เพราะโดยส่วนตัวผมเป็นคนมีมาตรฐานสูง ดูแลตัวเองเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว รักในอาชีพความสวยความงาม อยากทำให้คนอื่นมีความสุข ทั้งสุขภาพกาย และสุขภาพจิตใจที่ดี เพราะสุขภาพเป็นทรัพย์สินที่มีค่าสูงสุดของชีวิต"  บิ๊กบอกถึงแรงบันดาลใจในการต่อยอดธุรกิจจากผลิตภัณฑ์ความงามเป็นคลินิกความงาม

              อย่างไรก็ตาม จากที่ศรัณย์แคร์คลินิกเปิดได้เพียงปีเศษสามารถสร้างรายได้ปีที่ผ่านมากว่า 60 ล้านบาท จึงทำให้ในปี 2559 มีแผนขยายสาขาเพิ่มที่ย่านสุขุมวิท 54 และที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้า ตั้งเป้าทั้ง 5 สาขา จะสร้างรายได้ประมาณ 100 ล้านบาท โดยมุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าทั้งหญิง-ชาย วัยทำงานช่วงอายุ 25-55 ปี ทั้งลูกค้าชาวไทย ชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาติอาเซียนที่ได้เปิดประเทศเสรีเมื่อปลายปี 2558 เราจึงหวังสร้างสรรค์ผลงานกับคนกลุ่มนี้ด้วย

              “ผมโชคดีที่ได้ฐานลูกค้าเดิมที่รักในแบรนด์ศรัณย์แคร์ ทั้งๆ ที่ไม่เคยจ้างดารา หรือพรีเซ็นเตอร์มาโฆษณา สาเหตุก็เพราะเราทำทุกอย่างตามมาตรฐานสากล ทั้งตัวยาทุกตัวผ่านการรับรองจาก อย.มาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข เครื่องมือก็นำเข้ามาจากอเมริกา 100% ซึ่งเชื่อว่าจะสร้างความมั่นให้ผู้บริโภคได้ครอบคลุม"

              ในส่วนปัจจัยที่ส่งเสริมธุรกิจด้านความงามเติบโตอย่างรวดเร็วนั้น หนุ่มบิ๊กบอกว่า เพราะปัจจุบันกลุ่มคนส่วนใหญ่ต่างหันมาดูแลตัวเองเพิ่มมากขึ้น ไม่เฉพาะอาหารที่บริโภค แต่ยังรวมถึงความสวยความงาม ซึ่งตลาดนี้ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ

              ฉะนั้น ในฐานะผู้ประกอบการจึงพยายามเฟ้นหานวัตกรรมมารองรับความต้องการของคนกลุ่มนี้ ส่วนปัจจัยลบมาจากบรรดาหมอกระเป๋า ที่สวมรอยแอบอ้างเข้ามาสร้างความเสื่อมเสียให้แก่วงการแพทย์ ซึ่งปรากฏเป็นข่าวอยู่บ่อยครั้งในห้วงเวลาที่ผ่านมา

              “บิ๊ก” ศรัณย์ รัตนจรัสกุล วัย 37 ปี พื้นเพเป็นชาวกรุงเทพฯ มีพี่น้อง 3 คน พี่สาว พี่ชาย เขาเป็นคนสุดท้อง จบการศึกษาระดับปริญญาโท คณะบริหาร สาขาการตลาด วิทยาลัยทองสุข กทม. ปัจจุบันรับหน้าที่ดูแลฝ่ายการตลาดของศรัณย์แคร์ (SARUNcare)  และบริหารภาพรวมของคลินิกควบคู่กันไป