ข่าว

คำถามพ่วงประชามติ

คำถามพ่วงประชามติ

10 มี.ค. 2559

คำถามพ่วงประชามติ : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ โดยสำนักข่าวเนชั่น

           การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในวันนี้ (10 มี.ค.) จะมีการพิจารณาเกี่ยวกับร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ที่คณะรัฐมนตรีส่งมาให้ สนช.พิจารณาลงมติ ซึ่งประเด็นหลักก็อยู่ที่เรื่องการทำ “ประชามติ” ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

           ในร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) จะมีเนื้อหาสำคัญอยู่ 3 ประเด็น คือ 1.ยกเลิกเกณฑ์การกำหนดให้จัดส่งร่างรัฐธรรมนูญให้ครัวเรือนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 เปลี่ยนเป็นว่า ให้ กกต.จัดพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญและคำอธิบายสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ เผยแพร่ให้ประชาชนทราบได้โดยสะดวกและเป็นการทั่วไป 2.เสียงในการผ่านประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ใช้คะแนนเสียงข้างมากของผู้มาออกเสียงประชามติเห็นชอบด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ 3.ในการจัดให้มีการออกเสียงประชามติ นอกจากให้ออกเสียงประชามติว่า จะให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับแล้ว สภานิติบัญญััติแห่งชาติ (สนช.) จะเสนอคำถามเพิ่มเติมว่า จะให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ พร้อมไปในคราวเดียวกันด้วยก็ได้

           สำหรับ หลักการ-เหตุผล ของการเปิดช่องให้ สนช.เท่านั้น สามารถตั้งคำถามพ่วงการทำประชามติ 1 คำถามได้ เพราะเป็น “สิทธิ์เดิม” ของ สนช.ตั้งแต่ในยุคที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ยังเป็นผู้ชี้เป็น-ชี้ตายร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ

           อย่างไรก็ตาม สำหรับ “คำถามพ่วง” ในการทำประชามติ ขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุยอย่างเป็นทางการของ สนช.ว่าจะถามหรือไม่ถาม หรือหากถาม จะถามว่าอะไร

           แต่เท่าที่กลุ่มย่อยสมาชิก สนช.พูดคุยกัน ก็ยังมีความเห็นต่าง บ้างก็บอกว่า คำถามของ สนช.ควรที่จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและร่างรัฐธรรมนูญและทิศทางของบ้านเมืองต่อไปในภายภาคหน้า สามารถนำมาปรับแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามที่ประชาชนต้องการได้ แต่ก็มีความเห็นต่างว่า ควรตั้งคำถามที่ไม่เกี่ยวข้องกับร่างรัฐธรรมนูญเพื่อไม่ให้ประชาชนสับสน เพราะหากเป็นคำถามเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญอาจจะต้องมีการปรับแก้ไขรัฐธรรมนูญในภายหลังให้สอดคล้องกับคำถามจนเกิดความวุ่นวาย ดังนั้นการให้ประชาชนลงมติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเพียงอย่างเดียวจะดีกว่า และคำถามพ่วงควรเป็นคำถามที่เป็นปัญหาของคนทั้งประเทศ ถามไปในแนวทางที่จะแก้ไขปัญหาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากหลายปีที่ผ่านมา เช่น ควรจะสร้างเขื่อนหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลมีปัญหาเรื่องนี้กัับประชาชนบ่อยครั้ง หรือว่า เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบที่จะมี พ.ร.บ.นิรโทษกรรม หรือรัฐบาลแห่งชาติ เพื่อนำไปสู่การปรองดอง

           แต่ที่สุดโต่งไปเลยก็มี คือเห็นว่า สนช.ไม่ควรไปตั้ง “คำถามพ่วง” ในการทำประชามติิ เพราะยิ่งมีคำถามก็ยิ่งทำให้สังคมแตกแยก โดยยกตัวอย่างจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ที่เปิดโอกาสให้ สนช. และสปช.ในขณะนั้นตั้งคำถามได้ละ 1 คำถาม ก็ทำเอาทะเลาะกัน

           “พรเพชร วิชิตชลชัย” ประธาน สนช. เคยพูดถึงเรื่องนี้ว่า เรื่องคำถามประชามติ สนช.ยังไม่มีการพูดคุยกันเรื่องนี้ เพราะยังไม่ถึงเวลา ต้องรอให้ร่างรัฐธรรมนูญเสร็จก่อน แต่ให้สมาชิกเตรียมตัวและนำไปหารือกันว่าสมควรตั้งคำถามหรือไม่

           หากฟังจากคำพูดของ “พรเพชร” ก็ชัดเจนว่า ในเรื่อง “คำถามพ่วง” ของ สนช.จะได้ข้อสรุปก็ตอนที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งตาม “ไทม์ไลน์” ก็คือวันที่ 29 มีนาคมนี้
          
           หรือว่า ในเรื่อง “คำถามพ่วง” อาจต้องรอฟังสัญญาณจาก คสช.เป็นสำคัญว่าจะเอาอย่างไรก่อน ก็เป็นได้