
รองโฆษกตร.แจงลุยปราบผู้มีอิทธิพล
09 มี.ค. 2559
รองโฆษก ตร. แจงเดินหน้าปราบปราม ผู้มีอิทธิพล ชี้ดำเนินการตามมาตรฐาน ยันไม่ได้กลั่นแกล้งใคร
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 9 มี.ค.59 พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงการปราบปรามผู้มีอิทธิพลว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ประชุมเมื่อวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา รวมถึงการรวบรวมข้อมูลรายชื่อแบล็คลิส ทางตำรวจได้มีการรวบรวมอยู่ตลอดระยะเวลา ตามนโยบายของรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในการจับกุมผู้กระทำความผิดทั้ง 16 ฐานความผิด ประกอบด้วย 1.ยาเสพติด 2.ฮั้วประมูลงาน 3.การเรียกรับผลประโยชน์จากโรงงานและสถานบริการ 4.คิวมอเตอร์ไซค์ รถรับจ้างที่ผิดกฎหมาย 5.ลักลอบขนสินค้าหนีภาษี น้ำมันเถื่อน 6.บ่อนการพนัน หวยใต้ดิน 7.ลักลอบค้าหญิงและเด็ก 8.หลอกลวงคนไปทำงานต่างประเทศ 9.ลักลอบนำเข้า-ออกประเทศ 10.หลอกลวงต้มตุ๋นนักท่องเที่ยว 11.มือปืนรับจ้าง 12.ทวงหนี้ ข่มขู่ 13.ค้าอาวุธ 14.บุกรุกที่ดินสาธารณะ 15.เรียกค่าคุ้มครองในที่สาธารณะ เส้นทางหลวงหรือเก็บส่วย 16.นายทุนปล่อยเงินกู้นอกระบบ เป็นต้น
พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) และในฐานะหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง ได้ลงพื้นที่ปฏิบัติการปราบปรามผู้มีอิทธิพลขั้นเด็ดขาด ในพื้นที่ จ.นครปฐม เมื่อวันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามในแผนปฏิบัติการในครั้งต่อไป ต้องขึ้นอยู่กับทีมสืบสวนจะปรากฏการข่าวออกมาเป็นระยะ
พล.ต.ต.ทรงพล เปิดเผยอีกว่า สำหรับกระแสที่มีประชาชนเป็นห่วงว่าการปราบปรามดังกล่าวจะเป็นการกลั่นแกล้งคนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับ คสช.นั้น ตนยืนยันว่า การปราบปรามเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน จะไม่มีการกลั่นแกล้งใดๆทั้งสิ้น ส่วนตำรวจที่เข้ามาเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นยศสูงแค่ไหน ถ้าตรวจสอบพบว่าผิดก็จะดำเนินการทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น และการดำเนินงานที่ผ่านมา ถือว่าเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งการดำเนินการปราบปรามดังกล่าวสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา (ผบ.ตร.) ได้ดำเนินการปราบปรามตลอดเวลาอยู่แล้ว แต่หลังจากที่มีคำสั่งของ คสช.ให้เวลา 6 เดือนในการแก้ปัญหา สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ยกระดับให้มีการปราบปรามเข้มข้นมากขึ้น
‘อธิบดีดีเอสไอ’ เผยส่งบัญชีรายชื่อผู้มีอิทธิพล 5 ฐานความผิดให้ คสช.แล้ว
พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอเปิดเผยว่า ดีเอสไอมีคดีพิเศษที่ดำเนินการล้วนเกี่ยวข้อง กับผู้มีอิทธิพล มีความสลับซับซ้อน ซึ่งพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมให้ความสำคัญกับนโยบายปราบปรามผู้มีอิทธิพลและตามที่ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรมได้จัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีอิทธิพลใน 5 ฐานความผิดหลักมอบให้ดีเอสไอดำเนินการหลายพันรายชื่อ ดีเอสไอได้รับการประสานและส่งมอบรายชื่อบางส่วนให้กับคสช. แล้ว
สำหรับ 5 ฐานความผิด ซึ่งกระทรวงยุติธรรมจัดแยกตามพฤติการณ์ จะต่างจากบัญชีของทหาร ตำรวจและมหาดไทยที่จัดตามพื้นที่ ได้แก่. กลุ่มบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติ กลุ่มหนี้นอกระบบ กลุ่มค้ายาเสพติดในเรือนจำ กลุ่มผิดกฏหมายภาษีอากร และกลุ่มต้มตุ๋นนักท่องเที่ยว ส่วนรายชื่อเป็นกลุ่มขบวนการ บางคดีเกี่ยวข้องกับนักการเมืองท้องถิ่น
‘รองโฆษก ตร.’ เผยตรึงกำลังพร้อมรับ ‘พะจุณณ์’ รับทราบข้อกล่าวหา
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 9 มีานคม พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการออกหมายเรียก พล.ร.อ. พะจุณณ์ ตามประทีป สมาชิกสภาปฏิรูปประเทศ (สปท.) และอดีตอดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปช.) ว่า มีการออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหา ในวันที่ 10 มี.ค. เวลา 10.00 น. ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บก.ปอท.) ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีโดยแจ้งข้อหาว่าหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จว่าเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อจาก พล.ร.อ. พะจุณณ์ และนายนิติธร ล้ำเหลือ ทนายความส่วนตัว
พ.ต.อ.กฤษณะ เปิดเผยอีกว่า ส่วนการเตรียมความพร้อมนั้นพนักงานสอบสวนมีการรวบรวมพยานหลักฐานไว้ทุกอย่างแล้ว สำหรับกรณีที่ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ไปร้องทุกข์เพื่อขอความเป็นธรรมแก่ผู้ตรวจการแผ่นดินเมื่อวันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมานั้น ยังยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการทุกอย่างตามหลักฐานที่พบ ซึ่งต้องดำเนินการผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ โดยทางตำรวจได้ทำหน้าที่ตามขั้นตอนกฎหมายทุกอย่างแบบโปร่งใส่ ซึ่งการออกหมายเรียกเป็นขั้นตอนปกติ อย่างไรก็ตามหาก พล.ร.อ.พะจุณณ์ ยังไม่เข้ามาพบตามหมายเรียก ก็จะดำเนินการขั้นต่อไป ทั้งนี้จากกรณีที่มีกระแสข่าวว่าจะมีกองเชียร์มาให้กำลังใจ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ในการเข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกนั้น ทางพื้นที่ บก.น.2 มีมาตรการดูแลอยู่แล้ว มีกำลังเจ้าหน้าที่เตียมพร้อมดูแลความสงบเรียบร้อย โดยส่วนตัวไม่กังวลว่าจะเกิดความวุ่นวายขึ้น เพราะทุกอย่างก็ว่าไปตามกฎหมาย



