ข่าว

หนุ่มฟรีแลนซ์ซิ่งซีวิคเสียหลักชนเสาไฟขาดเพื่อนดับ

หนุ่มฟรีแลนซ์ซิ่งซีวิคเสียหลักชนเสาไฟขาดเพื่อนดับ

09 มี.ค. 2559

หนุ่มฟรีแลนซ์กองถ่ายซิ่งซีวิคเสียหลักชนเสาไฟขาด เพื่อนนั่งมาดับอนาถ

 
          วันที่ 9 มี.ค.59 เมื่อเวลา 03.30 น. ที่บริเวณแยกประชาสงเคราะห์ (แยกโบถส์แม่พระ) ถนนประชาสงเคราะห์ ฝั่งมุ่งหน้าตลาดห้วยขวาง แขวงและเขตดินแดง กทม. ร.ต.อ.วิชิต ภาเรืองรอง สว.(สอบสวน) สน.ดินแดง รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์ชนเสาไฟฟ้า จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจและจราจร สน.ดินแดง แพทย์ รพ.รามาธิบดี และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
 
          ที่เกิดเหตุเป็นเกาะกลางก่อนถึงแยกดังกล่าว ประมาณ 10 เมตร พบรถยนต์แต่งซิ่ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีขาว หมายเลขทะเบียน ฎพ4984 กรุงเทพมหานคร จอดบนฟุตบาท ชนเข้ากับต้นไม้และเสาไฟฟ้าจนขาด สภาพรถด้านหน้าตลอดจนหลังคาพังเสียหายยับเยินกระจกหน้าแตกละเอียด ประตูด้านซ้ายอัดติดอยู่กับต้นไม้เมื่อตรวจสอบภายในพบผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย ติดอยู่ภายในตัวรถ รายแรกทราบชื่อ นายกิตติธัช อุบลวรรณี อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่467 ซ.แสงอุทัยทิพย์ แขวงและเขตดินแดง กทม.  ซึ่งเป็นผู้ขับขี่ ได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลใบหน้าและหน้าอก  เจ้าหน้าที่มูลนิธิจึงนำอุปกรณ์ตัดถ่างมาทำการช่วยเหลือใช้เวลากว่า 30 นาที ก่อนนำส่งรพ.ราชวิถี  ส่วนรายที่สองทราบชื่อภายหลังนายปฐมพร นาคกัน อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่2278 แขวงและเขตดินแดง กทม. เป็นผู้นั่งโดยสารมาด้วยสวมเสื้อยืดสีน้ำเงิน นุ่งกางเกงขาสั้น สภาพนั่งคอหักเสียชีวิตติดคาอยู่ในรถเจ้าหน้าที่จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำศพส่ง นิติเวชฯ รพ.รามาธิบดี
 
          ด้าน ร.ต.อ.วิชิต กล่าวว่า จากการสอบสวนทราบว่า นายกิตติธัชซึ่งเป็นคนขับรถมีอาชีพเป็นฟรีแลนซ์ของกองถ่ายภาพยนตร์ ก่อนเกิดเหตุได้บอกกับมารดาว่าเพื่อนโทรศัพท์ชักชวนไปกินข้าวต้มย่านห้วยขวาง จากนั้นได้ขับรถออกจากบ้าน ระหว่างขากลับใช้ถนนประชาสงเคราะห์มุ่งหน้าแฟลตดินแดง ด้วยความเร็ว พอมาถึงไฟแดง ชาวบ้านย่านนั้นได้ยินเสียเบรกอย่างรุนแรงก่อนที่รถจะหมุนแล้วพุ่งเข้าไปชนเสาไฟฟ้าเหวี่ยงไปฟาดกับตันไม้อย่างจังทำให้เพื่อนที่นั่งมาด้วยฝั่งผู้โดยสารคอหักเสียชีวิตคาที่ทันที
 
          อย่างไรก็ตามต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยา รวมทั้งทำการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนสรุปสาเหตุที่แท้จริง หากพบว่าผู้ขับขี่มีความผิดจะต้องแจ้งข้อหาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป