ข่าว

หงส์รับแข้งผีแดงเดือดยูโรปา

หงส์รับแข้งผีแดงเดือดยูโรปา

09 มี.ค. 2559

ลิเวอร์พูล ทัพใหญ่ทำศึกยูโรปาลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดต้อนรับ แมนฯ ยูไนเต็ด คืนวันที่ 10 มี.ค. โดยทีมเยือนสถิติข่ม แถม หลุยส์ ฟาน กัล นำทีมเจอหงส์ไม่เคยแพ้

 
                    ศึกฟุตบอลยูฟ่า ยูโรปาลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก ในคืนวันพฤหัสบดีที่ 10 มีนาคมนี้ คู่เอกเป็น “ศึกแดงเดือด” ของ 2 ยักษ์ใหญ่แห่งเกาะอังกฤษที่ต้องโคจรมาเจอกันในเกมระดับสโมสรยุโรปเป็นครั้งแรก ระหว่าง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ที่จะเปิดรังแอนฟิลด์ ต้อนรับ “ปีศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด เวลา 03.05 น. 
 
                    เกมนี้ เจอร์เกน คลอปป์ กุนซือเจ้าบ้านยังคงไร้ ลูคัส เลวา ที่ได้รับบาดเจ็บแต่พร้อมจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามอีกครั้ง หลังพักแข้งหลักจากนัดล่าสุดที่บุกไปชนะ คริสตัล พาเลซ 2-1
 
                    คาดว่าแนวรุก ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ กับ คริสเตียน เบนเทเก ยังคงนั่งเป็นตัวสำรองต่อไป แต่จะให้ ฟิลิปป์ คูตินโญ กลับมาประสานงานกับ โรแบร์โต ฟีร์มิโน และอดัม ลัลลานา ขณะที่แดนกลางยังคงเป็น เอมเร ชาน, เจมส์ มิลเนอร์ และจอร์แดน เฮนเดอร์สัน ส่วนแนวรับ นาธาเนียล ไคลน์ จะกลับมาเล่นร่วมกับ เดยัน ลอฟเรน, มามาดู ซาโก และอัลแบร์โต โมเรโน
 
                    ขณะที่ทีมเยือนของกุนซือ หลุยส์ ฟาน กัล ยังคงมีปัญหานักเตะได้รับบาดเจ็บหลายราย ไม่ว่าจะเป็น ลุค ชอว์, แอชลีย์ ยัง, ฟิล โจนส์, หลุยส์ อันโตนิโอ บาเลนเซีย, คาเมรอน บอร์ธวิค แจ็คสัน, บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ รวมถึง เวย์น รูนีย์ และจะหมดสิทธิ์ใช้งาน เจสซี ลินการ์ด ที่ติดโทษแบน คาดว่าจะปรับทัพจากนัดล่าสุดที่บุกไปแพ้ เวสต์บรอมวิช 0-1 โดยแนวรุก เมมฟิส เดปาย จะกลับมาเล่นร่วมกับ ฆวน มาตา, อองโตนี มาร์กซิยัล และมาร์คัส รัชฟอร์ด ขณะที่แดนกลางจะให้ มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน จับคู่กับ ไมเคิล คาร์ริค ส่วนแนวรับยังคงเป็น ดาลีย์ บลินด์, คริส สมอลลิง, มาร์กอส โรโฮ และ มัตเตโอ ดาร์เมียน
 
                    คู่นี้เคยเจอกันในศึกลูกหนังรายการต่างๆ บนเกาะอังกฤษมาแล้วทั้งหมด 194 เกม ปรากฏว่า แมนฯ ยูไนเต็ด มีสถิติเหนือกว่าจากการชนะ 79 นัด แพ้ 64 นัด และเสมออีก 51 นัด ขณะที่ หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือ “ปีศาจแดง” พกสถิติข่มเจ้าบ้านจากการเอาชนะ “หงส์แเดง” ได้ทุกครั้งที่เคยเจอทั้งหมด 5 นัด นับตั้งแต่เข้ามาคุมทีมเมื่อ 2 ปีก่อน ไล่ตั้งแต่เกมอุ่นแข้งรายการพิเศษที่ชนะ 3-1 ในศึกอินเตอร์เนชั่นแนล แชมเปี้ยนส์คัพ รอบชิงชนะเลิศ ที่สหรัฐอเมริกา ในปี 2014 ก่อนจะพาทีมคว้าชัยจากนัด “แดงเดือด” ในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาลก่อนได้แบบเหย้าเยือนทั้ง 2 เกม เริ่มจากนัดที่เปิดรังโอลด์ แทรฟฟอร์ด ไล่ต้อนชนะ 3-0 และบุกไปเชือดได้ถึงแอนฟิลด์ 2-1 เช่นเดียวกับฤดูกาลนี้ที่กวาดชัยได้ทั้ง 2 เกม นั่นก็คือนัดที่เฝ้ารังชนะ 3-1 และนัดล่าสุดที่ออกไปเฉือน 1-0
 
                    ด้าน “ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส รองจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก เจอศึกหนักต้องออกไปเยือน “เสือเหลือง” ดอร์ทมุนด์ ยักษ์ใหญ่แห่งศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี ที่เวสต์ฟาเลน สเตเดี้ยม เวลา 01.00 น. นัดนี้ เมาริซิโอ โปเชตติโน กุนซือทีมเยือนจะไม่มี แยน แฟร์ทองเกน ที่ยังเดี้ยง และ เดเล อัลลี ที่ติดโทษแบน แต่ใช้งานแข้งหลักรายอื่นๆ ได้ทั้งหมด คาดว่าจะปรับทัพบางตำแหน่งจากนัดล่าสุดที่เฝ้ารังเสมอ อาร์เซนอล 2-2 โดยจะให้ นาเซอร์ ชาดลี กลับมาประสานแนวรุกกับ เอริก ลาเมลา, คริสเตียน อีริคเซน และแฮร์รี เคน
 
                    ฝั่งเจ้าถิ่นของกุนซือ โธมัส ทูเคิล ขาดเพียง โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส ที่ยังไม่หายเจ็บ ส่วนพวกแข้งหลักยังคงพร้อมลงสนามทั้งหมดเหมือนนัดล่าสุดที่เปิดบ้านเสมอ บาเยิร์น มิวนิค 0-0 ไม่ว่าจะเป็น มัตส์ ฮุมเมลส์, อิลคาย กุนโดกาน, เฮนริคห์ มิคฮิทาเรียน, มาร์โก รอยส์ และปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง
 
                    ส่วนโปรแกรมคู่อื่น เวลา 01.00 น. เฟเนร์บาห์เช (ตุรกี) พบ บรากา (โปรตุเกส), บาเซิล (สวิตเซอร์แลนด์) พบ เซบีญา (สเปน), ชัคเตอร์ (ยูเครน) พบ อันเดอร์เลชท์ (เบลเยียม) เวลา 03.05 น. บียาร์รีล (สเปน) พบ เลเวอร์คูเซน (เยอรมนี), แอธเลติก บิลเบา (สเปน) พบ บาเลนเซีย (สเปน), สปาร์ตา ปราก (สาธารณรัฐเช็ก) พบ ลาซิโอ (อิตาลี)
 
 
 
 
-------------------------
 
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)