ข่าว

ควรมีศูนย์ปรับหนี้รายย่อย ?

ควรมีศูนย์ปรับหนี้รายย่อย ?

10 มี.ค. 2559

สวัสดีเศรษฐกิจ : ควรมีศูนย์ปรับหนี้รายย่อย ? : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร

 
                    เวลานี้พวกเราทั้งหลายในที่นี้หมายถึงภาครัฐ สถาบันการเงินทั้งเอกชนและสถาบันการเงินของรัฐ ผู้กำกับดูแลสถาบันการเงิน และตัวลูกหนี้เอง และประชาชนทั่วไป คิดว่าสมควรที่จะมีองค์กรตัวกลางที่มีการรวมศูนย์ เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์ปรับโครงสร้างหนี้ประชาชนรายย่อยแล้วหรือยัง ผู้อ่านอย่าเพิ่งเชื่อทั้งหมด ลองอ่านข้อเสนอของผมก่อนว่าพอจะทำเป็นรูปเป็นร่างได้หรือไม่ 
 
                    1.สถานการณ์หนี้ครัวเรือนไทย ณ ไตรมาส 3/2558 มีจำนวนทั้งสิ้น 10.8 ล้านล้านบาท คิดเป็น 80% ของจีดีพี 13.3 ล้านล้านบาท คาดการณ์กันว่าสิ้นปี 2558 น่าจะมีมูลค่าหนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นจนไปแตะที่ 81% ของจีดีพี ระยะอันตรายที่ใครต่อใครมองก็คือ 85% 
 
                    2.คนที่เป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ ประกอบด้วย ธนาคารพาณิชย์ประมาณ 46% สถาบันการเงินเฉพาะกิจประมาณ 31% สหกรณ์ออมทรัพย์ 16% บริษัทบัตรเครดิต เช่าซื้อ ลีสซิ่ง บริษัทสินเชื่อส่วนบุคคลคิดเป็นประมาณ 10% 
 
                    3.การกำกับดูแล มีธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กระทรวงการคลัง กรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตร หรือสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) 
 
                    4.ในความเป็นจริง รายย่อยจะเป็นหนี้หลายแห่งหลายบัญชี เช่น ผู้เขียนมีหนี้เงินกู้บ้านกับธนาคาร ผ่อนรถยนต์กับบริษัทเช่าซื้อ มีบัตรเครดิตกับผู้ให้บริการบัตรเครดิต มีสินเชื่อส่วนบุคคล 
 
                    5. สินเชื่อทุกบริการจะให้ได้ต้องมีเกณฑ์อย่างน้อยที่ต้องคิดคือ จะให้สินเชื่อเป็นกี่เท่าของรายได้ เพราะสถาบันการเงินต้องการดู Financial ratio บางตัว เช่น Debt to income ดูว่าคนคนนี้มีหนี้กี่เท่าของรายได้ เป็นต้น 
 
                    6.เวลาที่เกิดปัญหาติดขัด จ่ายหนี้ไม่ได้ในงวดใดงวดหนึ่งของบัญชี ไม่ว่าการติดตามหนี้จะมาจากทุกทิศทุกทาง แต่คนที่เป็นลูกหนี้มีรายได้ทางเดียว การจัดสรรเงินที่ได้มาเพื่อจ่ายหนี้
 
                    7.ถ้ามีองค์กรตัวกลางทำหน้าที่ช่วยให้การปรับโครงสร้างหนี้ แบบรวมศูนย์ ลูกหนี้สมัครใจเข้าโครงการ ทางศูนย์จะประสานงานจะรวมยอดหนี้ บอกไปยังสถาบันการเงินต้นทางว่าลูกค้าอยู่ในสถานะไหน หรืออาจจะมีตารางสำเร็จรูปในการกำหนดเงื่อนไขการชำระคืนให้กับเจ้าหนี้ทุกราย จากนั้นลูกหนี้ก็เซ็นสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ประชาชนรายย่อย แบบสัญญามาตรฐานเดียว
 
                    8.การทำแบบนี้จะทำให้ต้นทุนในการวิ่งเจรจาแก้ไขหนี้ทำได้เร็วขึ้น มีค่าใช้จ่ายลดลงไปมาก เพราะเมื่อมาที่ศูนย์ที่เดียวก็จะได้คุยกับเจ้าหนี้ทุกราย
 
                    9.ศูนย์นี้ต้องไม่สร้างแรงจูงใจว่า ไม่จ่ายหนี้จะมีรางวัล กล่าวคือ เป็นหนี้เสียแล้วไม่ต้องชำระคืนเต็มจำนวน ต้องไม่ทำหน้าที่หาแหล่งเงิน ต้องไม่ไปรับประกันความสำเร็จ ศูนย์นี้ต้องยอมรับความจริงว่าจะไม่ช่วยคนที่มีความสามารถในการชำระหนี้สูงแต่มีความตั้งใจที่จะชำระหนี้ต่ำ เป็นต้น
 
                    ในบรรดาลูกหนี้ทั้งหลาย ผมเชื่อว่ามีจำนวนไม่น้อยที่มีปัญหา แม้ว่าหนี้เสียจะคิดเป็นจำนวนที่ต่ำมาก ควบคุมได้ และไม่เป็นอันตรายต่อระบบเศรษฐกิจก็ตาม หากแต่การมีศูนย์แบบนี้มันจะดีกว่าไม่มีใช่หรือไม่ในเวลานี้ 
 
                    เราอาจตั้งชื่อโครงการนี้ว่า การเผชิญหน้า เผชิญหนี้ โดย “ศูนย์ไกล่เกลี่ย เคลียร์หนี้ เพื่อชุบชีวีประชาชนรายย่อย”
 
 
 
----------------------
 
(สวัสดีเศรษฐกิจ : ควรมีศูนย์ปรับหนี้รายย่อย ? : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร)