
ทวี ไกรคุปต์อดีตส.ส.ราชบุรียิงหมาตาย
ตำรวจรวมหลักฐานให้อัยการพิจารณาสั่งฟ้องทวี ไกรคุปต์อดีตส.ส.ราชบุรียิงหมาตาย
8มี.ค.2559 จากกรณีที่นายทวี ไกรคุปต์ อดีต ส.ส.ราชบุรีหลายสมัย ใช้อาวุธปืนยิงสุนัขเพศเมียจนตายบริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อสาขาชัฏป่าหวาย ม.1 ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี เมื่อเวลาประมาณ 08.00 น. วันที่ 7 มีนาคม นั้น พ.ต.อ.ภคภณ เล็กท่าไม้ ผกก.สภ.สวนผึ้ง ภ.จว.ราชบุรี กล่าวว่า จากการสอบสวนนายทวี ขับรถมาซื้อของในร้านสะดวกซื้อ เมื่อเดินออกมาจากร้าน ถูกสุนัขเพศเมียตัวดังกล่าวกัดบริเวณขา ซึ่งเป็นสุนัขเร่ร่อนไม่มีเจ้าของ เกิดความโกรธจึงเดินไปเอาปืนขนาด 9มม.ในรถออกมายิงสุนัขจำนวน 5 นัด จนตาย และขึ้นรถกลับไป จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีในข้อหาพกอาวุธปืนในเมืองที่สาธารณะ และยิงปืนโดยไม่มีเหตุอันควร ทารุณกรรมสัตว์ตามมาตรา 20 ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการอันเป็นการทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควร หมวด 5 การป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ซึ่งผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 20 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
“แจ้งข้อหาแล้วตอนนี้ได้ก็ปล่อยตัวไป แต่จะรวบรวมพยานหลักฐานที่ส่งต่อให้พนักงานอัยการพิจารณาว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ เพราะเขาให้การปฏิเสธว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะฆ่า บอกว่าเป็นการป้องกันตัวเพราะสุนัขกัด แต่เขาก็ยอมรับว่าใช้ปืนยิงจริง” พ.ต.อ.ภคภณ กล่าว
ลูกสาวระบุเข้าใจความรู้สึกคนรักสุนัข
นางปารีณา ไกรคุปต์ อดีตส.ส.ราชบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่บิดานายทวียิงสุนัขจนตายว่า ในวันดังกล่าวบิดาตนจะนำเงินไปฝากที่ธนาคารกรุงไทย แต่เนื่องจากธนาคารยังไม่เปิด บิดาของตนจึงได้แวะเดินไปซื้่อของที่ร้านเซเว่นฯ ทันที่ที่ได้ลงจากรถและได้เดินไปที่ร้านเซเว่นได้ถูกสุนัขจำนวน 3 ตัว รุมกัด บิดาตนจึงได้เอามือปัดทำให้ถูกกัดที่มือ และเมื่อเอาเท้าถีบก็ได้ถูกกัดที่ขา และเมื่อวิ่งหนีก็ยังได้ถูกสุนัขตามกัดที่น่อง อย่างไรก็ตามเมื่อมาถึงที่รถ บิดาของตนจึงได้มาหยิบปืนแล้วมายิงสุนัขเสียชีวิตไป 1 ตัว ขณะที่อีกสองตัวไปหลบหนีไป ทั้งนี้่บิดาของตนได้เดินทางไปลงบันทึกประจำวันที่โรงพัก ปรากฎว่ามีองค์กรพิทักษ์สัตว์ได้ไปแจ้งความดำเนินกับบิดาของตนที่สภอ.สวนผึ้ง บิดาของตนจึงได้เดินทางไปให้รายละเอียดและรับทราบข้อกล่าวหา ก่อนที่จะถูกส่งตัวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล ซึ่งได้ฉีดยากันบาดทะยักและยากันพิษสุนัขบ้าให้ นอกจากนี้ในเจ้าหน้าที่ตำรวจก็นยังติดตามหาสุนัขอีกสองตัวไม่เจอ
นางปารีดา กล่าวต่อว่า จากการสอบถามชาวบ้านในจุดที่ใกล้เกิดเหตุไม่มีใครทราบว่าสุนัขดังกล่าวมีใครเป็นเจ้าของ ซึ่งคิดว่าเป็นสุนัขจรจัดมาจากที่ไหนไม่รู้ อย่างไรก็ตามส่วนตัวแล้วตนก็เป็นคนรักสุนัขมาก สมัยที่เรียนอยู่ต่างประเทศก็เคยเลี้ยงสุนัขพันธุ์พิทบูล และเคยให้นอนอยู่กับตน และเมื่อกลับมาประเทศไทย ก็ยังเลี้ยงสุนัขพันธุ์พันธุ์เซนต์เบอร์นาร์ด ดังนั้นตนจึงมีความรู้สึกเ้ห็นใจและเข้าใจคนที่ด่าด้วยถ้อยคำหยาบคายและรุนแรง ซึ่งตนก็รักสุนัข และสงสารสุนัข แต่ตนก็สงสารบิดาของตนมากกว่า
เมื่อถามว่า มีความเห็นอย่างไรกับพ.ร.บ.ทารุณกรรมสัตว์ ส่วนตนเห็นด้วยและสนบัสนุนกับตัวพ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากๆ แต่อาจจะต้องมีการจัดระเบียบ เพื่อไม่ให้มีสุนัขจรจัดมาอยู่บนท้องถนน และเมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ตนก็เห็นใจทั้งบิดาของตนและสุนัข ซึ่งตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน แต่ตนมีความเชื่ื่อมั่นว่าศาลจะให้ความเป็นธรรมกับสิ่งที่เกิดขึ้น



