ข่าว

'วาวด้า'ปรุงแต่งออร์แกนิกส่ง'สวยไร้สารเคมี'ตีตลาดโลก

'วาวด้า'ปรุงแต่งออร์แกนิกส่ง'สวยไร้สารเคมี'ตีตลาดโลก

08 มี.ค. 2559

'วาวด้า'ปรุงแต่งออร์แกนิกส่ง'สวยไร้สารเคมี'ตีตลาดโลก : คมคิดธุรกิจนิวเจน โดยปทุม กลิ่นหอม

            ด้วยอารมณ์เซ็งๆ กับใบหน้าของตัวเอง หลังจากแพ้เครื่องสำอาง จึงลองค้นหาผลิตภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติ หวังเอามาช่วยปลอบประโลม และบังเอิญเปิดเจอเฟซบุ๊ก Vowda Organic Cosmetics ที่บนหน้าเพจเป็นรูปต้นไม้ เขียนว่า VOWDA (วาวด้า) Organic and Innovation Cosmetic (เครื่องสำอางออร์แกนิกนวัตกรรมใหม่) ดูไปดูมาก็น่าสนใจ จึงลองติดต่อเจ้าของ

            วาวด้า มี “คุณจ๋า” วิลาสินี โฆษิตชัยวัฒน์ หญิงวัย 32 ปี ชาว จ.ตาก เป็นผู้ก่อตั้ง โดยเล่าว่า หลังจากเรียนจบปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมเคมี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มีโอกาสได้ทำงานที่โรงงานผลิตเครื่องสำอางแห่งหนึ่ง และด้วยประสบการณ์จากการทำวิจัยร่วมกับสถาบันมาก่อน จึงลองคิดค้นสูตรเครื่องสำอางเพื่อตัวเอง เนื่องจากเป็นคนผิวแพ้ง่ายมาก เช่น แพ้น้ำหอม กระทั่งได้สูตรที่ใช่ จึงลองเอางานวิจัยมาจับคู่ธุรกิจผ่านทาง บริษัท โป๋วเอวี๋ยน จำกัด ร่วมกับ นายบวรศักดิ์ โฆษิตชัยวัฒน์ ทำเครื่องสำอางออร์แกนิก ภายใต้แบรนด์ VOWDA ขึ้นมาช่วงต้นปี 2556 โดยงานวิจัยได้ทุนส่วนหนึ่งจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.)

            หลายคนอาจงงๆ กับคำว่า ออร์แกนิก ซึ่งมาจาก organic agriculture (ออร์แกนิก อะกรีคัลเจอร์) แปลว่า เกษตรอินทรีย์ แต่คนไทยมักเรียกทับศัพท์คำว่า ออร์แกนิก จนติดปาก... แล้วมันแตกต่างกับ Nature (เนเจอร์) หรือธรรมชาติ อย่างไร “คุณจ๋า” อธิบายว่า เส้นกั้นระหว่าง ธรรมชาติ กับ เกษตรอินทรีย์ คือความบริสุทธิ์และปลอดภัย ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากธรรมชาตินั้นไม่ใช่ว่าไม่ปลอดภัย แต่บางผลิตภัณฑ์อาจไม่ใช่ธรรมชาติบริสุทธิ์ ซึ่งไม่ได้ถูกควบคุมตั้งแต่กระบวนการเพาะปลูก อาจมีการใช้สารเคมี ดังนั้นเมื่อนำมาดัดแปรเป็นวัตถุดิบจึงอาจมีการปนเปื้อนได้ ในขณะที่ออร์แกนิกคือธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ซึ่งทุกขั้นตอนตั้งแต่การเพาะปลูกจะไม่ใส่สารเคมี ดังเช่น เกษตรกรรมในยุคโบราณ ดังนั้นเมื่อนำมาดัดแปรเป็นวัตถุดิบ จึงได้วัตถุดิบที่สะอาดและปลอดภัย

            “วาวด้าใช้ส่วนประกอบที่มาจากพืชออร์แกนิก ตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สากลกำหนด โดยจะต้องมีส่วนประกอบที่เป็นออร์แกนิก 98-100% ขึ้นไป อีก 2% เป็นเกรด natural ซึ่งทุกส่วนผสมจะต้องมีใบรับประกัน นอกจากนี้เรายังมีเครื่องสำอางธรรมชาติที่มาจากงานวิจัยของเราเอง ซึ่งได้รับรางวัลจากหลายสถาบันเป็นตัวการันตี ฉะนั้นจุดเด่นของเราคือการเป็นเครื่องสำอางธรรมชาติที่มาจากงานวิจัย เป็นสูตรที่พัฒนาเอง และเครื่องสำอางออร์แกนิกที่ได้มาตรฐานตามที่สากลกำหนด หากดูที่ส่วนผสมจะเห็นได้ว่าไม่มีสารเคมีอันตรายและไม่มีสารลดต้นทุนอย่าง มิเนอรัล ออยล์ หรือสารอื่นๆ ที่เห็นตามฉลากเครื่องสำอางทั่วไป”

            ในส่วนผลิตภัณฑ์ มีทั้งเครื่องสำอาง บำรุงผิวและผลิตภัณฑ์ตามฤดูกาล ที่ใช้สีจากผัก ผลไม้ และดอกไม้ ตามฤดูกาลนั้นๆ จึงมีจำหน่ายตามฤดูกาลไปด้วย ซึ่งแม้ว่าสีจากดอกไม้บางชนิดจะออกดอกตลอดทั้งปี แต่ผลผลิตอาจมีไม่เยอะสำหรับการผลิตระดับอุตสาหกรรม ฉะนั้นวิธีการแก้ปัญหาของ “คุณจ๋า” คือ จะแจ้งให้ลูกค้าทราบและสั่งจองล่วงหน้า ลูกค้าจะได้ของใหม่ มีอายุการใช้งาน 1 ปี และตอนนี้ที่มีจำหน่าย อาทิ แป้งอัดแข็งจากแป้งข้าว จากเม็ดบัว, น้ำมันล้างเครื่องสำอาง, บลัชออนนวัตกรรมใหม่, สเปรย์ฉีดหน้า, ลิปสติกอินทรีย์ เป็นต้น

            เมื่อถามว่าสินค้าตัวไหนโดดเด่นที่สุด “คุณจ๋า” ตอบอย่างมั่นใจว่า ทุกตัว เนื่องจากสินค้าเป็นงานวิจัย จึงมีไม่มากเหมือนเครื่องสำอางทั่วไป เช่น “แป้งอัดแข็ง” ที่ผลิตจากธัญพืช ซึ่งเป็นทีเด็ดในการมัดใจลูกค้า เพราะไม่มีสารทัลคัม เหมือนแป้งอัดแข็งทั่วไปที่ผู้บริภาคส่วนใหญ่แพ้ เช่น แป้งอัดแข็งจากข้าว, แป้งอัดแข็งจากเม็ดบัว และแป้งอัดแข็งจากกะลามะพร้าว ซึ่งเป็นสูตรใหม่ล่าสุด ขณะที่น้ำมันล้างเครื่องสำอางออร์แกนิกก็มีส่วนประกอบมากกว่า 90% มาจากพืชที่ได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์

            เครื่องหมายการันตีคุณภาพ ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์หนึ่งที่ทำให้ลูกค้าเปิดใจ เช่น รางวัลที่ 3 กลุ่มอุตสาหกรรม ในการประกวดนวัตกรรมข้าวไทย ปี 2556 ของมูลนิธิข้าวไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ สนช. จากผลงาน “ผลิตภัณฑ์ลิปสติกอินทรีย์” ที่วาวด้านำสีจากข้าวแดงและสีจากผักผลไม้มาทดแทนสีสังเคราะห์ และใช้ส่วนประกอบต่างๆ ของข้าว เช่น ไขแข็งจากข้าว น้ำมันรำข้าว และแป้งข้าวมาทดแทนวัตถุดิบสังเคราะห์ รวมถึงวัตถุดิบที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เป็นการส่งเสริมภาคการเกษตรของไทยด้วย

            “เราใช้วัสดุระดับอาหาร มาจากเกษตรกรในบ้านเรา มีทั้งติดต่อรับซื้อจากเครือข่ายของเพื่อนๆ เป็นการกระจายรายได้ และบางตัวที่หาซื้อไม่ได้ก็ลงมือทำเอง โดยรับซื้อจากเกษตรกรแล้วนำมาบดและสกัดต่ออีกที”

            ด้วยความเป็นแบรนด์น้องใหม่ ซึ่งต้องยอมรับว่าในเมืองไทยยังไม่เปรี้ยงปร้างมากนัก ฉะนั้นจะทำอย่างไรให้ผู้บริโภครู้จักมากขึ้น “คุณจ๋า” ตอบว่า ด้วยความที่ลงมือวิจัยเอง จึงไม่ค่อยมีเวลา อีกทั้งบริษัทก็ไม่มีทุนมากพอในการทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ ฉะนั้น จึงอาศัยโซเชียลมีเดียเข้าหาลูกค้า ทั้งเว็บไซต์ www.vowdacosmetic.com, Line/wechat id : vowdacosmetic, IG : vowda_wilasinee, Facebook : vowda organic cosmetics และวางจำหน่ายตามเลมอนฟาร์ม ห้างสรรพสินค้าโตคิว โดยโทรถามได้ที่ 08-6385-8755, 09-2263-3575 รวมถึงการบอกปากต่อปาก ซึ่งทำให้ลูกค้าขยับเข้าหามากขึ้น

            “วาวด้าเกิดขึ้นได้จากสำนักนวัตกรรมแห่งชาติ หลังจากเราได้รางวัลผลิตภัณฑ์ลิปสติกอินทรีย์ก็มีสื่อวิ่งเข้ามาหา ทำให้คนรู้จัก เราเปิดเว็บไซต์และเฟซบุ๊ก เอาเรื่องราวของผลิตภัณฑ์ เช่น เม็ดบัว เอามาจากไหนและทำอย่างไร ทำให้เกิดการติดตาม ตอนนี้เสียงตอบรับค่อนข้างดี เพราะผู้บริโภคหลายคนไม่ชอบน้ำหอมและแพ้สารในเครื่องสำอางที่มีสารเคมี เมืองไทยเป็นเมืองอากาศร้อน บางทีต้องเจอทั้งแสงแดดและมลภาวะ ในขณะที่เครื่องสำอางของวาวด้า ไม่มีสารเคมีตัวไหนที่ทำปฏิกิริยากับแสงแดด จึงช่วยปกป้องผิวหน้า”

            ผู้บริหารวาวด้ายังไม่หยุดนิ่งแค่นี้ โดยเล็งไปที่ตลาดต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันผู้คนทั่วโลกจำนวนไม่น้อยให้ความสนใจผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติมากขึ้น ล่าสุด “คุณจ๋า” บุกไปตั้งเคาน์เตอร์แบรนด์ที่ “ลาว” ในห้าง “เวียงจันทน์ เซ็นเตอร์” และรุกหนักบุกเจาะตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้น รวมถึงยุโรป ที่กำลังติดต่อ “รัสเซีย” เพื่อหาตัวแทนจำหน่าย

            นับตั้งแต่ลงทุนมา เรียกว่าทำเองเกือบทั้งหมด ล่าสุด “คุณจ๋า” ยอมรับว่า พอจะมองเห็นกำไรบ้างแล้ว เนื่องจากต้นทุนไม่สูงมาก เพราะไม่ต้องจ่ายค่าโฆษณามาก จึงทำให้มีกำลังใจที่จะก้าวต่อ และอนาคตวาดฝันจะขยายตลาดส่งออกเพิ่มอีก

            “เราเขียนบนกล่องสินค้าชัดเจนว่า เมด อิน ไทยแลนด์ เราพยายามทำให้เป็นเคาน์เตอร์แบรนด์ของไทย ทำให้ต่างชาติรู้จักและยอมรับในฝีมือของคนไทยให้ได้”

            และนั่นคือการเปิดใจของ “คุณจ๋า” วิลาสินี โฆษิตชัยวัฒน์ เจ้าของวาวด้า ซึ่งมีความน่าสนใจไม่ได้อยู่ที่ตัวผลิตภัณฑ์อย่างเดียว แต่ยังรวมถึงกลยุทธ์และวิธีการดำเนินงาน...สำหรับผู้เขียนคิดว่าจะลองซื้อมาใช้ ด้วยความหวังที่อยากให้ใบหน้าที่แพ้เครื่องสำอางกลับมาดีอีกครั้ง ส่วนผลการใช้เป็นอย่างไร... ขอตอบหลังไมค์นะคะ