
40ปีโรงงานหลวงผลิตผลสู่ชาวเรา
08 มี.ค. 2559
ไลฟ์สไตล์ : 40 ปี โรงงานหลวงผลิตผลสู่ชาวเรา
ด้วยความใส่พระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระปณิธานแน่วแน่ในการช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ทุรกันดารแห้งแล้งของภาคเหนือ ด้วยการค่อยๆ เปลี่ยนแปลงให้คนพื้นถิ่นหันมาปลูกพืช ผลไม้เมืองหนาว ทำเกษตรยั่งยืนเลี้ยงชีพมีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีแทนการปลูกไร่ฝิ่น 40 ปีผ่านไป สิ่งที่ทรงทุ่มเทนั้นประสบผลสำเร็จเป็นรูปธรรมชัดเจน พร้อมกระจายความกินดีสู่ชาวเราทั้งประเทศในรูปแบบผลิตภัณฑ์อาหารในชื่อ “ดอยคำ” รวมถึงความเป็นอยู่ของคนในชุมชนที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามที่บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ได้พาชมความเปลี่ยนแปลงนี้อย่างใกล้ชิดในกิจกรรม "ดอยคำ-เกษตรเพื่อชุมชน ผลผลิตเพื่อคนไทย : เส้นทางสตรอเบอร์รี่” ตามรอยเส้นทางการพัฒนาวิถีชีวิตชาวบ้านของพ่อหลวง บริเวณโรงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ 1 (ฝาง) ชุมชนบ้านยาง ต.แม่งอน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ไปจนถึงชุมชนโดยรอบและแปลกปลูกสตรอเบอร์รี่ของเกษตรกรที่ยืนหยัดพัฒนาร่วมกันด้วยความสามัคคี เป็นหนึ่งเดียวกัน
พิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา กรรมการและกรรมการบริหาร บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด กล่าวว่า ชุมชนบ้านยางรอบๆ โรงงานหลวง เป็นที่อยู่ของคนหลายชาติพันธุ์ หลายศาสนาทั้งพุทธ คริสต์ อิสลาม อาศัยอยู่ร่วมกัน โดยมีร่องรอยของความเสียหายครั้งแล้วครั้งเล่าในอดีตจากปัญหาอุทกภัยทางน้ำถูกเก็บรักษาไว้เป็นเครื่องเตือนใจ หล่อหลอมความรักหวงแหนพื้นที่บ้านเกิดแก่คนรุ่นหลัง ผ่านพิพิธภัณฑ์โรงงานหลวง ใกล้กับโรงงาน ปัจจุบันพื้นที่แห่งนี้ไม่มีปัญหาน้ำป่าหรือน้ำท่วมอย่างแต่ก่อนเพราะในหลวงทรงแก้ไขปัญหานี้ด้วยการปลูกป่าคืน หลังจากโดนน้ำพัดทำลายโรงงานไปถึงสองครั้ง
“เมื่อ 40 ปีที่แล้วฝิ่นทำรายได้ให้ชาวบ้านเป็นแสน แต่ชาวบ้านต้องหาพื้นที่ปลูกใหม่เสมอเพราะป่าเสีย เป็นวงจรทำลายป่า ทำลายชาวบ้านไปเรื่อยๆ ผมจำได้เมื่อ 7 ขวบ คุณพ่อพาขึ้นดอยอ่างขางพื้นที่เป็นฝุ่นจับหัวแดงหมดเลย ถ้าไม่มีพระเจ้าอยู่หัวตอนนี้คงไม่มีป่าเขียวแบบนี้ให้เห็น ทรงเปลี่ยนเอาผลไม้เมืองนอกเข้ามาปลูกทั้งลูกท้อ ลิ้นจี่ แอปเปิ้ล มันฝรั่ง ถั่วแดงหลวง ข้าวโพดหวาน และมะเขือเทศ ตั้งมูลนิธิ สร้างโรงงานหลวง ส่งเสริมให้ปลูก สอนให้ทำ และมารับซื้อถึงหน้าบ้าน ชาวบ้านก็มีเงินไม่ต้องเสี่ยงตำรวจจับ พระองค์ท่านทรงคิดจนตกผลิึกกระบวนการเป็นขั้นเป็นตอน เดิมที่นี่เป็นโรงงานชั่วคราวตั้งขึ้นไม่ทันไรน้ำป่าก็พัดเอาไปหมด พระเจ้าอยู่หัวพระราชทานเงินสร้างโรงงานมาอีก จนปี 2549 ธรรมชาติก็เอาชนะเราอีกครั้ง ทรงหาทางดับทุกข์ชาวบ้านนี้ด้วยการหันมาปลูกป่ามาเรื่อยๆ โดยต่อมาสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงนำความรู้การพัฒนาสภาพแวดล้อมไปพร้อมชุมชนจากประเทศญี่ปุ่นมาปรับใช้กับที่นี่ โดยการตั้งพิพิธภัณฑ์ให้ความรู้ ให้เหตุผลกับคนในชุมชนว่าเรามีที่มายังไง ต้องพบเจออะไรบ้างกว่าจะอยู่สบายอย่างทุกวันนี้ พิพิธภัณฑ์จะเล่าเรื่องชุมชน ส่วนโรงงานทำเรื่องเศรษฐกิจชุมชนขั้นพื้นฐาน เมื่อชาวบ้านรักบ้านเกิด ขยันทำงานมีกินทุกมื้อการพัฒนาสังคมที่ดีก็จะเกิดขึ้นตามธรรมชาติ” ตัวแทนจากดอยคำกล่าว
ปัจจุบันพื้นที่ อ.ฝาง ไปจนถึงดอยอ่างขางขึ้นชื่อเรื่องการปลูกไม้เมืองหนาวได้ผลดี โดยเฉพาะสตรอเบอร์รี่ที่โครงการหลวงและเกษตรกรโดยรอบยังช่วยกันหาวิธีการปลูกสายพันธุ์ใหม่ๆ มุ่งไปสู่เกษตรปราณีตมากขึ้น ตามที่ มนัสนันท์ รมัยธัชพล ผู้ปลูกสตรอเบอร์รี่บน อ.ฝาง เล่าให้ฟังว่า เพิ่งทดลองทำโรงเรือนเล็กๆ หลังจากได้รับโอกาสให้ไปดูงานที่ประเทศญี่ปุ่นพบว่าเป็นการปลูกที่ควบคุมสภาอากาศได้ผลผลิตก็จะสมบูรณ์ดีกว่า จากเมื่อ 5 ปีก่อนคิดแค่ปลูกส้มและลิ้นจี่ขายมีรายได้จากการเพาะปลูกแค่ครึ่งปี จนมาแบ่งพื้นที่มาปลูกสตรอเบอร์รี่ก็มีเจ้าหน้าที่ และนักวิชาการจากโครงการหลวงมาสอนปลูกให้ พอมีผลผลิตโรงงานหลวงก็มารับซื้อไปทำให้เกษตรกรและชาวบ้านมีรายได้ต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพราะเมื่อก่อนช่วงเดือนตุลาคม-เมษายน พืชเมืองหนาวจะออกผลต่อเนื่องจากส้มและลิ้นจี่พอดี ในช่วงเวลานี้ชาวบ้านก็มีพืชผลให้เก็บเกี่ยวตลอด เพราะอยู่อาศัยในพื้นที่นี้ตังแต่เกิดเวลามองไร่จะรู้สึกดีใจมากๆ ทีี่ในหลวงทรงมาบุกเบิกพัฒนาพื้นที่นี้ ทรงสร้างโครงการต่างๆ ให้ชาวบ้าน ทรงไม่ทอดทิ้งเรา จนวันนี้เรามีพื้นดินดีๆ ให้ปลูกพืชผลเยอะขึ้น ถ้าไม่มีพระองค์ท่านเริ่มต้นคนที่นี้คงไม่มีรายได้มั่นคง ป่าคงหายหมดจากการปลูกฝื่น และชุมชนก็ไม่เข้มแข็งอย่างทุกวันนี้



