ข่าว

 เรบิยาอ้างชาวอุยกูร์เกือบหมื่นหายตัวในคืนเดียว

เรบิยาอ้างชาวอุยกูร์เกือบหมื่นหายตัวในคืนเดียว

30 ก.ค. 2552

โตเกียว- ผู้นำชาวอุยกูร์อ้างมีชาวอุยกูร์เกือบหมื่นคนหายตัวในคืนจลาจลนองเลือดที่ซินเจียง ขณะที่จีนโกรธจัด เรียกทูตญี่ปุ่นประจำประเทศเข้าพบเพื่อแสดงความไม่พอใจ

 นางเรบิยา คะเดียร์ ผู้นำสภาอุยกูร์โลก วัย 62 ปี กล่าวระหว่างเยือนญี่ปุ่นท่ามกลางความไม่พอใจของจีน เมื่อวันพุธ (29 ก.ค.) ว่ามีชาวอุยกูร์เกือบ 1 หมื่นคนหายตัวไปในคืนที่เกิดเหตุจลาจลนองเลือดในเมืองอุรุมชี เมืองเอกของเขตปกครองตนเองซินเจียงเมื่อต้นเดือนนี้ ซึ่งค้านกับที่ทางการจีนระบุว่ามีผู้เสียชีวิตเพียง 197 คน แถมส่วนใหญ่ยังเป็นคนจีนเชื้อสายฮั่น

 นางคะเดียร์ที่ถูกจีนกล่าวหาว่าเป็นผู้ยุยงให้ชาวอุยกูร์ ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยที่นับถือศาสนาอิสลาม ลุกฮือขึ้นปะทะกับชาวจีนเชื้อสายฮั่นซึ่งเป็นคนกลุ่มใหญ่ของประเทศ อ้างแหล่งข่าวในพื้นที่ว่า ช่วงที่เหตุการณ์ไม่สงบเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ตำรวจจีนได้กราดยิงประชาชนแบบไม่เลือกหน้าในช่วงกลางคืนหลังไฟดับ พอเช้าวันรุ่งขึ้นก็พบว่ามีผู้ชายชาวอุยกูร์หายไปเป็นจำนวนมาก นางคะเดียร์จึงได้ตั้งคำถามว่าหากคนเหล่านั้นเสียชีวิตแล้ว ศพของพวกเขาอยู่ที่ไหน

 นางคะเดียร์ ซึ่งปัจจุบันลี้ภัยอยู่ในสหรัฐ ยังได้กล่าวหารัฐบาลจีนว่าพยายามทำลายชาวอุยกูร์ ตัวเธอต้องการแจ้งให้ประชาคมโลกตระหนักถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกับปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับเหตุไม่สงบที่เกิดขึ้น ทั้งยังท้าให้จีนแสดงหลักฐานว่าเธอเกี่ยวข้องด้วย และถ้าหากประชาคมโลกเชื่อในหลักฐานนั้น เธอก็จะยอมรับแต่โดยดี

 ขณะเดียวกัน นางคะเดียร์ก็กล่าวว่าเป็นความผิดของทางการจีนที่ทำให้การประท้วงอย่างสงบกลายเป็นการก่อจลาจลรุนแรง และว่าสำหรับชาวอุยกูร์แล้ว การเข้าร่วมประท้วงก็เหมือนกับฆ่าตัวตายชัดๆ

 นางคะเดียร์ ซึ่งต้องรับโทษจำคุกนาน 6 ปีในจีนก่อนจะได้รับการปล่อยตัวเมื่อปี 2538 ภายใต้แรงกดดันของสหรัฐ กล่าวด้วยว่าเธอรู้สึกยุ่งยากใจ และผิดหวังที่สหรัฐมีปฏิกิริยาเย็นชาต่อปัญหาการก่อความไม่สงบที่ซินเจียง ก่อนจะเสริมว่า เธอไม่เชื่อว่าสหรัฐจะยังเงียบเฉย น่าจะตอบสนองในรูปแบบที่เหมาะสมต่อไป

 วันเดียวกัน ทางการจีนได้เรียกตัวเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำกรุงปักกิ่งเข้าพบเพื่อยื่นหนังสือประท้วงที่นางคะเดียร์เยือนญี่ปุ่น ขณะที่โฆษกรัฐบาลญี่ปุ่นแถลงไปก่อนหน้านี้แล้วว่าการเยือนแดนปลาดิบของผู้นำอุยกูร์จัดโดยกลุ่มพลเรือน ไม่ใช่รัฐบาลญี่ปุ่น และว่าญี่ปุ่นไม่ถือว่าการเยือนของเธอจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ญี่ปุ่น-จีนแต่อย่างใด