ข่าว

เวทีมั่นพัฒนา เศรษฐกิจพอเพียง สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน (S4S)

เวทีมั่นพัฒนา เศรษฐกิจพอเพียง สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน (S4S)

06 มี.ค. 2559

ไทยเปิดเวทีแรก ในฐานะประธานกลุ่มจี-77 นำตัวแทนสมาชิกกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาเยี่ยมชมศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน-ประชุมโต๊ะกลม

 การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวทางสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ตามเป้าหมายของสหประชาชาติ ใน 15 ปี ข้างหน้า

เดือนกันยายนปี 2558 ในที่ประชุมสหประชาชาติระดับผู้นำ ที่นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้การรับรองร่างเอกสารที่ประเทศสมาชิกสหประชาชาติ มีฉันทามติเน้นการเปลี่ยนแปลงโลกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในปี 2030 (Transforming Our World: The 2030 Agenda for Sustainable Development) ร่วมกับผู้นำ 113 ประเทศ พร้อมทั้งนำเสนอหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางหนึ่งของการพัฒนาที่ยั่งยืน

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้รับการรับรองจากประเทศสมาชิกกลุ่ม จี-77 ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างรัฐบาลของประเทศกำลังพัฒนาที่ใหญ่ที่สุดในสหประชาชาติ เพื่อให้ดำรงตำแหน่งประธานกลุ่ม จี-77 ในปี 2559 งานประชุม G-77 Bangkok Roundtable on Sufficiency Economy: An Approach to Implementing the Sustainable Development Goals จึงถือเป็นกิจกรรมแรกของไทยในฐานะเจ้าภาพ ซึ่งจัดขึ้นสำหรับตัวแทนประเทศสมาชิกที่เดินทางมาเยือนประเทศไทยในช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ มูลนิธิมั่นพัฒนา พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมนำคณะของตัวแทนกลุ่มจี-77 เดินทางไปยังศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อเรียนรู้หลักการพัฒนาตามแนวทางของหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ดร.ปรียานุช ธรรมปิยา กรรมการมูลนิธิมั่นพัฒนา บรรยายถึงที่มาขององค์ความรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ว่ามาจากการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพื้นที่ทั่วประเทศ ตลอดระยะเวลาการครองราชย์กว่า 70 ปี โดยหลักความพอเพียง เกิดขึ้นภายใต้กรอบคิด 3 ประการ ได้แก่ การเดินบนทางสายกลาง  ความมีเหตุผล และความระมัดระวัง ซึ่งหลักคิดดังกล่าว สามารถใช้แก้ปัญหาในบริบทที่แตกต่างกันไป และไปเยี่ยมชมหมู่บ้านเศรษฐกิจชุมชน หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านซ่อง อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งได้รับเลือกเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจชุมชน “อยู่เย็น เป็นสุข” ดีเด่น ประจำปี 2558 เพื่อเห็นตัวอย่างของการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปปฏิบัติจริงอย่างสัมฤทธิ์ผล

 

“ปรัชญา” สู่ “ปฏิบัติ” ที่หลากหลาย

จากนั้นวันที่ 29 กุมภาพันธ์ เป็นการประชุมโต๊ะกลม จัดขึ้นที่โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ โดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตั้งบนพื้นฐานของความรู้ ความเข้าใจ เป็นความพอดี และพอประมาณบนพื้นฐานของเหตุและผล สำคัญที่สุด คือการปลูกฝังทัศนคติและพฤติกรรม ที่เรียกว่า “การระเบิดจากข้างใน” บุคคลต้องมีความเข้าใจอย่างแท้จริง จึงจะพัฒนาตนเองและชุมชนให้อยู่รอด โดยประเทศไทยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการพัฒนากว่า 40 ปี และรัฐบาลได้ขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมใน 24,000 หมู่บ้าน ก่อนจะขยายผลในวงกว้างต่อไป

“ประเทศไทยเชื่อว่า หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมีความเป็นสากล เปรียบเสมือนวัคซีนที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันจาก “โรค” ที่เกิดจากความประมาท ความไม่แน่นอน และความเสื่อมโทรม อันสืบเนื่องจากผลกระทบทางลบด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ประเทศไทยยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะสามารถแบ่งปันตัวอย่างการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ไม่ใช่ของใครหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่ทุกประเทศต้องร่วมมือกันโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” นายกรัฐมนตรี กล่าวทิ้งท้าย

รศ.ดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ประธานกรรมการมูลนิธิมั่นพัฒนา ย้ำว่าประเทศไทยจะเติบโตอย่างยั่งยืนได้ต้องทำให้ชุมชนชนบทมีความเข้มแข็ง ด้วยการพัฒนา สื่อสาร และกระจายองค์ความรู้และกรณีศึกษาที่เป็นประโยชน์ที่เกิดผลสัมฤทธิ์แล้วไปอย่างกว้างขวาง และเชื่อว่าการทำงานของมูลนิธิฯ ที่เน้นการพัฒนาชุมชนเชิงพื้นที่ จะช่วยสนับสนุนงานขององค์กรในภาคส่วนต่างๆได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังเห็นความสำคัญของการพัฒนาในระดับประเทศและระดับสากลโดยให้การสนับสนุนและให้ความร่วมมือกับองค์กรภาครัฐ สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ภาคการศึกษา ประชาสังคม เพื่อผลักดันให้การดำเนินโครงการด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนต่างๆอย่างมีประสิทธิผล

"พอเพียงสู่สากล ผลของการพัฒนาอย่างเป็นขั้นตอน"

Prof.Gayle C.Avery ศาสตราจารย์ด้านการจัดการจาก Macquarie University ประเทศออสเตรเลีย กล่าวว่า หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงถือเป็นรูปแบบการพัฒนาที่เป็นขั้นเป็นตอน และเป็นตัวอย่างหนึ่งของการพัฒนาแบบยั่งยืน ทำให้ปัจเจกบุคคลไปจนถึงการดำเนินงานในธุรกิจหรือภาคอุตสาหกรรม เข้าใจแนวความคิดแบบพอเพียง ที่ประกอบไปด้วยความพอประมาณ การมีเหตุมีผล มีภูมิคุ้มกัน บนฐานของความรู้และคุณธรรม”

โดยบริษัทในประเทศทางยุโรปตอนเหนือ เช่น เยอรมันและสวิสเซอร์แลนด์ ที่มีผลประกอบการที่ดี มักเป็นบริษัทที่ดำเนินการโดยใช้แนวคิดของเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ทำอะไรจนเกินตัว มีเหตุมีผล พิจารณาถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับทุกคนที่เกี่ยวข้องและมีภูมิคุ้มกันด้วยการไม่ทุ่มทรัพยากรทุกอย่างที่ตนมีลงไปในการดำเนินธุรกิจ

“ความพอเพียงไม่ใช่การที่เราต้องลำบากหรือขาดแคลน แต่คือการดำรงชีวิตอยู่ได้ตามอัตภาพของตน” Prof.Gayle กล่าวในตอนท้าย

เศรษฐกิจพอเพียงในต่างแดน

Ntitia Tuoane ตัวแทนจากประเทศเลโซโท กล่าวถึงโครงการความร่วมมือตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง โดยไทยได้ส่งผู้เชี่ยวชาญไปให้ความรู้ยังเลโซโท จนสามารถพลิกฟื้นดินที่แห้งแล้งเสื่อมโทรมในพื้นที่ขาดแคลนน้ำในแปลงสาธิต ให้สามารถเพาะปลูกพืชผลทางการเกษตรได้หลายชนิด และเลโซโทหวังจะขยายผลแนวทางการดำเนินงานในวงกว้างต่อไป เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาความยากจน แห้งแล้ง และขาดแคลนอาหารภายในประเทศ

มาว่า อาลิ ตัวแทนจากประเทศโซมาเลีย กล่าวว่าการลงพื้นที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ ช่วยให้เข้าใจเรื่องการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้ชัดเจนขึ้น และเชื่อว่า โซมาเลียจะสามารถก้าวข้ามปัญหาความยากจน เศรษฐกิจ และสังคมได้ โดยการนำแนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปปรับใช้อย่างแน่นอน