
เข้าใจเอชไอวีเพื่อสังคมที่ดีกว่า
07 มี.ค. 2559
เข้าใจเอชไอวี เพื่อสังคมที่ดีกว่า : เรื่อง รพินทร์ ศรีวิไล
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ยังมีผู้คนในสังคมอีกมากที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเชื้อเอชไอวีอย่างผิดๆ จึงต้องอาศัยการให้ความรู้และเปลี่ยนแปลงทัศนคติเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่ง บริษัท แมคโคร ไบโอติกส์ จำกัด ได้เดินหน้าสานต่อแคมเปญ “เดอะ กิฟเวอร์ โปรเจกท์” เพื่อเสริมสร้างกำลังใจและสื่อสารไปยังสังคมถึงการปฏิบัติตัวต่อผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผ่านงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหารพลูคาวสกัด ฮาร์ท ลีฟ ภายใต้แบรนด์ รี-ลีฟ โดยใช้ชื่องานว่า “ลีฟ เฮลธีเออร์ ลีฟ ลองเกอร์” ณ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ สยามสแควร์วัน เมื่อเร็วๆ นี้
ภายในงานมีการจัดเสวนาหัวข้อ “เอชไอวี กับสังคมในปัจจุบัน” โดยมีการพูดคุยระหว่าง เกรซ ล้อบุณยารักษ์ กรรมการ บริษัท แมคโคร ไบโอติกส์ จำกัด กับ “หมอเจี๊ยบ” ลลนา ก้องธรนินทร์ โดย เกรซ ล้อบุณยารักษ์ เปิดเผยว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่ต่อเนื่องมาจากครั้งที่แล้ว ที่ได้ระดมทุนมอบเงินบริจาคให้วัดพระบาทน้ำพุเป็นจำนวน 1 ล้านบาท อยากจะให้ผู้ติดเชื้อเอชไอวีมีกำลังใจในการใช้ชีวิต อีกทั้งเป็นที่มาของการต่อยอดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารพลูคาวสกัด ที่ทำหน้าที่เสริมความแข็งแรงของภูมิคุ้มกัน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกคน โดยเฉพาะผู้ติดเชื้อเอชไอวี
เสร็จสิ้นการเสวนาได้มีการฉายวิดีโอเรื่อง กอด เรื่องราวของ “ดาว” หญิงสาวผู้ติดเชื้อเอชไอวีจากสามีและตัดสินใจคลอดลูกจากผลการตรวจเลือดพบว่าลูกไม่มีเชื้อเอชไอวี เนื้อเรื่องนำพาไปสู่การเปลี่ยนทัศคติด้านการปฏิบัติตัวต่อผู้ติดเชื้อเอชไอวี โดยการมอบอ้อมกอดและกำลังใจอันอบอุ่นจากคนดัง เช่น “แจน” ศิรนุช โรจนเสถียร, ดร.ภูวนาท คุนผลิน, “สิงห์” วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล ฯลฯ หลังจากซาบซึ้งกับเนื้อหาของวิดีโอไปแล้วจึงได้เปิดวงเสวนาอีกครั้ง ในหัวข้อ “ทิศทางประเทศไทยกับผู้ป่วยเอชไอวี” นำโดย ดร.เสรี วงษ์มณฑา โดย ดร.เสรี ได้มอบข้อคิดดีๆ ไว้ว่า เราต้องเรียนให้รู้ อยู่ให้เป็น เว้นนิสัย ใจเมตตา เรียนให้รู้คือต้องศึกษาทำความเข้าใจกับโรคเอชไอวีให้มากๆ อยู่ให้เป็นคือ อยู่อย่างไรไม่ให้ติดเชื้อ เมื่อติดแล้วต้องอยู่อย่างไร และอยู่ร่วมกับผู้ที่ติดเชื้ออย่างไร เว้นนิสัยคือ เว้นนิสัยสำส่อนทางเพศ และสุดท้ายใจเมตตา คือ การช่วยเหลือผู้ติดเชื้อเอชไอวีให้มีกำลังใจไม่ว่าจะรูปแบบใดก็ตาม
นอกจากนี้ในงานยังได้รับเกียรติจากเซเลบริตี้ร่วมฟังการเสวนา อย่างสาว “จุ๋ย” จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา เผยถึงความคิดเห็นต่อผู้ติดเชื้อเอชไอวีว่า เป็นโรคที่ไม่ได้น่ากลัว คนในสังคมบางคนยังไม่เข้าใจ พอฟังว่าเป็นเอชไอวีจะรู้สึกกลัวหรือไม่อยากจะเข้าใกล้ รู้สึกว่าเป็นโรคติดต่อร้ายแรง ซึ่งถ้าศึกษาหาความรู้ดีๆ จะรู้ว่าโรคนี้ไม่สามารถติดต่อผ่านการสัมผัสได้ สิ่งที่เราช่วยได้คือ พยายามบอกให้ฟังถึงข้อเท็จจริง โดยเริ่มจากคนใกล้ตัวเราก่อน
ขณะที่สาว “เมย์” เมลนีย์ ศิรจินดาภิรมย์ เล่าให้ฟังว่า เคยมีเพื่อนที่ติดเชื้อเอชไอวี เขาดูตัวเองได้ดี แล้วก็ใช้ชีวิตปกติ ไม่ได้มีอะไรที่แตกต่างจากคนอื่น เราก็อยู่ร่วมกันปกติ ไม่ได้รู้สึกแตกต่างจากคนทั่วไป ทำกิจกรรมทุกอย่างเหมือนเดิม เขาดูแข็งแรงมากเพราะออกกำลังกายดูแลตัวเองดีขึ้น จริงๆ แล้วเราต้องช่วยกันให้กำลังใจคนที่ติดเชื้อมากกว่าที่จะรู้สึกปิดกั้น ตอนนี้วิวัฒนาการมันไปไกลแล้ว มีวิธีป้องกันถ้าเราเรียนรู้ อยากให้มองใหม่ ให้โอกาสและเปลี่ยนทัศนคติ ผู้ติดเชื้อก็ยังเป็นคนหนึ่งที่ทำคุณค่าอื่นๆ ให้สังคมได้อยู่ ให้คิดทำเพื่อคนอื่นต่อไป อย่าคิดท้อ



