ข่าว

รวบโจ๋19วิ่งราวมือถือ-กระเป๋าเหยื่อกว่า 10 ครั้งหาเงินเที่ยว

รวบโจ๋19วิ่งราวมือถือ-กระเป๋าเหยื่อกว่า 10 ครั้งหาเงินเที่ยว

05 มี.ค. 2559

รวบโจ๋19 ร่วมกับพวกใส่หมวกกันน็อค ขี่จยย.กระชากมือถือเหยื่อกว่า 10 ครั้ง เจ้าตัวรับหาเงินเที่ยวเน้นเหยื่อไม่ระวังตัวขณะใช้มือถือ -สะพายกระเป๋าตามข้างถนน

 
          เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 5 มีนาคม พ.ต.ท.ชัชชัย จักรวิวัฒนากุล รอง ผกก.ป.สน.หลักสอง พร้อมด้วย พ.ต.ท.พงศ์สุรวัฒน์ วงษ์สารัมย์ สว.สส.สน.ตลิ่งชันและเจ้าหน้าที่ทหารชุดประสานงานประจำพื้นที่กองพันทหารปืนใหญ่ที่9ร่วมกันจับกุมตัว นายบี(นามสมมุติ)อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดตลิ่งชัน ที่136/2559ลงวันที่9ก.พ.59ในข้อหา ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะฯ โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณด้านหน้าคอนโดแห่งหนึ่ง ภายในซอยเศรษฐกิจ31-10-3แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กทม.  
        พ.ต.ท.พงศ์สุรวัฒน์ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 21.00 น. ของวันที่ 12 พ.ย.58 ได้มีคนร้ายเป็นชาย 2 คน ใส่หมวกนิรภัยทั้งคู่ ขับขี่รถจยย.ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นเวฟ(ไม่ทราบทะเบียน)ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์เป็นโทรศัพท์มือถือยี่ห้อ ซัมซุง รุ่น กาแลคซี่ เอส 6 ของผู้เสียหายเป็นหญิง อายุประมาณ 35 ปี(สงวนชื่อและนามสกุล)ที่ยืนรอรถประจำทางอยู่บริเวณป้ายรถเมล์ ด้านหน้าวัดมะกอก แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน ท้องที่สน.ตลิ่งชัน ก่อนจะหลบหนีไป
        ต่อมา เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ตลิ่งชัน ได้ลงพื้นที่หาเบาะแสคนร้าย จนสามารถจับกุม 1 ในคนร้าย ซึ่งทำหน้าที่ขับขี่จยย.ตอนเกิดเหตุ ทราบชื่อ นายเอ(นามสมมุติ)อายุ 19 ปีได้เมื่อเดือน ก.พ.59 จากนั้น ทำการขยายผลจนทราบว่า คนร้ายที่ร่วมก่อเหตุอีกคน คือ นายบี ทำหน้าที่ลงมือกระชากมือถือของผู้เสียหาย จึงขออำนาจศาลจังหวัดตลิ่งชันออกหมายจับ จนกระทั่งล่าสุดเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายบี อยู่บริเวณหน้าคอนโดแห่งหนึ่ง ในซอยเศรษฐกิจ 31-10-3 จึงร่วมกับตำรวจ สน.หลักสอง เจ้าของพื้นที่ และเจ้าหน้าที่ทหาร เข้าจับกุมตัวได้
       ทั้งนี้ จากการสืบสวน พบว่า นายเอ ผู้ต้องหาที่ถูกจับก่อนนั้น ได้ร่วมกับนายบี ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ในพื้นที่ บก.น.7 และบก.น.8 มากว่า 10 ครั้ง ในช่วงเดือนก.ค.58 ถึง ประมาณ ก.พ.59
        จากการสอบสวน นายบี ให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้ทำอาชีพขับวินจยย.รับจ้าง ได้ร่วมกับนายเอ ที่เป็นวัยรุ่นที่อาศัยอยู่ย่านเดียวกัน ออกก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ โดยเน้นเหยื่อที่ไม่ระวังขณะใช้โทรศัพท์มือถือ หรือ สะพายกระเป๋า เมื่อได้ของมาก็นำไปขายได้เงินแบ่งกันใช้เที่ยวเตร่ ครั้งละประมาณ 8,000-10,000บาท โดยเริ่มทำตั้งแต่ช่วงเดือน ก.ค.58 จนกระทั่ง นายเอ ถูกเจ้าหน้าที่จับกุม ตนจึงตัดสินใจเก็บตัวอยู่บ้าน ไม่ขับวินฯ ไม่ออกไปไหน และไม่สุงสิงกับใคร ขนาดจะกินข้าวยังขอให้พ่อแม่ออกไปซื้อให้ จนมาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวในที่สุด
          เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัว นายบี ให้กับพนักงานสอบสวน สน.ตลิ่งชัน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.