
ผู้อยู่หลังฉากกรณี5กรกฎาคมที่ซินเจียง
กรณีจลาจล ทำร้ายผู้คนทุบตียานพาหนะข้าวของ ปล้นสะดม และเผาผลาญอาคารบ้านเรือนที่อูหลู่มู่ฉี เขตปกครองตนเองเหวยอู๋เอ่อซินเจียงเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมนั้น มีตัวการที่สำคัญอยู่หลังฉาก คือ เย่อปี่เอี้ย
สำนักข่าวจงซินรายงานว่า เย่อปี่เอี้ย คาต๋าเอ่อ ถือกำเนิดที่นครอาเล่อไท เชิงเขาอาเอ่อไท่ เมื่อปี ค.ศ. 1951 ภายหลังประเทศจีนเปิดประตูปฏิรูป เธอได้เช่าแผงลอยเล็กๆ บริเวณย่านการค้าเอ้อเต้าเฉียว เริ่มทำการค้าขายอย่างเป็นทางการ เมื่อเวลาผ่านไป 10 ปี เธอกลายเป็นเศรษฐินีคนแรกในซินเจียง มีสินทรัพย์นับร้อยล้านหยวน นิตยสารฟอร์บส์จัดอันดับให้เย่อปี่เอี้ยเป็นคนรวยอันดับ 8 ของจีน
แต่ตามหลักฐานที่แน่ชัดระบุว่า บริษัทอุตสาหกรรมและการพาณิชย์อาเค่อต๋า จำกัด ของเย่อปี่เอี้ย บุตรชาย บุตรสาวซึ่งจดทะเบียนที่นครอูหลู่มู่ฉี ได้ใช้กลวิธีที่ผิดกฎหมายนานาชนิดทำการหลบเลี่ยงภาษี หรือชำระภาษีไม่ครบในช่วงตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1994 - 2004 คิดเป็นเงิน 8 ล้านกว่าหยวน ติดค้างชำระเงินเพิ่ม 20 กว่าล้านหยวน เป็นหนี้ชนิดต่างๆ ค้างชำระธนาคารและส่วนบุคคล 22 ล้านกว่าหยวน
ปี ค.ศ. 1999 เย่อปี่เอี้ยถูกออกหมายจับด้วยข้อหาเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ เดือนมีนาคม ค.ศ. 2000 ศาลอุทธรณ์อูหลู่มู่ฉีได้ตัดสินจำคุกเย่อปี่เอี้ยเป็นเวลา 8 ปี โทษฐานให้ข่าวกรองของรัฐแก่องค์การจัดตั้งต่างประเทศโดยผิดกฎหมาย ระหว่างอยู่ในคุก เย่อปี่เอี้ยได้ยื่นขอประกันตัวไปรักษาตัวที่ต่างประเทศ ฝ่ายกระบวนการยุติธรรมเห็นแก่มนุษยธรรม เย่อปี่เอี้ยจึงได้รับการประกันตัวไปรักษาตัวที่สหรัฐเมื่อวันที่ 17 เดือนมีนาคม ค.ศ.2005 ก่อนออกนอกประเทศ เย่อปี่เอี้ยได้รับปากกับรัฐบาลจีนว่าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมใดๆ ซึ่งเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐจีน
แต่หวางเล่อเฉียน กรรมการกรมการเมืองของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน และกรรมการเลขาธิการเขตซินเจียง กล่าวว่า แค่ออกนอกอาณาเขตจีนเท่านั้น เย่อปี่เอี้ยก็ไปคลุกคลีตีโมงอยู่กับบุคคลระดับหัวหน้า รวมทั้งแกนนำลัทธิก่อการร้าย ลัทธิแบ่งแยกดินแดนและพวกลัทธิสุดขั้ว วางแผนดำเนินการเคลื่อนไหวเพื่อแบ่งแยกประเทศจีน ขณะเดียวกันก็ใช้บุตรของเธอแปลงสินทรัพย์เป็นเงินสด แล้วยักย้ายถ่ายเทไปยังต่างประเทศโดยรูปแบบต่างๆ ที่ผิดกฎหมาย และจัดการให้บุตรชายบุตรสาวไปพำนักอยู่ต่างประเทศ
เย่อปี่เอี้ยเคยดำรงตำแหน่งอุปนายกชมรมอุตสาหกรรมและการพาณิชย์ เคยดำรงตำแหน่งอุปนายกสมาคมนักธุรกิจสตรี อีกทั้งยังเคยได้รับเลือกให้เป็นกรรมการสภาที่ปรึกษาทางการเมือง สมัยที่ 8 ด้วย
สำนักข่าวจงทงฮ่องกงรายงานว่า ถ้าหากกล่าวว่า ก่อนหน้าที่จะถูกวารสารฟอร์บส์จัดอันดับคนรวยอันดับ 8 ของจีน ความสัมพันธ์ของเย่อปี่เอี้ยกับอเมริกาอยู่ในสภาวะปิดลับ และติดต่อโดยทางอ้อมแล้วละก็ หลังจากนั้นเย่อปี่เอี้ยก็เริ่มร่วมมือกับอเมริกาอย่างสนิทแน่นแฟ้น
ภายหลังออกจากจีน เย่อปี่เอี้ยไปพำนักอยู่ที่สหรัฐอเมริกา ปัจจุบันอาศัยอยู่ในรัฐเวอร์จิเนีย ซึ่งมีระยะทางห่างจากกรุงวอชิงตันเพียงแค่ขับรถยนต์ 1 ชั่วโมงเท่านั้น
เมื่อไปถึงอเมริกา เย่อปี่เอี้ยก็ดำเนินการเคลื่อนไหวแบ่งแยกมาตุภูมิเป็นการใหญ่โดยก่อตั้ง “กองทุนสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยเหวยอู๋เอ่อสากล” และได้รับเลือกเป็นนายก “สมาคมชาวเหวยอู๋เอ่อสหรัฐ” และประธาน “สภาผู้แทนเหวยอู๋เอ่อทั่วโลก” ตามลำดับ
องค์กร 2 แห่งดังกล่าวได้รับเงินช่วยเหลือจาก “กองทุนประชาธิปไตยทั่วสหรัฐ” ที่ก่อตั้งโดยรัฐสภาของสหรัฐ ซึ่งให้การสนับสนุนด้านการเงินเพื่อแนะนำประชาธิปไตยแบบอเมริกา
นอกจากกองทุนประชาธิปไตยทั่วสหรัฐแล้ว องค์กรสังเกตการณ์สิทธิมนุษยชนและองค์กรอื่นที่วอชิงตันมีการติดต่อสัมพันธ์โยงใยเป็นเครือข่ายกับพวก “แยกตัวซินเจียงเป็นอิสระ” ที่อยู่ในอเมริกา ภายใต้การสนับสนุนทางการเงินขององค์กรเหล่านี้ องค์การจัดตั้งของ “สภาผู้แทนเหวยอู๋เอ่อทั่วโลก” ได้ดำเนินการเคลื่อนไหว แบ่งแยกประเทศจีนด้วยวิธีต่างๆ นานา
ทิวสน



