
สบช่อง..รีดเงินจดทะเบียน"แรงงานข้ามชาติ"
หลังจาก "คม ชัด ลึก" รายงานเรื่องการจัดสรรผลประโยชน์ 4 พันกว่าล้าน ที่คาดว่ารัฐบาลไทยจะได้จากการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวราว 1 ล้านคนนั้น ข้อมูลก็เริ่มหลั่งไหลมาว่าเงินที่ชาวพม่า มอญ เขมร ลาว ฯลฯ ต้องจ่ายไม่ใช่แค่หัวละ 3,880 บาท แต่บางคนต้องจ่าย 1-1.5 หมื่
เงินที่จ่ายให้รัฐบาล 3,880 บาท แบ่งเป็นค่าถ่ายรูปทำบัตร 80 บาท ค่าตรวจสุขภาพ 600 บาท ค่าประกันสุขภาพ 1,300 บาท ค่ายยื่นใบขออนุญาตทำงาน 100 บาท และค่าธรรมเนียมใบอนุญาตทำงาน 1,800 บาท
ส่วนค่าใช้จ่ายใต้โต๊ะนั้น นายวินชาวพม่าที่คร่ำหวอดในวงการค้าแรงงานข้ามชาติสมุทรสาครมานานกว่า 20 ปี เล่าว่า ขั้นตอนการขึ้นทะเบียนต้องไปติดต่อหน่วยราชการ 3-4 แห่ง ซึ่งพวกเขาไปกันเองไม่ได้ ต้องให้นายจ้างพาไป แต่เจ้าของโรงงานคงไม่สามารถแบ่งเวลาพาพวกเขา 100-200 คนไปต่อคิวขึ้นทะเบียน หรือต่อคิวตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลได้ ดังนั้นเครือข่าย "กลุ่มนายหน้ารับจดทะเบียน" จึงกำเนิดขึ้นอย่างเป็นระบบ แบ่งกันทำงานเป็นสัดส่วน
นายวิน แบ่งกลุ่มนายหน้าออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มแรกนายหน้าในโรงงาน จะได้รับมอบหมายจากเจ้าของโรงงานโดยตรง ส่วนใหญ่เป็นผู้จัดการ ลูกน้องผู้จัดการ คนประสานงานชาวพม่า ช่วยเตรียมเอกสารและจัดคิวให้ตัวแทนคนไทยกับผู้ประสานงานชาวพม่า จัดพาคนงานไปสำนักงานเขตครั้งละ 50-200 คน คิดค่าบริการหัวละ 500-1,000 บาท โดยจะเก็บเงินล่วงหน้าบวก 3,880 บาทเข้าไปด้วย เพื่อไม่ให้ยุ่งยากในขั้นตอนจ่ายเงิน ตกหัวละประมาณ 5,000 บาท
กลุ่มที่ 2 นายหน้านอกโรงงาน ซึ่งนายจ้างรายย่อยหรือโรงงานขนาดเล็ก ที่มีพนักงานไม่กี่สิบคน จะไม่มีบริการพาไปจดทะเบียน แรงงานกลุ่มนี้ต้องหานายหน้ากันเอาเอง แต่ฝ่ายธุรการจะช่วยเตรียมเอกสารสำคัญบางอย่างให้ นายหน้ากลุ่มนี้จะมีทั้งคนไทยและล่ามชาวพม่า เสียเงินหัวละ 2,000-3,000 บาท
กลุ่มที่ 3 กลุ่มนายหน้าลอย พวกนี้จะเป็นเครือข่ายใหญ่ รู้จักกับคนใช้ตามบ้าน หรือกลุ่มแรงงานรับจ้างรายวัน ส่วนใหญ่รู้จักกับคนงานเพราะเพื่อนๆ หรือคนรู้จักแนะนำ นายหน้ากลุ่มนี้ต้องเตรียมเอกสารเอง บางรายต้องเตรียมคนไทยใช้อ้างเป็นนายจ้างด้วย ค่าบริการจะแพงขึ้นเป็นหัวละ 5,000-10,000 บาท โดยมีคนในเครื่องแบบคอยอำนวยความสะดวกให้อีกชั้นหนึ่ง
กลุ่มที่ 4 กลุ่มนายหน้าเถื่อน เป็นพวกที่ไม่ได้รับความเชื่อถือ แรงงานที่ใช้บริการมีสิทธิ์ถูกหลอกเงินฟรีๆ เป้าหมายของกลุ่มนี้จะพุ่งไปยังคนพม่าที่เพิ่งข้ามชายแดนเข้ามาในไทยได้ไม่กี่วัน ส่วนใหญ่ยังไม่มีงานทำ พูดภาษาไทยไม่ได้ ไม่รู้ลู่ทางทำมาหากิน แอบซ่อนอยู่ในสถานที่มิดชิด มีเพียงนักเลงชาวพม่าคอยประสานงานให้ กลุ่มนี้จะต้องจ่าย 1-1.5 หมื่นบาท ไม่รวมค่าธรรมเนียม 3,880 บาท
"บางคนยอมจ่ายแพงเพราะไม่รู้เรื่อง และไม่มีเอกสารรับรองอะไรเลย พวกนายหน้าเถื่อนจะจัดหาเอกสารให้หมดทุกอย่าง บางคนไม่มีเงินก็ต้องไปกู้นอกระบบ ดอกร้อยละ 10-20 บาทต่อเดือน นายทุนส่วนใหญ่จะเป็นมาเฟียคนไทย มีลูกน้องหรือพรรคพวกเป็นคนพม่า คอยเก็บเงินต้นและดอกเบี้ย ช่วงจดทะเบียนพันบาทก็ต้องจ่าย เพราะเป็นโอกาสเดียวที่จะทำให้พวกเขาสามารถหางานทำในไทยได้ถูกกฎหมาย ต่อให้ถูกขูดรีดแค่ไหนก็ไม่กล้าแจ้งตำรวจหรือฟ้องใคร เพราะกลัวถูกจับไล่กลับพม่า" นายวินย้ำถึงค่าหัวที่พวกเขาต้องจ่ายใต้ดิน
ปี 2551 จ.สมุทรสาคร มีแรงงานต่างด้าวขึ้นทะเบียนและตรวจสุขภาพ 7.5 หมื่นคน ร้อยละ 97 สัญชาติพม่า หากรวมแรงงานนอกระบบเชื่อว่ามีไม่ต่ำกว่า 2-3 แสนคน และคนกลุ่มนี้เกือบทั้งหมดต้องอาศัยนายหน้าในการขึ้นทะเบียน
"บุญโชติ มณีโชติ" ตัวแทนสำนักงานจัดหางาน จ.สมุทรสาคร ยอมรับว่า การขึ้นทะเบียนต้องมีกลุ่มนายหน้าช่วยประสานงานและอำนวยความสะดวก เพราะแทบจะไม่มีนายจ้างยอมเสียเวลามาทำเรื่องอย่างนี้ ปกติในโรงงานจะจ่ายให้รวมทุกอย่าง 4,500-5,000 บาทต่อหัว หมายความว่านายหน้ามีรายได้ 700-1,200 บาทต่อหัว ซึ่งเป็นตัวเลขที่หลายคนยอมรับได้
"แต่ที่ยอมรับไม่ได้คือพวกที่เก็บ 8,000 บาทต่อหัวขึ้นไป ได้ยินข่าวว่ามีนายหน้าหลายกลุ่มในสมุทรสาครเก็บราคานี้ และในกรุงเทพฯ ก็จะยิ่งแพงกว่านี้ เพราะการเดินทางและการประสานงานลำบากกว่า"
ด้าน ดร.ยงยุทธ แฉล้มวงษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิจัยทรัพยากรมนุษย์และพัฒนาสังคม จากมูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) คำนวณรายได้ของกลุ่มนายหน้าทั่วประเทศว่า กลุ่มแรงงานที่เคยขึ้นทะเบียนไว้แล้วในปีก่อนๆ น่าจะมีประมาณ 2 แสนรายที่จ่ายค่านายหน้าหัวละ 1,200-1,500 บาท รวมแล้วประมาณ 250-300 ล้านบาท ส่วนกลุ่มที่ลงทะเบียนเป็นครั้งแรกในปีนี้น่าจะมีประมาณ 5 แสนคน ที่ต้องใช้บริการจากนายหน้า หากคำนวณขั้นต่ำสุดให้เสียเงินเฉลี่ยคนละ 2,000 บาท จะเป็นเงินไม่ต่ำกว่า 1 พันล้านบาท รวมทั้ง 2 กลุ่มแล้วก็เกือบ 1.5 พันล้านบาท
"ปัญหาแก๊งนายหน้าพวกนี้มีการพูดมานานแล้ว กฎหมายมีบทลงโทษตาม พ.ร.บ.การค้ามนุษย์ 2551 แต่การเอาผิดจริงมีน้อยมาก เพราะมีเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายเข้ามาเกี่ยวข้อง อยากเสนอให้บูรณาการทุกหน่วยงาน และมีการตรวจสอบซึ่งกันและกัน เพื่อแก้ไขปัญหาค้าแรงงานต่างด้าว เช่น ประสานกำลัง ตชด. ตำรวจส่วนกลาง กองทัพเรือ กองทัพบก ฯลฯ เมื่อกำลังแต่ละส่วนมาร่วมกัน เจ้าหน้าที่แต่ละหน่วยงานก็ไม่กล้าทุจริต เพราะไม่สนิทสนมและไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ดีกว่าแบ่งแยกให้หน่วยใดหน่วยหนึ่งไปทำ เพราะพวกเดียวกันไว้ใจกันได้ การทุจริต คอรัปชั่น กินเงินจากมาเฟียจึงเกิดขึ้นง่าย" ดร.ยงยุทธเสนอแนะ



