ข่าว

ความ(ไม่)รู้เรื่องอาเซียน

ความ(ไม่)รู้เรื่องอาเซียน

30 ก.ค. 2552

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในการประชุมระดับนานาชาติที่สำคัญอย่างหนึ่งคือการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนและการประชุมเกี่ยวกับความมั่นคงในภูมิภาค

 ซึ่งมีรัฐมนตรีต่างประเทศจากประเทศที่สำคัญทั่วโลกมาร่วมประชุม 27-28 ประเทศ ในการนี้รัฐบาลไทยได้ใช้กองกำลังรักษาความปลอดภัยเป็นหมื่นคนเสียเงินไปหลายร้อยล้านบาท เพื่อป้องกันปัญหายุ่งยากเหมือนกับที่เกิดในการประชุมซัมมิทอาเซียนที่พัทยาเมื่อไม่กี่เดือนมานี้

 รายละเอียดหลักๆ ที่พูดจากันในที่ประชุมนั้นคนไทยไม่ค่อยรู้ รู้แต่ข่าวตื่นเต้น 2 เรื่อง คือเรื่องข่าวการจับผู้ก่อการร้ายนานาชาติซึ่งแท้ที่จริงเป็นพวกค้ายา และข่าวตื่นเต้นกับ “มอเตอร์ไซค์บอมบ์” ออกมากลบสาระสำคัญเสีย ซึ่งความจริงก็มีแค่ 2 เรื่องคือ เรื่องการตั้งคลังสำรองอาหารยามฉุกเฉิน และการตั้งกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งอาเซียน

 เรื่องหลังนี้ถูกสื่อมวลชนต่างประเทศแซวว่าเป็นแค่เสือกระดาษ เพราะกรรมการชุดนี้จะไปทำอะไรได้ในเมื่อกฎบัตรอาเซียนมีข้อหนึ่งที่เขียนไว้ชัดเจนว่า “...ห้ามยุ่งเกี่ยวกิจการภายในของแต่ละประเทศ...” ในใจของสื่อต่างประเทศคงจะหมายถึงพฤติกรรมของพม่าซึ่งถูกกล่าวหาจากค่ายตะวันตกว่าไม่ค่อยคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนและประเด็นนี้ รมต.ต่างประเทศหญิงของอเมริกาก็หยิบยกมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน เรียกได้ว่าแย่งซีนของรัฐมนตรีต่างประเทศอื่นๆ ไปได้หมดทีเดียว

 ในเรื่องพม่านั้น รมต.คลินตันบอกชาวอาเซียนว่า ถ้ายังไม่ปล่อย นางออง ซาน ซูจี ก็ให้อาเซียนขับพม่าออกจากสมาชิกภาพเลย เป็นคำพูดและท่าทีที่ออกจะ “กร่างมาก” แถมด้วยคำพูดที่กล่าวโจมตีเกาหลีเหนือจนเกิดเป็นวิวาทะกันในบ้านเรา แต่ไม่ว่าในสังคมระดับใด ระดับหมู่บ้าน ระดับประเทศ หรือระดับโลก ถ้าใครร่ำรวยหรือมีอำนาจมาก ทำอะไรก็จะไม่น่าเกลียด ไม่มีใครว่า ในการให้สัมภาษณ์คุณคลินตันยังสั่งสอนอีกว่า (ในสังคมการเมืองที่เจริญแล้ว) ประเทศชาติต้องมาก่อน การเมืองมาแล้วก็ไป...

 เรื่องเกี่ยวกับอาเซียนที่เราควรรู้อีกก็คือ อาเซียนก่อตั้งในรูปของสมาคมมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1967 สี่สิบกว่าปีมาแล้วโดยไทยเป็นแกนนำแต่งตั้งในรูปหลวมๆ เมื่อปีที่แล้วคือ พ.ศ.2551 ได้มีการประกาศใช้ “รัฐธรรมนูญ” ของอาเซียนและยกฐานะเป็นองค์กรที่มีตัวตนมั่นคง มีสำนักงานบริหารแน่นอน ตามรัฐธรรมนูญของอาเซียนวางแนวทางในการที่จะสร้างกลุ่มประเทศอาเซียน 10 ประเทศขึ้นเป็น “ประชาคม” เหมือนกับประชาคมยุโรปที่จัดตั้งมาหลายปีแล้ว มีแนวทางพัฒนาเพื่อให้เกิดสภาพประชาคม 3 แนวทาง ทั้งด้านความมั่นคง ด้านสังคมวัฒนธรรม และด้านเศรษฐกิจ

 ในด้านเศรษฐกิจเท่าที่รู้ก็ได้กำหนดแนวทางที่สำคัญไว้ 3 แนวทาง ครอบคลุมทั้งด้านการค้า การผลิต บริการและการลงทุน โดยตั้งเป้าหมายให้บรรลุจุดประสงค์อีก 6 ปีข้างหน้าคือ ปี ค.ศ.2015 โดยกิจกรรมต่างๆ จะต้องเริ่มอย่างจริงจังในปีหน้านี้ เริ่มตั้งแต่การร่วมมือทางด้านอุตสาหกรรมรถยนต์และการเปิดให้สินค้าเกษตรเข้าประเทศต่างๆ ได้โดยเสรี

 เรื่องนี้มีผู้กังวลว่า ถ้าปล่อยให้นำเข้าข้าวเสรีก็จะเกิดการนำข้าวมาสวมสิทธิ์จำนำกับโครงการของรัฐบาลหรืออาจจะเกิดการเคลื่อนย้ายแรงงานโดยเสรีแย่งอาชีพคนไทย และความกังวลใจอีกหลายประการ ซึ่งทั้งหลายทั้งปวงนี้เกิดจากความไม่รู้ในรายละเอียดว่าจะเป็นอย่างไร

 จึงเป็นหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้องทางภาครัฐจะต้องให้ความรู้แก่ประชาชน จะได้เตรียมตัวเตรียมใจได้ถูกทาง ไม่ใช่ปล่อยให้ความไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องอาเซียนเข้าครอบงำอยู่อย่างในขณะนี้

นายหนูใหญ่
[email protected]