
เดินหน้าแบบสุ่มเสี่ยง
แผนการกู้เงินกว่า 8 แสนล้านบาทเพื่อฟื้นฟูประเทศ นับเป็นเงินก้อนมหาศาล จะเป็นรองเพียงเงินกู้จากไอเอ็มเอฟ 1.27 หมื่นล้านเหรียญ เพียงแต่ต่างกันที่ว่าคราวนี้ไม่มีเงื่อนไขเฉพาะให้ต้องทำเพื่อเข้าช่องตามเป็นเปิดตลาดให้ต่างชาติยึดธุรกิจ
รัฐบาลเด็กมาร์คและเด็กกรณ์เชื่อมั่นว่าถ้าอัดฉีดเงินเข้าสู่โครงการต่างๆ ก็จะช่วยฉุดลากบ้านเมืองให้พ้นจากวิกฤติเศรษฐกิจ เปิดทางให้ขยายตัวต่อไป
จะเป็นเช่นนั้นจริงหรือ เพราะที่ผ่านมามีแต่คำพูด ยังไม่เห็นแผนยุทธศาสตร์อย่างชัด โดยประเด็นน่าห่วงก็คือ ใครจะเป็นผู้กำหนดแผนและสร้างความมั่นใจว่าเงินทุกบาทจะถูกใช้เต็มที่ เป็นประโยชน์ ไม่ใช่เป็นเบี้ยหัวแตก
ที่เห็นชัดเจนก็คือ รัฐบาลยังไม่ได้เตรียมบุคลากรสำหรับดูแล ผลักดันโครงการต่างๆ การพัฒนาหรือฟื้นฟูบ้านเมืองนั้นจำเป็นต้องมีคนเข้าใจปัญหา แนวทางยุทธศาสตร์และปรัชญา แนวคิดร่วมกัน จึงจะประสบผลสำเร็จ ไม่ติดขัด
หรือรัฐบาลปล่อยให้เงินทุกก้อน แผนทุกอย่างอยู่ในการดูแล ควบคุม ดำเนินการโดยข้าราชการประจำ โดยมีนักการเมืองประจำกระทรวงคอยแสวงหาผลประโยชน์ เพราะความล้มเหลวปรากฏก่อนที่รัฐบาลจะเริ่มเดินก้าวแรกด้วยซ้ำ
การดำเนินโครงการเหล่านี้ ต้องการมือทำงานที่เข้าใจปัญหา และต้องสะอาด ตระหนักถึงความเร่งด่วน ถ้าล้มเหลว บ้านเมืองจะเผชิญหายนะอย่างไร
บอกได้เลยว่าที่ผ่านมา มีแต่แผนใช้เงิน แต่ไม่มีแผนใช้คนที่เป็นงาน!
ประเด็นน่าห่วงก็คือ แกนนำรัฐบาล โดยค่ายสะตอ จำเป็นต้องรับภาระหน้าเสื่อ กู้เงินโดยกระทรวงการคลัง แต่เงินส่วนใหญ่ต้องผ่องถ่ายผ่านกระทรวงหลักๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับภาคเศรษฐกิจสำคัญต่อการฟื้นฟู นั่นคือ พาณิชย์ เกษตร คมนาคม อุตสาหกรรม ไอที แต่กระทรวงเหล่านี้คุมโดยพรรคร่วมรัฐบาล เป็นเสือหิวกินจุ
กระทรวงเด็กกรณ์เป็นเพียงผู้กู้ ตากหน้ารับเละ แต่ยังชาวบ้านยังไม่เคยได้ยินแผนงานชัดเจนว่าจะใช้เงินแบบไหนให้ได้ผลเต็มเม็ดเต็มหน่วย
ยังไม่บอกชาวบ้านว่าผลตอบแทนของการใช้เงินมหาศาลนั้น มีอะไร มากน้อยเพียงใด เร็วหรือช้า หวังผลได้แค่ไหน และที่สำคัญ จะหาทางคืนเงินกู้ได้อย่างไร เมื่อรัฐบาลยังไม่เสนอแผนการสร้างรายได้ นอกจากเงินภาษีชาวบ้าน
จริงอยู่นักการเมืองไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบต่อความล้มเหลว มาแล้วก็จากไป ทิ้งไว้แต่ซากของความล่มสลาย เป็นอย่างนี้มาโดยตลอด และไม่ยอมเลิกรา ยังหาช่องทางหวนคืนสู่อำนาจ นึกว่าชาวบ้านลืมง่าย ให้อภัยสำหรับความหายนะ
ดังนั้น ไม่ว่าแผนใช้จ่ายงบประมาณ หรือเงินกู้ รัฐบาลเด็กมาร์คต้องสร้างความมั่นใจให้ชาวบ้าน ซึ่งต้องแบกรับภาระหนี้แผ่นดิน ว่ามีแผนป้องกันความล้มเหลวอย่างไร เพราะมีความเสี่ยงสูงต่อสภาวะของการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ
ต้องตระหนักไว้ด้วยว่า ถ้าเลือกตั้งใหญ่เมื่อไหร่ โอกาสที่พรรคพวกคนหนีคุกจะชนะมากกว่า 200 ที่นั่งนั้นมีมาก ถ้าค่ายสะตอสู้เลือกตั้งวันนี้ก็แพ้แน่นอน
ยิ่งถ้าบริหารแบบโหล่ยโท่ย รอรับชะตากรรมแบบนี้ มีแต่เจ๊งนิ! อิอิอิ!!!



