
พานทองแท้ดอดพบพนักงานสอบสวนดีเอสไอ
พานทองแท้ พร้อมทีมกฎหมายดอดเข้าพบพนักงานสอบสวนดีเอสไอล่วงหน้า ให้ปากคำด้วยตนเองปมรับเช็ค 10 ล้านบาท นาน 1.30 ช.ม. ขณะที่ดีเอสไอยันเรียกสอบผู้รับเช็คครบทุกราย
เมื่อวันที่ 3 มี.ค. 59 แหล่งข่าวจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 มี.ค. ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนได้รับการติดต่อจากนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า ได้ขอเข้าให้ปากคำในช่วงบ่ายของวันที่ 2 มี.ค. เนื่องจากในวันที่ 4 มี.ค.นี้ นายพานทองแท้ติดภารกิจอื่นไม่สามารถเข้าให้ปากคำตามกำหนดนัดของพนักงานสอบสวนได้ เมื่อได้รับการติดต่อดีเอสไอจึงเร่งประสานไปยังสำนักการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด ให้ส่งอัยการเข้าร่วมการสอบสวน
นายพานทองแท้เดินทางมาพร้อมกับทีมกฎหมายและผู้ติดตามหลายคน แต่กฎหมายไม่อนุญาตให้บุคคลอื่นเข้าร่วมรับฟังการให้ปากคำของพยาน ทำให้นายพานทองแท้ต้องให้การด้วยตนเอง เกี่ยวกับรายละเอียดในการรับเช็ค 10 ล้านบาท จากนายวิชัย กฤษธานนท์ อดีตผู้บริหารบริษัทกฤษดามหานคร ทั้งนี้นายพานทองแท้ใช้เวลาให้ปากคำนานประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที หลังจากนี้นายพานทองแท้อาจส่งคำให้การเป็นเอกสารเพิ่มเติมให้กับพนักงานสอบสวน
แหล่งข่าวเปิดเผยด้วยว่า ในส่วนของนางกาญจนภา หงส์เหิน เลขานุการส่วนตัวของคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภริยานายทักษิณ ชินวัตร ได้แจ้งขอเลื่อนการให้ปากคำออกไปไม่มีกำหนด ดังนั้นในวันที่ 4 มี.ค.นี้ ดีเอสไอจะไม่มีนัดสอบปากคำพยานในคดีฟอกเงินจากการทุจริตปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทย สำหรับนายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักการสอบสวน ซึ่งได้ร่วมสอบสวนในคดีนี้ ได้ทำหนังสือขอถอนตัวจากการเป็นพนักงานสอบสวนในคดี ภายหลังนายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาระบุถึงความไม่เหมาะสม เนื่องจากมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพยานในคดี โดยสำนักการสอบสวนได้ส่งนายวีรยุทธ์ เนติวุฒิพงศ์ เป็นอัยการร่วมสอบสวนแทน
สำหรับคดีฟอกเงินจากการทุจริตปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทยให้กับกลุ่มกฤษดามหานคร พนักงานสอบสวนได้เรียกสอบปากคำบุคคลที่มีรายชื่อได้รับเช็คจากผู้บริหารกฤษดามหานคร ซึ่งเป็นวงเงินที่มาจากการอนุมัติปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทยมาสอบปากคำในฐานะพยานแล้วมากกว่า 200 ปาก ในส่วนนี้รวมถึงนายพานทองแท้ นางกาญจนภา นางเกศินี จิปิภพ มาราดาของนางกาญจนาภา นายวันชัย หงส์เหิน สามีของนางกาญจนาภา นายมานพ ทิวารี บิดาของน.ต.ศิธา ทิวรารี พนักงานบริษัทฮาวคัมและพนักงานบริษัทมาสเตอร์โฟน ซึ่งมีนายพานทองแท้เป็นผู้ถือหุ้น ด้วย โดยขณะนี้เป็นเพียงการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องทุกรายในฐานะพยาน คาดว่าจะสามารถสรุปสำนวนคดีเพื่อแจ้งข้อกล่าวหากับผู้กระทำความผิดได้ภายในเดือนเม.ย.นี้



