ข่าว

รณรงค์ประชามติต้องเปิดกว้าง

รณรงค์ประชามติต้องเปิดกว้าง

03 มี.ค. 2559

รณรงค์ประชามติต้องเปิดกว้าง : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ โดยสำนักข่าวเนชั่น

             เมื่อวันที่ 1 มีนาคม ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีได้ประชุมร่วมกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เพื่อหารือถึงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว ในเฉพาะประเด็นเรื่องประชามติ  คำถามคือ ทำไมต้องแก้ คำตอบก็ง่ายๆ คือ รัฐธรรมนูญชั่วคราวยังมีข้อบกพร่องผิดพลาด โดยเฉพาะเรื่องจำนวนเสียงที่จะผ่านประชามติ ซึ่งปัจจุบันใช้คำว่า “ผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติโดยเสียงข้างมาก” ทำให้การจะผ่านประชามตินั้นค่อนข้างยาก ดังนั้นจึงต้องการแก้ให้รัดกุมยิ่งขึ้น โดยให้ใช้เสียงข้างมากของ “ผู้มาใช้สิทธิ” เท่านั้น

             อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการแก้ไขแล้วจึงได้พ่วงประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวกับการทำประชามติเข้าไปด้วย ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาทั้งเรื่องเชิง “เทคนิค” และเชิง “การเมือง”

             สรุปเนื้อหาที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวมี 5 ประเด็น ได้แก่ 1.การนับคะแนนเสียงที่จะถือว่าผ่านประชามติ โดยให้กำหนดใช้คำว่า “คะแนนเสียงข้างมากของผู้มาใช้สิทธิออกเสียงที่เห็นชอบ” ส่วนบัตรเสียและบัตรไม่ประสงค์ลงคะแนนไม่นับเป็นคะแนน

             2.อายุของผู้มีสิทธิลงประชามติ ให้ยึดผู้มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ในวันลงประชามติ ซึ่งข้อนี้เป็นการล้อมาจากร่างรัฐธรรมนูญ

             3.ยกเลิกเรื่องการกำหนดแจกจ่ายรัฐธรรมนูญให้ครบ 80% ของครัวเรือนก่อนจึงจะกำหนดวันประชามติ  โดยให้เหตุผลว่า ขณะนี้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กำลังทำร่างรัฐธรรมนูญอยู่เพื่อแจกจ่ายประชาชน จึงจะร่างฉบับนี้ไปแจกจ่ายและเผยแพร่ทางเว็บไซต์ และสื่อมวลชนแทน

             4.เรื่องคำถามพ่วงประชามติ ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นผู้ตั้งคำถามหากประสงค์ให้จะมีคำถามเพิ่ม แล้วส่งไปยัง กกต.ภายใน 15 วันหลังจากมีการแจกจ่ายร่างรัฐธรรมนูญ

             5.ให้ยกร่าง พ.ร.บ.ประชามติ โดยระบุว่า ทั้งนี้ระบุว่าเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกับการเลือกตั้งทั่วไป ประกอบกับหลักเกณฑ์การออกเสียงประชามติปี 2550

             อย่างไรก็ตาม ในข้อ 5 เรื่องร่าง พ.ร.บ.ประชามตินี่เองที่เป็นที่ถกเถียงกันว่าเหมาะสมหรือไม่ กล่าวคืือ “วิษณุ เครืองาม” ได้ให้สัมภาษณ์ขยายความว่า “ขณะที่เรื่องการชักชวนให้ต่อต้านการลงประชามติถือเป็นความผิด แต่การต่อต้านร่างรัฐธรรมนูญถ้าพูดในเวทีที่ กกต.จัดไม่มีปัญหา เพราะกกต.จะเป็นผู้ดูแลกติกา แต่ถ้าไปจัดกันเองต้องรับความเสี่ยงและความรับผิดชอบเอาเอง เพราะมีกฎหมายหลายฉบับ ทั้งเรื่องการหมิ่นประมาท พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558”

             ทำให้ตีความว่า การรณรงค์ให้ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญที่ทำนอกเวทีที่ กกต. กำหนดจะเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย และย่อมมีคำถามกลับไปว่า การรณรงค์เพื่อให้รับร่างนอกเวทีที่ กกต.กำหนดนั้นจะถือเป็นความผิดตามกฎหมายหรือไม่ 

             ประชามตินั้นก็คล้ายกับการเลือกตั้ง โดยตัวเลือกเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบก็เปรียบเสมือนผู้สมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งควรได้รับสิทธิเท่ากันในการหาเสียงเพื่อให้คนมาเลือกตัวเอง และควรให้โอกาสในการรณรงค์หาเสียงในทุกๆ ที่ ไม่ว่าจะเป็นตามชุมชน ตามบ้าน โดยไม่ควรจำกัดว่าต้องเป็นเฉพาะในเวทีที่รัฐจัดไว้ให้เท่านั้น

             การกำหนดเช่นนี้ผิดลักษณะของการประชามติอย่างยิ่งที่ควรให้มีการรณรงค์อย่างเปิดกว้าง หากทำจริงรังแต่จะทำให้ถูกมองว่าทำเพื่อหวังล็อกผล ทั้งรัฐธรรมนูญและประชามติก็จะเต็มไปด้วยรอยด่าง