ข่าว

ยุคที่ดาต้าสำคัญกว่าน้ำมัน

ยุคที่ดาต้าสำคัญกว่าน้ำมัน

04 มี.ค. 2559

ช่วยกันคิดช่วยกันคุย : ยุคที่ดาต้าสำคัญกว่าน้ำมัน : โดย...แมตต์ โรเบิร์ตส์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ด้านบิ๊กดาต้าและนวัตกรรมเชิงกลยุทธ์, แอมดอกซ์

 
                      บิ๊กดาต้า เป็นเทรนด์ที่ถูกกล่าวถึงบ่อยครั้งในสังคมปัจจุบัน แต่บิ๊กดาต้านั้นเข้ามามีบทบาทในทุกสัดส่วนของชีวิตประจำวันของเราแล้วจริงหรือ?
 
                      ผมมองว่าไม่จริง แม้ว่าบิ๊กดาต้าเป็นสิ่งที่ถูกกล่าวถึงและได้การยอมรับมากขึ้น แต่เราควรจะลงมือนำมาประยุกต์เข้ากับชีวิตประจำวันมากกว่านี้ ผมขอแบ่ง “บิ๊กดาต้า” เป็นสามสัดส่วน ได้แก่ “ความพยายาม” “ของเล่น” และ “หัวใจหลัก” เพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ
 
                      “หัวใจหลัก” เป็นสัดส่วนที่อ้างถึงการวิเคราะห์–หรือส่วนที่น่าสนใจที่สุดของบิ๊กดาต้า รวมไปถึงการนำข้อมูลเชิงลึก ที่มาจากการวิเคราะห์ชุดข้อมูลจำนวนมาก เพื่อสร้างกลยุทธ์เพื่อผลักดันธุรกิจ โดยข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้จะช่วยบ่งชี้ปัญหาการใช้งานของลูกค้าก่อนที่พวกเขาจะทราบ จึงทำให้ผู้ให้บริการทางโทรคมนาคมสามารถแก้ปัญหาได้ก่อนที่ลูกค้าจะได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ไม่น่าประทับใจ
 
                      “ของเล่น” เป็นสัดส่วนที่อ้างถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยส่วนมากจะเป็นเทคโนโลยีแบบ Open Source โดยแผนกไอทีขององค์กรต่างๆ จะรีบออกไปซื้อ “ของเล่น” เหล่านี้ จึงทำให้บริษัทที่นำเสนอบริการรูปแบบนี้ สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็ว
 
                      ส่วนดังกล่าว เป็นสองหัวข้อหลักที่ขับเคลื่อนความแพร่หลายของบิ๊กดาต้า แต่สัดส่วนที่สาม หรือ “ความพยายาม” เป็นส่วนที่คนส่วนใหญ่มองข้าม เราจึงต้องทำความเข้าใจว่า “ความพยายาม” เป็นสิ่งจำเป็น เราจึงจะสามารถนำบิ๊กดาต้ามาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
                      ผู้ให้บริการทางโทรคมนาคมควรผันตัวเองให้เป็นธุรกิจที่ขับเคลื่อนโดยดาต้า ในการที่จะได้รับผลประโยชน์สูงสุดจากบิ๊กดาต้า องค์กรส่วนใหญ่อยู่ในขั้นตอนเริ่มต้นเท่านั้น ซึ่งพวกเขาจะพบว่าหนทางข้างหน้ามีอุปสรรคมากมาย
 
                      ผู้ให้บริการทางโทรคมนาคมควรพัฒนาระบบการจัดการดาต้าจากรูปแบบเดิมให้กลายเป็น “ทะเลสาบดาต้า” ซึ่งเป็นการผสมผสานฐานข้อมูลขนาดใหญ่เข้ากับคลังข้อมูลที่จับต้องได้ เพื่อใช้งานกับข้อมูลที่มีโครงสร้าง, ไม่มีโครงสร้าง, ของบุคคลที่สาม และภายในองค์กรเอง ซึ่งจะทำให้องค์กรเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกได้ง่ายดายยิ่งขึ้น แต่ “ความพยายาม” จะอยู่ในขั้นตอนต่อไป ได้แก่ การดึงข้อมูลที่ต้องการจากระบบ และการดูแลรักษาทะเลสาบดาต้าขององค์กร
 
                      ลองเปรียบเทียบดาต้ากับน้ำมัน ในปี 2555 บนรายการทีวีชื่อดังรายการหนึ่งในสหรัฐอเมริกา พิธีกรถามความเห็นของนักลงทุนชื่อดังอย่าง แอน วินบาลด์ ว่า “the next big thing” หรืออนาคตแห่งการลงทุนจะไปในทิศทางใด เธอตอบว่า “เรากำลังเข้าสู่ยุคสมัยที่ดาต้าสำคัญกว่าน้ำมัน”
 
                      ซึ่งผมมองว่านี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่เราจะทำความเข้าใจกับบิ๊กดาต้า ถ้าเรานำตัวอย่างดังกล่าวมาประยุกต์เข้ากับรูปแบบบิ๊กดาต้า 3 สัดส่วนของผม จะพบว่า “ของเล่น” และ “หัวใจหลัก” เปรียบว่าเป็นเครื่องยนต์สันดาปและรถยนต์ ส่วน “ความพยายาม” จะเปรียบเป็นการกลั่นน้ำมันดิบให้เป็นปิโตรเลียม เพราะหากเครื่องยนต์สันดาปและรถยนต์ไม่ได้รับความนิยม ปิโตรเลียมก็จะไม่มีประโยชน์ และน้ำมันดิบก็จะไม่ได้ถูกใช้งาน ซึ่งก็เหมือนดาต้า เพราะการพัฒนาระบบการเรียกข้อมูลที่ดี จะทำให้การวิเคราะห์และการคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ มีประโยชน์มากขึ้น
 
 
 
 
----------------------
 
(ช่วยกันคิดช่วยกันคุย : ยุคที่ดาต้าสำคัญกว่าน้ำมัน : โดย...แมตต์ โรเบิร์ตส์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ด้านบิ๊กดาต้าและนวัตกรรมเชิงกลยุทธ์, แอมดอกซ์)