
ผีเอาใจรัชฟอร์ดเพิ่มค่าจ้าง30เท่า
02 มี.ค. 2559
แมนฯ ยูไนเต็ด เตรียมเพิ่มค่าเหนื่อยให้ มาร์คัส รัชฟอร์ด 30 เท่า จากสัปดาห์ละ 500 เป็น 15,000 ปอนด์ ขณะที่ ไมเคิล คาร์ริค ส่อย้ายทีมแบบไม่มีค่าตัวหลังจบฤดูกาลนี้
มาร์คัส รัชฟอร์ด กองหน้าดาวรุ่งพุ่งแรงของ “ปีศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด เตรียมได้ปักหลักอยู่ค้าแข้งกับต้นสังกัดต่อไปแบบยาวๆ หลัง เดอะซัน สื่ออังกฤษ เปิดเผยว่า แมนฯ ยูไนเต็ด เตรียมนัดหัวหอกวัย 18 ปีมาเจรจาเรื่องสัญญาฉบับใหม่ที่จะมีอายุนานถึง 5 ปีเป็นการด่วน เพื่อทดแทนสัญญาฉบับปัจจุบันที่จะหมดอายุลงในช่วงกลางปีหน้า และพร้อมจ่ายค่าเหนื่อยให้มากกว่าเดิมถึง 30 เท่า เพราะตอนนี้รับอยู่ที่สัปดาห์ละ 500 ปอนด์ (ประมาณ 25,000 ล้านบาท) แต่จะเพิ่มให้เป็นสัปดาห์ละ 15,000 ปอนด์ (ประมาณ 750,000 ล้านบาท)
สำหรับ รัชฟอร์ด เป็นเด็กปั้นในทีมเยาวชนของ “ปีศาจแดง” ตั้งแต่อายุ 7 ขวบ และเพิ่งได้รับโอกาสจาก หลุยส์ ฟาน กัล นายใหญ่แห่งถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ให้เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ช่วงฤดูกาลนี้ ก่อนจะแจ้งเกิดได้ตั้งแต่เกมแรกที่ลงสนามเป็นตัวจริงให้ทีมชุดใหญ่จากการซัดเบิ้ลเหมาคนเดียว 2 ประตูให้ทีมเปิดบ้านชนะ มิดทิลแลนด์ 5-1 ในศึกยูฟ่า ยูโรปาลีก รอบ 32 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 ซึ่งช่วยให้ทีมพลิกสถานการณ์กลับมาเป็นฝ่ายชนะด้วยสกอร์รวม 2 นัด 6-3 และได้ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายไปพบกับคู่ปรับตลอดกาลอย่าง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล อีกด้วย แถมยังเพิ่งซัลโวได้อีก 2 ลูกจากนัดที่เฝ้ารังเฉือนชนะ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล 3-2 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้หัวหอดดาวรุ่งชาวอังกฤษมีสถิติยิงให้ยูไนเต็ดไปแล้วถึง 4 ลูก ทั้งที่เพิ่งลงสนามแค่ 2 นัดเท่านั้น
ขณะเดียวกัน ไมเคิล คาร์ริค กองกลางจอมเก๋าชาวเมืองผู้ดีของ “ปีศาจแดง” เอ่ยปากว่า อาจจะตัดสินใจย้ายทีม เพราะทีมไม่เคยพูดถึงเรื่องสัญญาฉบับใหม่เลย ทั้งที่สัญญาฉบับเดิมจะหมดอายุในฤดูกาลนี้ ทำให้มิดฟิลด์วัย 34 ปี จะสามารถย้ายทีมได้แบบไม่มีค่าตัวในช่วงกลางปีหากไม่มีการต่อสัญญากับแมนฯ ยูไนเต็ด ที่ค้าแข้งมานานถึง 10 ปี นับตั้งแต่ย้ายมาจาก “ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส ในปี 2006
“ผมบอกได้เลยว่า ผมยังไม่รู้เรื่องอนาคตของตัวเองเลย เพราะยังไม่มีความคืบหน้าใหม่ๆ เกิดขึ้น ผมไม่ได้ยินเรื่องต่อสัญญาใหม่ และสโมสรก็ไม่เคยเรียกผมไปพูดคุยด้วย ผมจึงไม่อยากจะให้ความคิดเห็นเพิ่มเติมในตอนนี้” คาร์ริค กล่าว
-----------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)



