
รวบสองผัวเมียแสบ!ตุ๋นเหยื่อประมูลทอง
01 มี.ค. 2559
ไม่รอด! ตำรวจรวบสองผัวเมียสุดแสบ หลอกตุ๋นเหยื่อประมูลทองผ่านเฟซบุ๊ก
ที่กองบังคับการปราบปราม เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 1 มี.ค.59 พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รอง ผบช.ก. รรท.ผบก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.อ.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.สยาม บุญสม รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.พลฑิต ไชยรส ผกก.3บก.ป. พ.ต.ท.ธีรพัฒน์ ธารีไทย รอง ผกก.3บก.ป. พ.ต.ท.เมธา วงศ์อนันต์นนท์ รองผกก.3บก.ป. พ.ต.ท.วิวัฒน์ จิตรโสภากุล สว.กก.3บก.ป. และตำรวจ กก.3บก.ป. ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม น.ส.วาสนา กรรเชียง อายุ 31 ปี และนายลำพูน พยุง อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 116 ม.4 ตำบลและอำเภอ โคกสำโรง จ.ลพบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครสวรรค์เลขที่ 426/2558 และ 427/2558 ลงวันที่ 26 พ.ย. ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง และนำเข้าสู่ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน พร้อมของกลางคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค สมุดบัญชีธนาคารต่างๆ10เล่ม โทรศัพท์มือถือ 10 เครื่อง โดยตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 รายได้ภายในบ้านเลขที่ 93 ม.1ตำบลชัยบาดาล อำเภอชัยบาล จ.ลพบุรี
พ.ต.อ.พันธนะ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อเดือนมิถุนายน ปีที่ผ่านมา น.ส.ศศิธร ศรีสุขอัยการ อายุ 36 ปี ชาวจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมผู้เสียหาย 7 คน เดินทางเข้าร้องทุกข์กับตำรวจกองปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ว่า ถูก สองผัวเมียดังกล่าวหลอกประมูลทองรูปพรรณในราคาถูกผ่านเฟซบุ๊ก ชื่อ ”พลอย ไพลิน” ซึ่งได้มีการประมูลกัน แต่เมื่อการประมูลเสร็จสิ้นผู้เสียหายได้โอนเงินให้ตามจำนวนที่ประมูลแต่ผู้ต้องหากลับไม่ส่งทองรูปพรรณให้แก่ผู้ที่ชนะประมูลตามที่ตกลงกันไว้ ซึ่งมีผู้เสียหายเป็นจำนวนมาก ต่อมาภายหลังชุดสืบสวนได้สืบทราบว่าหลังก่อเหตุผู้ต้องหาทั้งสองได้มากบดานอยู่ที่บ้านเช่าดังกล่าวจึงได้ทำการจับกุม อย่างไรก็ตามจากการขยายผลทราบว่ามีผู้เสียหายถูกหลอกลวงในลักษณะดังกล่าวอีก 81 ราย มูลค่าความเสียหายนับล้านบาท รวมทั้งผู้ต้องหาทั้งสองมีหมายจับของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในข้อหาเดียวกัน อีกทั้งเป็นผู้ต้องหาคนสำคัญที่ทางกองบังคับการตำรวจภูธรภาค 6 ต้องการตัวอีกด้วย
จากการสอบสวนผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า เมื่อราวเดือนมีนาคมปีที่ผ่านมา ได้เปิดเพจเฟซบุ๊กขื่อว่า พลอยไพลิน ขึ้น โดยจัดให้มีการประมูลทองรูปพรรณ ซึ่งทองรูปพรรณที่นำมาประมูลตนซื้อมาจากร้านทองที่รู้จัก โดยในช่วงแรกก็จะมีการโชว์ทองรูปพรรณหลายรูปแบบ รวมทั้งส่งสินค้าให้แก่ผู้ชนะประมูล แต่ต่อมาภายหลังราคาทองสูงขึ้นกว่าที่ซื้อมาทำให้ขาดทุนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไม่ได้ส่งของให้ตามที่กำหนด และที่ผ่านมาก็พยายามที่จะเคลียร์เงินให้ผู้เสียหาย แต่ตนยอมรับว่าตนไม่สามารถที่จะมีเงินจำนวนมากในการคืนให้ผู้เสียหายได้ แต่ตนก็พยายามที่จะทะยอยผ่อนชำระไปบ้างแล้ว ส่วนวิธีการหลอกลวงเหยื่อนั้นตนได้ศึกษาและเลียนแบบมาจากเพจประมูลอื่นๆ
ด้าน น.ส.ศศิธร หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนเริ่มรู้จักเฟสบุ๊กดังกล่าวจากเพื่อน เมื่อช่วงเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา โดยเพื่อนที่รู้จักแนะนำว่าเพจดังกล่าวจัดให้เปิดประมูลทองรูปพรรณในราคาถูกกว่าราคาร้านทองในท้องตลาดหลายเท่า ตนสนใจจึงเข้าร่วมการประมูลด้วย ช่วงแรก ได้ประมูลแหวนทอง 1 สลึง และได้รับทองมาจริง แต่ล่าสุดตนเองได้ประมูลทองได้ จำนวน 1 สลึง 10 เส้น 2 สลึง 1 เส้น และมีการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทยชื่อบัญชี นายลำพูน พยุง แล้ว แต่ไม่ได้รับทองตามที่ตกลงกันไว้ และอ้างว่าร้านทองยังไม่ได้ส่งทองมาให้ ทำให้ตนสูญเงินกว่า 53,000 บาท และเมื่อทวงถามได้มีการบ่ายเบี่ยงและปิดเฟซบุ๊ก โดยขอฝากประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับตนนั้นอยากให้เป็นอุทาหรณ์ของผู้ที่คิดว่าอยากจะประมูลทองคำทางเฟซบุ๊คเหมือนกับตนว่า ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ และอย่าได้หลงเชื่อกลุ่มแก๊งมิจฉาชีพที่ก่อเหตุในลักษณะนี้
เบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกง และนำเข้าสู่ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป



