ข่าว

‘ไมค์’จากชีวิตหนุ่มแบงก์สู่ธุรกิจปั้น‘ดิน’ให้เป็นเงินล้าน

‘ไมค์’จากชีวิตหนุ่มแบงก์สู่ธุรกิจปั้น‘ดิน’ให้เป็นเงินล้าน

01 มี.ค. 2559

‘ไมค์’จากชีวิตหนุ่มแบงก์สู่ธุรกิจปั้น‘ดิน’ให้เป็นเงินล้าน : คมคิดธุรกิจนิวเจน โดยอภิชาติ ระวีวัฒน์ เรื่อง อนันต์ จันทสูตร์ ภาพ

            ทุกวันนี้ไม่ว่า “อาชีพ” หรือสาขาอะไร ต้องให้ความสนใจและใส่ใจในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง หากคิดว่า “สินค้า” ของตัวเอง เจ๋ง+ดี แล้ว แน่นอนว่า อนาคตในไม่ช้าก็จะถูกคู่แข่งแซงหน้าได้ในพริบตา

            ยิ่งธุรกิจเกี่ยวกับการนำ “ดิน” มาปั้นให้เป็น ตุ๊กตา-สัตว์-สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ซึ่งภายในหัวสมองจะต้องมีศิลปะและจินตนาการค่อนข้างสูง แน่นอนว่าการจะเข้าไปถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายต้องใช้เวลานานพอสมควร

            การทดลองทำผิดครั้งแล้วครั้งเล่า จนเกิดเป็นประสบการณ์และไม่ย่อท้อต่อปัญหาอุปสรรคต่างๆ จนทำให้ทุกวันนี้สินค้าของ “ไมค์” สุภาพ นาคพงศ์พันธ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท มันเดย์เวิร์ค หรือ Mike Foodmodel เป็นที่รู้จักของผู้คน

            ใครจะไปคิดว่า “ดินประดิษฐ์” จากประเทศญี่ปุ่น ที่เคยนำเข้ามากิโลกรัมละ 1,200 บาท ที่ผู้คนส่วนใหญ่จะเอามาปั้นเป็นตุ๊กตา, พวงมาลัย, วัด, สามล้อ ฯลฯ เมื่อหลายปีที่แล้ว จะได้มีการวิวัฒนาการด้วยการทดลองเอาแป้งโมดิฟายด์สตาร์ช (ที่เอาไว้ทำยา), กาวลาแท็ค และน้ำยางพารา นำมาผสมกันให้ได้สัดส่วน จนก่อให้เกิดเป็นดินประดิษฐ์ต้นทุนต่ำขึ้นมาขายกันแค่กิโลกรัมละ 100-200 บาทเท่านั้นเอง

            “สมัยเมื่อ 18 ปีที่แล้ว ผมนำดินประดิษฐ์จากญี่ปุ่นเข้ามา เพื่อปั้นเป็นตุ๊กตา, ต้นไม้จิ๋ว ขายในงานต่างๆ แต่เมื่อต้นทุนมันค่อนข้างสูงแถมเศรษฐกิจบ้านเราไม่ดี ช่วงปี 2552 ก็เลยมีแนวความคิดว่า น่าจะหาอย่างอื่นมาทดแทนดินเหล่านี้ได้ เผอิญมีพรรคพวกที่รู้จักกันเขาทำงานอยู่ในสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย หรือสกว. ซึ่งเขากำลังวิจัยกันเรื่องยางพาราอยู่ เพราะในบ้านเราราคาค่อนข้างไม่ดีสักเท่าไหร่นัก ก็เลยมีความสนใจ และลองเข้าไปศึกษาทดลองกับเขาด้วย” สุภาพ เผยความรู้สึกเมื่อหลายปีก่อนให้รับทราบ

            ส่วนตัวได้ใช้เวลาในการวิจัยและทดลองทั้งผิดถูกอยู่นานถึง 2 ปีจนกระทั่งมาประสบความสำเร็จปี 2554 หลัง รศ.ดร.ศุภศร วนิชเวชารุ่งเรือง หัวหน้าภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ เป็นผู้ทดลองได้สำเร็จ ด้วยการนำส่วนผสมที่กล่าวในข้างต้นอย่างพอเหมาะมารวมกันจนเป็น “ดินประดิษฐ์” ขึ้นมา ขายในบ้านเรากิโลกรัมละแค่ 200 บาทเท่านั้นเอง ไม่ต้องนำเข้าจากญี่ปุ่นเหมือนในอดีต แน่นอนว่าดินประดิษฐ์ที่เราพัฒนาขึ้นมานั้นมีคุณลักษณะเหมือนกับดินญี่ปุ่นเลยทีเดียว คือ 1.ปั้นง่ายไม่เละไม่ติดมือ 2.แข็งแรงอยู่ตัวดี งอได้ และ ไม่แตกหัก 3.สามารถบิดไปตามความต้องการได้ 4.แมลงไม่กิน และ5.ไม่มีสารทำให้ระคายเคืองเวลาสัมผัส ภายใต้แบรนด์สินค้าที่ว่า “มาดามเค” ด้วยการส่งออกดินประดิษฐ์ไปยังประเทศต่างๆ อาทิ ฮ่องกง, เวียดนาม, มาเลเซีย, สิงคโปร์ และ สหรัฐอเมริกา เพราะยังมีกลุ่มคนที่ชอบอาชีพในแนวนี้อีกมาก จากตอนแรกที่ผลิตตุ๊กตาในรูปแบบต่างๆ ขึ้นมาขาย เมื่อเราสามารถสร้าง “ดินประดิษฐ์” ขึ้นมาเองได้แล้ว ก็วิวัฒนาการต่อยอดมาปั้นดินในรูปแบบของ “โมเดลอาหาร” อาทิ ผัก, ก๋วยเตี๋ยว, ลูกชิ้น, หมูสับ รวมไปถึงในรูปแบบสำเร็จรูปอย่าง หม้อไฟต้มยำ, ปูผัดผงกะหรี่, ราดหน้า, ผัดไทย, ส้มตำ ฯลฯ ส่งขายตามร้านอาหารต่างๆ ทั่วประเทศ

            เรียกได้ว่าหากลูกค้ามีแบบสินค้าตัวอย่างมาให้เราดูและต้องการผลิตเป็นโมเดลอาหารเรายินดีทำให้ทั้งสิ้น ส่วนราคามีตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพันบาททุกอย่างก็แล้วแต่ความยากง่าย โดยเฉพาะในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา การปั้นดินให้เป็น “โมเดลอาหาร” ที่มีสีสันต่างๆ เปรียบเสมือนของจริงได้รับความนิยมอย่างยิ่ง เห็นได้จากร้านอาหารยี่ห้อดังตามห้าง ส่วนใหญ่มักจะใช้ “โมเดลอาหาร” เพื่อเรียกร้องความสนใจจากลูกค้า แถมยังเป็นการลดต้นทุนดีกว่านำอาหารจริงมาวางตู้โชว์ เพราะแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็บูดเสียแล้ว

            “ไมค์” สุภาพ อดีตหนุ่มธนาคารแห่งหนึ่งย่านสาทร ยังกล่าวอีกว่า ทุกวันนี้สัดส่วนของธุรกิจที่ทำอยู่แบ่งออกเป็น การปั้นโมเดลอาหารประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากความต้องการของตลาดยังไปได้ ต่อด้วยการขายดินยี่ห้อ “มาดามเค” อีก 20 เปอร์เซ็นต์ ไปตามศูนย์ฝึกและหน่วยงานต่างๆ ที่เขาไม่ต้องไปซื้อไกลถึงญี่ปุ่น เหลือเพียงแค่ 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นในการปั้นตุ๊กตาส่งขาย มันไม่ค่อยเวิร์กเหมือนสมัยก่อน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ชอบเป็นคนคิดค้นหาอะไรใหม่ๆ เข้ามาอย่างสม่ำเสมอ ไม่ชอบอยู่กับที่ เพราะธุรกิจมันคือการแข่งขัน หากเราคิดว่าสินค้าที่เราทำหรือผลิตออกมาแล้ว บอกได้คำเดียวเลยว่าคิดผิด และในอนาคตก็จะถูกคู่แข่งขันแซงในไม่ช้า เพราะโลกของธุรกิจหากใครหยุดหรือนิ่ง แปลว่าแพ้แล้ว

            อย่างไรก็ตามสัดส่วนของตลาดที่มีอยู่ ณ เวลานี้นอกเหนือจาก “โมเดลอาหาร” แล้วก็ยังมีการทำโมเดลส่งให้โรงพยาบาลต่างๆ โดยเฉพาะโมเดลอาหารเรื่องหลักโภชนาการให้ผู้ป่วยว่า ควรรับประทานอาหารอะไรแค่ไหนในแต่ละวัน อะไรที่มีประโยชน์ และไม่มีประโยชน์ รวมไปถึงเรื่องโมเดลสุขภาพทั้งปาก, ฟัน, ปอด ขณะที่คู่แข่งก็มีบ้าง 4-5 รายถือว่า ไม่เยอะมากนัก หากเทียบกับธุรกิจแนวอื่นที่มีคู่แข่งมหาศาล ดังนั้นช่องทางต่างๆ ยังถือว่า ไปได้สวยและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามเส้นทางเศรษฐกิจของบ้านเรา

            ทุกวันนี้สินค้าโมเดลเกี่ยวกับสุขภาพที่ส่งไปยังโรงพยาบาลต่างๆ มีมากกว่า 200 แห่ง นี่ยังไม่รวมถึงอีกหลายชาติในอาเซียนทั้ง กัมพูชา, ลาว, พม่า และ เวียดนาม ก็ให้ความสนใจเรื่องแบบนี้เหมือนกัน เพราะถือว่า เป็นเรื่องแปลกใหม่ เป็นงานศิลปะที่มีสีสันและสามารถสัมผัสได้ เก็บไว้ได้นาน สีไม่ซีด ไม่แตก ไม่หัก ไม่เสีย ไม่เน่า อยู่คงทนถาวร จนสามารถสร้างเม็ดเงินเข้าบริษัทกว่า 40 ล้านบาท แล้ว

            ที่สำคัญไปกว่านั้นในอนาคตต่อจากนี้ไป ยังได้ผลิตคิดค้น “ตุ๊กตาน้ำหอม” ขึ้นมาอีก ซึ่งน้ำหอมตามบ้านโดยทั่วๆ ไป จะอยู่ได้ประมาณ 2-3 เดือน แต่ตุ๊กตาน้ำหอมที่จะผลิตขึ้นมานั้นจะมีความหอมนานเป็นแรมปี เวลานี้อยู่ในขั้นตอนการทดลองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คาดว่า น่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 2-3 เดือนจะออกวางจำหน่ายได้ เป็นของตกแต่งบ้านเหมาะสมกับคนส่วนใหญ่

            “หากมองย้อนกลับไปเมื่อ 18 ปีที่แล้ว ธุรกิจการปั้นดินให้เป็นตุ๊กตาคงเป็นเพียงแค่บันไดขั้นแรกเท่านั้นเอง เพราะหลังจากเราได้ทลายกำแพงและคิดค้นหา “ดินประดิษฐ์” ขึ้นมาเองแล้ว มันเหมือนเป็นการเปิดกว้างให้ตัวเองได้พัฒนาต่อยอดธุรกิจที่ทำอยู่ไปสู่ธุรกิจใหม่ที่ใหญ่และมีมูลค่ามากกว่า จนทำให้ทุกวันนี้ประสบความสำเร็จด้วยดี แต่ก็ยังคงพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ ไม่เคยหยุดนิ่งกับที่” สุภาพ เผยความรู้สึกให้ทราบอย่างภาคภูมิใจ พร้อมเผยต่อว่า จากเดิมมีลูกน้องช่วยทำงานแค่ไม่กี่คนเท่านั้น แต่เมื่อธุรกิจเติบโตไปเรื่อยๆ จนเวลานี้มีลูกน้องมากกว่า 30 คนแล้ว ทุกคนจะรู้หน้าที่ของตัวเองดีว่า ในแต่ละวันต้องทำอะไรกันบ้าง ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่เราไม่มีหน้าร้านอะไรมากมาย หากต้องการก็เข้าไปที่ www.foodmodelshop.com หรือโทร.08-1815-3755 และ 0-2477-8666 รับรองว่า สินค้าของเราเป็นที่ถูกใจของทุกคนแน่นอน ไม่อยากเชื่อเลยว่า อาชีพ “ปั้นดิน” ที่หลายคนเคยดูถูกว่ามันจะจีรังยั่งยืนอะไร แต่ทุกวันนี้ “ไมค์” สุภาพ นาคพงศ์พันธ์ หนุ่มไฟแรงวัย 42 ปีได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า สร้างเงินสร้างรายได้กว่า 40 ล้านบาทภายในพริบตา หากท่านใดสนใจอาชีพแบบนี้อย่าลืมติดต่อหรือสอบถามรายละเอียดกันไปได้เลย เผื่ออนาคตจะได้เป็นเถ้าแก่ หรือ “เศรษฐี” แบบเขาบ้างครับ!!

            โมเดลอาหาร ปัจจุบัน ไม่เพียงแต่ร้านอาหารเท่านั้นที่ต้องใช้สิ่งนี้เพื่อโชว์สินค้า ยังมีธุรกิจอื่นๆ อีกหลายประเภท ที่ใช้โมเดลอาหาร เช่น ร้านอาหาร - เพื่อเพิ่มภาพลักษณ์สำหรับร้านอาหารให้ดูดีขึ้น และง่ายต่อการจดจำของลูกค้า หมู่บ้านจัดสรร - นำโมเดลอาหารเอาไว้ที่บ้านตัวอย่าง ให้ลูกค้ารู้สึกถึงบรรยากาศจริงๆ ในห้องครัว งานแสดง - งานละครเอาไว้ประกอบฉาก การศึกษา - ให้นักเรียนได้รู้จักโมเดลอาหารหลัก 5 หมู่ โรงพยาบาล - ให้คนไข้ได้เห็นภาพถึงอาหารที่เหมาะสมสำหรับตัวเอง ร้านเฟอร์นิเจอร์ - วางไว้บนชุดครัว เพื่อให้ลูกค้าเกิดจินตนาการเหมือนได้อยู่ในครัวจริงๆ