
หมู่บ้านทำมาค้าขาย ปั้นเกษตรกรเป็นเถ้าแก่
02 มี.ค. 2559
เล่าสู่กันฟัง : หมู่บ้านทำมาค้าขาย ปั้นเกษตรกรเป็นเถ้าแก่ : โดย...บัญญัติ คำนูณวัฒน์
โครงการ “หมู่บ้านทำมาค้าขาย” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการประชารัฐตามนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการสร้างโอกาสทางการตลาดและสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนและธุรกิจในหมู่บ้าน รวมถึงใช้เป็นแหล่งดึงดูดการท่องเที่ยวเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะนอกจากจะทำให้คนในชุมชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สามารถยืนได้ด้วยลำแข้งของตนเองแล้ว ยังลดการเคลื่อนย้ายแรงงานไปสู่เมือง คนรุ่นใหม่จะกลับมาเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาท้องถิ่น ประเทศไทยจะก้าวไปสู่การพัฒนาความยั่งยืน
เมื่อดูในรายละเอียด หลังจากได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และอนุมัติงบประมาณมาจำนวน 55 ล้านบาท เพื่อพัฒนาหมู่บ้านและเกษตรกรให้เป็นหมู่บ้านทำมาค้าขาย โดยวางแผนผลักดันให้เกษตรกรเป็นผู้ประกอบการ ตั้งเป้าไว้ 10 หมู่บ้าน ทุกอย่างก็เริ่มขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เป็นแม่งาน มีการสำรวจในแต่ละจังหวัดว่าจะผลักดันหมู่บ้านใดให้เป็นโครงการนำร่องที่จะทำให้โครงการนี้ก้าวไปสู่ความสำเร็จบ้าง
สุดท้ายได้ข้อสรุปเลือกหมู่บ้านประมง สะพานปลา จ.ระยอง เป็นโครงการนำร่องเป็นแห่งแรก และมีหมู่บ้านอื่นๆ ที่หมายตาไว้ เช่น หมู่บ้านชาวประมงที่มีร้านค้าใน จ.ประจวบคีรีขันธ์, ร้านกาแฟ จ.เชียงใหม่, ปศุสัตว์ จ.สระบุรี, ปาล์มน้ำมัน ผลไม้, สะพานปลา จ.ระยอง เป็นต้น ที่เหลือกำลังดูหมู่บ้านที่ผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ เพื่อส่งเสริมให้มีการผลิตสินค้าออกสู่ตลาด สามารถแข่งขันได้ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้ปลูกกาแฟที่ต้องการให้มีการส่งเสริมให้เป็นหมู่บ้านทำมาค้าขาย จะเห็นว่าเมืองไทยของเรามีของดีมากมาย หากได้รับการส่งเสริมให้ถูกทิศถูกทางก็จะทำให้ชนบทพัฒนาควบคู่ไปกับเมือง
โครงการหมู่บ้านทำมาค้าขายฟังดูดี แต่การดำเนินการก็ไม่ใช่ง่าย งานนี้กรมการค้าภายในจึงต้องออกแรงทำการบ้านมากหน่อย นอกจากลงไปตรวจสอบว่าแต่ละหมู่บ้านมีของดีอะไร มีสินค้าอะไรที่จะค้าขาย ต่อยอดสามารถประกอบธุรกิจได้ และดูความต้องการความช่วยเหลือของหมู่บ้านว่าต้องการอะไรบ้าง แล้วต้องนำข้อมูลมาวางแผนเพื่อพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม เช่น นำเรื่องของนวัตกรรมใหม่ๆ เข้าไปช่วยพัฒนาสินค้า ดูแลเรื่องการตลาดเพื่อให้มีช่องทางทำมาค้าขายเพิ่มมากขึ้น การพัฒนาแพ็กเกจจิ้ง สอนทำบัญชี สอนการลดต้นทุน การเก็บสต็อกสินค้า ซึ่งในส่วนของราคาสินค้าจะปล่อยไปตามกลไกตลาด ให้ชาวบ้านได้รู้จักการทำมาค้าขายจริงๆ
มากไปกว่านั้น เพื่อให้การพัฒนาสินค้ามีตลาดรองรับอย่างแน่นอน ได้ข่าวว่าจะมีการนำเอาโครงการนี้ไปร่วมมือกับโครงการ 1 บริษัทดูแล 1 ชุมชน ที่มีภาคเอกชนเข้ามาช่วยเหลือในด้านการตลาดเพื่อให้บริษัทใหญ่ ซึ่งมีประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจมายาวนานมา เป็นพี่เลี้ยงแชร์ประสบการณ์ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่ชุมชน ตรงนี้จึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับบริษัทเอกชนทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลางในอุตสาหกรรมต่าง ๆที่จะเข้ามาช่วยดูแลสังคม ถือเป็นซีเอสอาร์ที่ได้กุศลยิ่งใหญ่ เพราะเป็นประโยชน์ทั้งต่อประชาชนและประเทศชาติ
------------------------
(เล่าสู่กันฟัง : หมู่บ้านทำมาค้าขาย ปั้นเกษตรกรเป็นเถ้าแก่ : โดย...บัญญัติ คำนูณวัฒน์)



