
ผบ.ตร.ชี้เรียกพะจุณณ์ไม่มาเจอหมายจับ
28 ก.พ. 2559
ผบ.ตร.ชี้ออกหมายเรียก พล.ร.อ.พะจุณณ์ ปมแชทไลน์ซื้อขายเก้าอี้ สตช. ขู่ไม่มาเจอหมายจับ ย้ำองค์กรตำรวจมีศักดิ์ศรี ควง ศรีวราห์ลงใต้ติดตามคืบหน้าเหตุคาร์บอมบ์
29 ก.พ.59 ที่กองบินตำรวจ เขตดอนเมือง กทม. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยถึงกรณีพนักงานสอบสวนที่นำโดย พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ออกหมายเรียก พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป ข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพ์ หลังจากพบการแชทในแอพพลิเคชั่นไลน์ กล่าวหามีอดีตนายทหารยศ "พล.อ." รายหนึ่งเข้าไปเกี่ยวข้องการซื้อขายตำแหน่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่า ต้องดำเนินการตามกฎหมาย หากออกหมายเรียกแล้วไม่มาพบพนักงานสอบสวนก็ต้องออกหมายจับ อย่างไรก็ตามในกรณีนี้หากพบว่าทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสียหาย ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งมอบหมายให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ไปดูเรื่องนี้แล้ว สำหรับเรื่องนี้ไม่มีความหนักใจแต่อย่างใด
“องค์กรผมก็มีศักดิ์ศรี ใครจะมากล่าวหาลอยๆไม่ได้ แบบนี้ส่งกันไปส่งกันมาแบบนี้ไม่ได้ แต่เราไม่อยากไปกระทบกระทั่งกับใคร หากพบว่าเกี่ยวข้องผิดกฎหมายฐานหมิ่นประมาท ก็ต้องดำเนินการต่อไป ”ผบ.ตร.กล่าวยืนยัน และว่า เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวทาง พล.ร.อ.พะจุณณ์ ยังไม่ติดต่อมา แต่อาจติดต่อผ่านทาง พล.ต.อ.ศรีวราห์ ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมสอบสวนเรื่องนี้
‘ผบ.ตร.’ ควง ‘ศรีวราห์’ ลงใต้ติดตามคืบหน้าคาร์บอมบ์ เชื่อเป็นกลุ่มเดิมเคลื่อนไหว มั่นใจหลักฐานออกหมายจับได้
29 ก.พ.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล (รอง ผบ.ตร.) ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดปัตตานี เพื่อติดตามความคืบหน้าเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดรถยนต์ หรือคาร์บอมบ์ บริเวณหน้าร้านอาหารติดกับฐานตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 11 จ.ปัตตานี (มว.ฉก.นปพ.ปน.11) เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเหตุต่อเนื่องจากกรณีปล้นรถยนต์ช่วงเช้าวันเดียวกันสำหรับนำไปใช้เป็นคาร์บอมบ์
พล.ต.อ.จักรทิพย์ เปิดเผยว่า รับรายงานจาก พล.ต.ท.เฉลิมพันธุ์ อจลบุญ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้(ผบช.ศชต.)และ พล.ต.ต ทนงศักดิ์ วังสุภา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี(ผบก.ภ.จว.ปัตตานี) แล้ว โดยคดีมีความคืบหน้าไปมาก มีพยานหลักฐานที่พบว่าเป็นการกระทำของกลุ่มเดิมๆที่เคยก่อเหตุในจ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 9-10 ก.พ.ที่ผ่านมา กลุ่มนี้เคยก่อเหตุที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี หลักฐานที่ได้จากกล้องวงจรปิดหลายตัว หลายจุด รวมทั้งส่วนอื่นๆมาประกอบ เพียงพอที่จะออกหมายจับได้ เบื้องต้นพบว่าการก่อเหตุยิงและปล้นรถ มีผู้ก่อเหตุประมาณ 8 คน ต่อมาช่วงบ่ายก็มีจำนวนผู้ก่อเหตุเท่าๆกัน แต่ยังสืบสวนว่าเป็นคนเดียวกันหรือไม่ แต่น่าเชื่อว่าเป็นทีมเดียวกัน ซึ่งหลังจากนี้จะต้องมีการปรับแผนการลาดตระเวนของเจ้าหน้าที่ พร้อมกับเพิ่มความเข้มการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่มากขึ้น รวมถึงเติมขวัญกำลังใจให้กับกำลังพล เพราะทราบว่าช่วงเกิดเหตุกำลังออกไปลาดตระเวน
เมื่อถามว่า คนร้ายมีความพยายามปรับรูปแบบก่อเหตุเร็ว ปล้นรถแล้วนำไปก่อเหตุคาร์บอมบ์ทันที ไม่ทิ้งช่วงให้มีการเฝ้าระวัง หรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า ตนเชื่อว่ามีการประกอบระเบิดไว้ล่วงหน้า เป็นการตอบโต้จากการปิดล้อมตรวจค้นที่ อ.หนองจิก ก่อนหน้านี้ เชื่อว่าก่อนก่อเหตุคนร้ายมีการดูลาดเลา วางจุด หรือเคสซิ่งไว้แล้ว คนร้ายปรับตัวตลอดเวลา ฝ่ายเจ้าหน้าที่จะต้องปรับด้วย เพิ่มความระวังมากขึ้นอีก
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า เหตุที่เกิดขึ้นเป็นการแสดงออกต่อต้านการเจรจาสันติภาพ หรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า ไม่อยากพูดเกี่ยวโยง เดี๋ยวจะเป็นประเด็น แต่ภาพรวมมองว่านี่คือการตอบโต้ปฏิบัติการปิดล้อม เข้มงวดของเจ้าหน้าที่ เป็นการเคลื่อนไหวเพื่อตอบโต้เจ้าหน้าที่รัฐ
‘ผบ.ตร.’ แจงเด้งสว.ท่องเที่ยวเกาะกูด เพราะแจ้งเหตุช้า-สั่งอุดช่องโหว่คุ้มภัยแหล่งเที่ยว
29 กุมภาพันธ์ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เปิดเผยถึงกรณีลูกเรือชาวกัมพูชา 5 คน ก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศและทำร้ายร่างกายนักท่องเที่ยวสาวชาวฝรั่งเศส 2 คนที่เกาะกูด จ.ตราด ว่าปกติเจ้าหน้าที่ตำรวจมีความเข้มในการดูแลความปลอดภัยและระวังเหตุแต่โอกาสเกิดขึ้นได้ เหตุการณ์ในลักษณะลูกเรือขึ้นฝั่งมาก่อเหตุเคยเกิดมาแล้ว เจ้าหน้าที่ก็ติดตามจับกุมได้ ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามดูแลความปลอดภัยเต็มที่ทั้งนักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติ แต่จากเหตุการณ์นี้จะต้องตรวจสอบว่าเจ้าหน้าที่มีความหละหลวมในการปฏิบัติหน้าที่อย่างไร
พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวด้วยว่า เบื้องต้นทราบว่ามีคำสั่งกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว(บก.ทท.) ให้ สารวัตรท่องเที่ยว ที่เกาะกูดมาช่วยราชการที่บก.ทท.แล้ว เนื่องจากเมื่อเกิดเหตุไม่ได้รายงานผู้บังคับบัญชาในทันที ในส่วนภาพรวมจะต้องดูเหมือนกันว่าจะต้องแก้ไขอย่างไร
‘ผบ.ตร.’ ส่ง ‘พล.ต.อ.วุฒิ’ ลงพื้นที่เกาะกูดสอบ ‘5 เขมรหื่น’ ข่มขืนนักท่องเที่ยว
จากกรณีที่มีคนร้ายซึ่งเป็นแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชาประจำเรือประมง ได้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายและข่มขืนนักท่องเที่ยวหญิงสาวชาวฝรั่งเศส 2 คน โดยเหตุเกิดที่บริเวณบ้านอ่าวพร้าว ต.เกาะกูด อ.เกาะกูด จ.ตราด
ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับคนร้ายได้ทั้งหมด 5 รายแล้ว ซึ่งจับได้ในที่เกิดเหตุ 3 ราย และในเวลาต่อมาจับได้อีก 2 ราย โดยผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชา ซึ่งเวลาประมาณ 12.30 น. วันนี้(29 ก.พ.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ รอง ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าคณะจากส่วนกลาง เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ สอบคำผู้ต้องหา และให้กำลังใจเหยื่อที่เป็นนักท่องเที่ยวสาวชาวฝรั่งเศส 2 คน พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว
พ.ต.อ.กฤษณะ เปิดเผยอีกว่า สำหรับการดำเนินคดีนั้นถึงแม้ว่าทั้งเหยื่อและคนร้ายจะไม่ใช่คนไทย แต่ก็ต้องใช้กฎหมายปกติของไทยในการดำเนินคดี เนื่องจากพื้นที่เกิดเหตุอยู่ในประเทศไทย ส่วนการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการทำหน้าที่อย่างรัดกุมและรอบคอบตามกระบวนการทุกอย่าง ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ มีความเป็นห่วงในเรื่องนี้ จึงสั่งการให้ทุกหน่วยงานในพื้นที่บูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวต่อไป



