ข่าว

วิกฤติแล้งค่าความเค็มน้ำทะเลพุ่งประมงปากอ่าวไทยกระทบหนัก

วิกฤติแล้งค่าความเค็มน้ำทะเลพุ่งประมงปากอ่าวไทยกระทบหนัก

28 ก.พ. 2559

วิกฤติแล้งค่าความเค็มน้ำทะเลพุ่งประมงปากอ่าวไทยกระทบหนัก : นิธิศ นาเจริญ

             “ปูก็ตัวเล็กลง หอยแครงก็เล็กลง ปลาก็หายาก เป็นมาตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์แล้ว ซึ่งทุกปีในช่วงนี้จะเป็นเช่นนี้แต่ปีนี้ยิ่งหนักกว่า เท่าที่สอบถามผู้รู้เขาบอกว่าเป็นเพราะน้ำทะเลมันเค็มขึ้นทำให้กุ้ง หอย ปู ปลา มันไม่โต ที่ค่าความเค็มของน้ำทะเลสูงขึ้นก็เพราะน้ำจืดจากแม่น้ำสายต่างๆ ที่ไหลลงสู่ปากอ่าวไทยมีน้อยลง” ถวิล บุญแจ๊ก ชาวประมงชายฝั่งปากอ่าวไทยใน จ.สมุทรปราการ ให้ข้อมูล

             วิกฤติภัยแล้งในปีนี้นับวันยิ่งหนักหน่วง ไม่ใช่เฉพาะเกษตรกรในพื้นที่เพาะปลูกเท่านั้น แต่ชาวประมงที่อาศัยอยู่ริมชายฝั่งทะเลอ่าวไทยก็ได้รับความเดือดร้อนไปด้วย เนื่องจากปริมาณน้ำจากแม่น้ำ 4 สาย คือ แม่น้ำบางปะกง เจ้าพระยา ท่าจีน และแม่กลอง มีน้อย ส่งผลให้ปริมาณน้ำจืดที่ไหลลงทะเลน้อยลงทำให้น้ำทะเลบริเวณปากอ่าวไทยซึ่งปกติจะเป็นน้ำกร่อยมีค่าความเค็มสูงขึ้น ทำให้สัตว์ทะเลที่เติบโตได้ดีในภาวะน้ำกร่อยมีอาการแคระแกร็น ไม่โตเต็มวัย และปริมาณของสัตว์ทะเลลดน้อยลงทำให้ชาวประมงจับสัตว์ทะเลได้น้อย

             “สองสามเดือนก่อนออกทะเลไปประมาณ 3 ชั่วโมงก็หาหอยแครงได้แล้วราว 5-6 กิโลกรัม แต่ตอนนี้ลดลงเหลือครึ่งต่อครึ่ง ขนาดของหอยก็เล็กลงอย่างเห็นได้ชัดบางตัวก็ตาย ซึ่งรู้ได้เลยว่าค่าความเค็มของน้ำทะเลเพิ่มขึ้น ซึ่งในช่วงระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ไปจนถึงต้นฤดูฝนจะเป็นเช่นนี้ทุกปี แต่ปีนี้รู้สึกว่าจะหนักสุด เพราะจำนวนหอยแครงและสัตว์ทะเลลดน้อยลงอย่างมาก และรู้สึกว่าจะมาเร็วกว่าปีก่อนๆ สัตว์ทะเลลดน้อยและมีขนาดเล็กลงตั้งแต่ต้นเดือนมกราคมเป็นต้นมา ซึ่งถือว่าเร็วมาก” ชาวประมงชายฝั่งอันดามัน บอก

             ไม่ใช่เฉพาะการจับสัตว์ทะเลชายฝั่งเท่านั้น แต่วิกฤติแล้งรอบนี้ยังทำให้สัตว์ทะเลทั้ง กุ้ง หอย ปู ปลา ที่เกษตรกรเพาะเลี้ยงอยู่ชายฝั่งทะเลอ่าวไทยในพื้นที่ ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ และพื้นที่ใกล้เคียง ได้รับผลกระทบด้วย 

             วิษณุ เข่งสมุทร เจ้าของบ่อเลี้ยงกุ้ง ปลากระบอก และปูทะเล ริมฝั่งอ่าวไทย อ.พระสมุทรเจดีย์ ให้ข้อมูลว่า มีความกังวลเป็นอย่างมากเนื่องจากค่าความเค็มของน้ำในบ่อเพิ่มขึ้นกว่าปกติตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม ซึ่งในช่วงนี้ของทุกปีจะแก้ปัญหาโดยการสูบน้ำในทะเลมาเติมเพื่อลดค่าความเค็มของน้ำในบ่อเลี้ยงลง แต่ปีนี้ไม่สามารถทำได้เพราะค่าความเค็มของน้ำในทะเลสูงกว่าปีที่แล้ว ซึ่งเชื่อว่าสาเหตุที่ทำให้เป็นเช่นนี้เพราะปริมาณน้ำจืดจากแม่น้ำที่ไหลลงทะเลอ่าวไทยมีปริมาณน้อยลงอันเนื่องมาจากวิกฤติภัยแล้ง

             “กุ้ง หอย ปู ปลา จะเจริญเติบโตได้ดีในภาวะน้ำกร่อยซึ่งต้องมีค่าความเค็มไม่เกิน 30 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งตอนนี้ก็ใกล้จะถึงอัตรานี้แล้ว คาดว่ามีนาคมเป็นต้นไปค่าความเค็มของน้ำทะเลบริเวณปากอ่าวไทยอาจจะเกิน 30 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งจะส่งผลกระทบทำให้สัตว์ทะเลที่เลี้ยงไว้ไม่โต และบางส่วนอาจจะตาย จึงจำเป็นต้องเร่งจับสัตว์ทะเลที่เลี้่ยงไว้ก่อนกำหนด เพื่อให้ได้ปริมาณที่มากที่สุด หากปล่อยไว้นานจะขาดทุนมากกว่านี้” วิษณุ บอก

             เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์ทะเลริมชายฝั่งรายนี้ ยังบอกด้วยว่า ภาวะวิกฤติแล้งทำให้แพลงก์ตอนบริเวณปากอ่าวไทยขณะนี้มีปัญหา แพลงก์ตอนเป็นอาหารของสัตว์ทะเลบริเวณนี้เมื่อมีปริมาณลดน้อยลงก็ส่งผลกระทบกับสัตว์ทะเลด้วย ซึ่งมีความเป็นห่วงว่า หากฝนยังคงทิ้งช่วง วิกฤติภัยแล้งที่ทวีความรุนแรงขึ้น น้ำทะเลมีค่าความเค็มสูงขึ้น อาจทำให้ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์ทะเลต้องหยุดเพาะเลี้ยงชั่วคราว ซึ่งจะกระทบต่อรายได้ของเกษตรกร และอาจทำให้เกิดวิกฤติเกี่ยวกับอาหารทะเลเกิดภาวะขาดแคลนได้

             “น้ำในบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์ทะเลที่เตรียมไว้ ถ้ายิ่งแล้ง ค่าความเค็มของน้ำก็จะยิ่งเยอะ จำเป็นต้องนำน้ำในทะเลมาเติมเพื่อเจือจางให้น้ำในบ่อลดความเค็มลง แต่ตอนนี้ไม่สามารถนำมาเติมได้ เพราะน้ำในทะเลก็มีค่าความเค็มสูงเช่นกัน หากเป็นเช่นนี้เรื่อยๆ คาดว่า กุ้ง หอย ปู ปลา ที่เลี้ยงไว้ตายหมด นี่บางส่วนก็เริ่มทยอยตายแล้ว นี่วันสองวันนี้ผมจะรีบเก็บหอยแครงที่เลี้ยงไว้ก่อนกำหนด ทั้งที่ความจริงจะครบกำหนดเก็บช่วงปลายเดือนเมษายน เพราะมันเริ่มทยอยตายแล้ว ปล่อยไว้ก็ไม่โตอย่างที่คิด จำเป็นต้องเก็บก่อนไม่เช่นนั้นจะไม่เหลือแม้แต่ค่าต้นทุน” เจ้าของบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์ทะเลชายฝั่งอ่าวไทย กล่าว

             สอดคล้องกับ นายอำนาจ หนูทอง ผู้อำนวยการเฉพาะด้านปฏิบัติการประมง จ.สมุทรปราการ ที่ยืนยันว่า บริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยาขณะนี้ค่อนข้างน่าเป็นห่วง เพราะปริมาณน้ำจืดน้อยลงมาก จึงเกิดปัญหาน้ำทะเลรุกเข้าพื้นที่ค่อนข้างสูง ค่าความเค็มของน้ำบริเวณนั้นเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าปกติ ส่งผลให้สัตว์น้ำที่เติบโตได้ดีในภาวะน้ำกร่อยได้รับผลกระทบ ซึ่งจากการสำรวจค่าความเค็มล่าสุดพบว่า ปากแม่น้ำเจ้าพระยามีค่าความเค็มของน้ำอยู่ระหว่าง 15-20 มิลลิกรัมต่อลิตร และมีแนวโน้มจะมีค่าความเค็มมากขึ้น หากถึงระดับ 30 มิลลิกรัมต่อลิตรเมื่อไหร่ จะถือว่าเข้าขั้นวิกฤติรุนแรง เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำตามแนวชายฝั่งจะได้รับผลกระทบ เช่นเดียวกับชาวประมงที่จับสัตว์ทะเลริมชายฝั่งอ่าวไทย จะจับสัตว์ทะเลได้น้อยลง เพราะ กุ้งทะเล ปลา หอยแครง ที่อยู่ตามชายฝั่งจะเติบโตได้ดีในภาวะน้ำกร่อย หากค่าความเค็มสูงสัตว์น้ำเหล่านี้จะแคระแกร็น ไม่โต และอาจตาย ทำให้ปริมาณลดน้อยลงกว่าปกติ

             “แถวพระสมุทรเจดีย์ เลี้ยงกุ้งทะเล กุ้งแชบ๊วย กุ้งกุลาดำ หอยแครง ปูทะเล แม้เป็นสัตว์ทะเลก็จริง แต่ก็เติบโตได้ดีในน้ำที่มีค่าความเค็มไม่สูงนัก 10-20 มิลลิกรัมต่อลิตร จะถือว่าดีสุด แต่ขณะนี้มีแนวโน้มว่าน้ำทะเลบริเวณนี้จะมีค่าความเค็มอยู่ประมาณ 25-30 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งกระทบกับสัตว์ทะเลบ้างแล้ว เพราะบางส่วนเริ่มตายที่เหลือก็ไม่โตเต็มที่ คาดการณ์ว่าราวเดือนเมษายนค่าความเค็มของน้ำทะเลบริเวณนี้จะเพิ่มขึ้นถึงราว 40 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งจะส่งผลกระทบกับสัตว์ทะเลค่อนข้างรุนแรง" นายอำนาจ กล่าว

             ประมงจังหวัดสมุทรปราการ มีการเตรียมการรับมือวิกฤติภัยแล้งอยู่บ้างแล้ว โดยการเชิญเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์ทะเลชายฝั่ง และชาวประมงชายฝั่ง มาประชุมเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่เตรียมการรับมือ โดยเกษตรเจ้าของบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์ทะเลชายฝั่งมีการกักเก็บน้ำไว้ในบ่อพักน้ำเพื่อใช้เติมลงในบ่อเลี้ยงหากค่าความเค็มของน้ำเข้าขั้นวิกฤติ

สร้างความสัมพันธ์ชาวบ้าน-ผู้นำท้องถิ่นช่วยแจ้งข่าว ผลสรุปคดี4กลุ่มลดน้อยลง : สายตรวจระวังภัย โดยนพพร ทาทาน

             สิ่งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกสถานีตำรวจทั่วประเทศมีความวิตกและหวาดกลัวคือผลสรุปคดี 4 กลุ่มที่เกิดขึ้นในแต่ละปีว่ามีจำนวนมากน้อยเพียงใด หากมีคดีอาชญากรรมน้อยที่สุดก็ย่อมมีผลในทางที่ดีต่อตำรวจทุกๆ นาย โดยเฉพาะจะเป็นภาพสะท้อนถึงฝีมือ หรือความสามารถของผู้กำกับการ หรือหัวหน้าสถานี้นั้นๆ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะให้ผลทันทีถ้ามีการพิจารณาเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง

             กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพะเยา มีสถานีตำรวจหลัก 9 แห่งใน 9 อำเภอ แต่ละแห่งล้วนได้รับมอบหมายให้ทำงานรับใช้ประชาชนให้มีความสุข ให้มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งก็แน่นอนว่าต้องกำหนดเป็นนโยบายหรือทิศทางการทำงานให้ชัดเจน โดยแบ่งไว้เป็น 4 กลุ่มคดีหลัก คือ กลุ่มที่ 1 หมายถึงฐานความผิดที่เกี่ยวกับชีวิต ร่างกายและเพศ กลุ่มที่ 2 หมายถึงฐานความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ เช่น ลัก วิ่ง ชิง ปล้น กรรโชก ฉ้อโกง ยักยอก ทำให้เสียทรัพย์ รับของโจร เรียกค่าไถ่และวางเพลิง กลุ่มที่ 3 หมายถึงฐานความผิดพิเศษ เช่น ค้ามนุษย์ ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า คอมพิวเตอร์ ป่าไม้ ป่าสงวน ศุลกากร และดอกเบี้ยเงินกู้ กลุ่มที่ 4 หมายถึงฐานความผิดที่รัฐเป็นผู้เสียหาย เช่น ยาเสพติด อาวุธปืน วัตถุระเบิด การพนัน วัตถุลามกอนาจาร คนเข้าเมือง การค้าประเวณี สถานบริการและแอลกอฮอล์

             สภ.ภูกามยาว อ.ภูกามยาว จ.พะเยา ภายใต้การนำของ พ.ต.อ.ทิวา สกุลวัฒนะ ผู้กำกับการ ได้ใช้วิธีการเข้าถึงมวลชนด้วยการใช้กีฬาและกิจกรรมเป็นตัวเชื่อม ไม่ว่าจะมีกิจกรรมใดๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ อ.ภูกามยาว พ.ต.อ.ทิวา จะนำตำรวจไปร่วมกิจกรรมพร้อมกับชาวบ้านทันทีทั้งในรูปแบบกีฬาและสันทนาการ โดยเฉพาะกีฬาทุกครั้งที่มีการแข่งขันฟุตบอลก็จะลงแข่งตลอดเวลาการแข่งขันจึงเป็นที่รักของนักกีฬาและเป็นรักของชาวบ้านด้วยความเป็นการเอง

             ด้านมวลชนแทบทุกครั้งไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ใดๆ ในเขตพื้นที่สมาชิกตำรวจบ้าน (สตบ.) จะมีส่วนรับรู้และร่วมปฏิบัติควบคู่กับกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีการฝึกอบรมและทบทวนการปฏิบัติงานร่วมกันเสมอ โดย พ.ต.อ.ทิวาจะลงพื้นที่อยู่กับชาวบ้านแทบจะตลอดเวลาถ้าไม่ติดราชการสำคัญ ด้วยการใช้มวลชนมาร่วมกันกับกำลังหลัก ทำให้พื้นที่ในเขต สภ.ภูกามยาว แทบจะปลอดจากคดี 4 กลุ่มเป้าหมาย ถือเป็นพื้นที่ที่เกิดคดีน้อยที่สุดใน จ.พะเยา คือมีคดี 4 กลุ่มตั้งแต่ต้นปี 2558 จนถึงปลายปีพบว่ามีคดีที่เกิดขึ้นเพียง 37 ครั้ง และสามารถจับผู้ต้องหาได้หมดทุกคดี ซึ่งอยู่ห่างจากสถิติของการเกิดคดีของโรงพักที่เกิดคดีมากที่สุดคือ 500 คดี

             “ผมมองว่างานมวลชนหรืองานปฏิบัติการทางจิตวิทยา ถ้าเราสามารถนำมาใช้ในการทำงานของตำรวจได้ย่อมจะเกิดผลดีต่อการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ เพราะในทุกพื้นที่มีแต่ชาวบ้าน และถ้ามีเหตุการณ์ใดๆ เกิดขึ้น คนที่รู้เห็นคนแรกก็ต้องเป็นชาวบ้าน ถ้าเราสามารถซื้อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจแบบญาติพี่น้องได้ชาวบ้านเขาจะเต็มใจที่จะแจ้งข้อมูล ข่าวสารใดๆ ที่เป็นอันตรายต่อสังคมและความสงบสุขโดยรวม ผมเชื่อว่าสาเหตุที่ท้องที่ภูกามยาวมีคดีน้อยที่สุดและสามารถจับได้ทุกคดีเป็นเพราะความร่วมมือ ร่วมใจของชาวบ้านและผู้นำท้องถิ่นเองที่ต้องการความสงบสุข ไม่ใช่เป็นผลงานของตำรวจแต่ฝ่ายเดียว แต่เป็นผลงานของทุกภาคส่วนใน อ.ภูกามยาว” พ.ต.อ.ทิวาระบุ