ข่าว

ส.ว.สมาคมนักปกครองกำนันผญบ.ครูแถลงค้านถวายฎีกา

ส.ว.สมาคมนักปกครองกำนันผญบ.ครูแถลงค้านถวายฎีกา

29 ก.ค. 2552

ส.ว. สมาคมนักปกครอง สมาคมกำนัน ผญบ. ครู แถลงต้านแดงค้านถวายฎีกา ลั่นหยุดกดดัน อดีตอธิบดีกรมราชฑัณฑ์ฟันธง “ราชเลขาธิการ-องคมนตรี” ตีตกไม่รับเรื่องเหตุผิดขั้นตอน

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 29 ก.ค.  ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์   หม่อมหลวง ปลัดดา ดิศกุล ราชนิกุล ในฐานะที่ปรึกษาด้านความมั่นคง และโฆษกกระทรวงมหาดไทยฝ่ายข้าราชการประจำ แถลงข่าวร่วมกับ พ.ท. กมล ประจวบเหมาะ ส.ว.สรรหา มรว.ปรียนันทนา รังสิต ส.ว.สรรหา พล.ต.ท. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้ช่วย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และเครือข่ายต่างๆ อาทิ สมาคมนักปกครองแห่งประเทศไทย สมาคมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แห่งประเทศไทย สหพันธ์ครูแห่งประเทศไทย สมาคมรถตู้โดยสารแห่งประเทศไทย สมาคมแท็กซี่มิเตอร์ สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย กว่า 100 คนเข้าร่วมงาน
 
 ทั้งนี้ก่อนการแถลงข่าวได้มีการแจกสติ๊กเกอร์ โดยมีข้อความว่า “หยุดล่าชื่อถวายฎีกา” แจกให้กับผู้ร่วมงาน อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า ข้อความดังกล่าว ใช้ตัวอักษรและพื้นหลัง ตรงกับสติ๊กเกอร์ของพรรคภูมิใจไทยทำแจกจ่ายให้กับประชาชนก่อนหน้านี้ เพียงแต่ตัดส่วนบนซึ่งมีข้อความว่า “หยุดดึงฟ้าต่ำ หยุดทำหินแตก หยุดแยกประชาชน” ออกไป

 หม่อมหลวงปนัดดา แถลงว่า การถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ แก่นักการเมืองที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ ถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความสับสนและวุ่นวาย รวมถึงสร้างความแตกแยกให้กับคนไทย และการถวายฎีกาดังกล่าวมีลักษณะของการดำเนินการที่ขัดต่อกระบวนวิธีทางกฎหมาย และก้าวล่วงจารีตประเพณีอันดีงามของแผ่นดินไทย ดังนั้นตนในฐานะข้าราชการ รวมทั้ง สมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ครู อาจารย์ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตลอดจนประชาชนทุกหมู่เหล่า ล้วนแต่เป็นผู้ที่มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เหนือสิ่งอื่นใด จึงต้องช่วยกันแก้ไขปัญหาความขัดแย้งนี้

 “การถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษแก่อดีตนักการเมือง เป็นเรื่องที่ไม่ควรกระทำ เพราะไม่ใช่เรื่องของราชประชาสมาสัยอย่างที่กล่าวอ้างกัน เพราะตามคำนิยามหมายถึง ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของคนในชาติกับสถาบันพระมหากษัตริย์ในเรื่องหนึ่งๆที่จะก่อให้เกิดความสมัครสมานสามัคคีระหว่างผู้คนพลเมือง สำหรับการถวายฎีกาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ขณะนี้ ยังไม่สามารถหาความเป็นเอกภาพของประชาชนได้แม้แต่น้อย อีกทั้งกลับเป็นการเพิ่มปัญหาสร้างความแตกแยกระหว่างประชาชนคนไทย”หม่อมหลวงปนัดดา กล่าว

 หม่อมหลวงปนัดดา กล่าวต่อว่า การถวายฎีกาไม่ใช่เรื่องของจำนวนผู้คนที่ร่วมลงชื่อ แต่เป็นเรื่องของกฎหมาย ที่สอดคล้องกับระบบนิติรัฐ และปัญหาที่เกิดขึ้นก็มาจากพฤติกรรมของนักการเมืองบางคนซึ่งเป็นความผิดพลาดทางจารีตประเพณี จึงไม่สามารถนำไปสู่กระบวนการขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยได้

 พ.ท.กมล กล่าวว่า ประจวบเหมาะ ส.ว.สรรหา และนายกสมาคมนักปกครองแห่งประเทศไทย กล่าว ในฐานะอดีตอธิบดีกรมราชทัณฑ์ไม่ทราบว่า สิ่งที่กลุ่มคนเสื้อแดงกำลังทำอยู่นั้น เป็นการขอพระราชทานอภัยโทษ ให้กับ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ หรือ การร้องทุกข์กันแน่ เพราะคนที่จะขอพระราชทานอภัยโทษต้องเป็นผู้ต้องหาที่ถูกจำคุก หรือ พ่อ แม่ ลูก เมีย ของผู้ต้องหาเท่านั้นจึงจะขอพระราชทานอภัยโทษได้ ไม่ทราบว่าคนชี้นำการล่ารายชื่อนั้นต้องการอะไร แต่ที่แน่ๆ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นคนที่ต้องโทษจำคุก และยังมีอีก 7 คดี ที่เกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณ กำลังอยู่ในขั้นดำเนินการของศาล

 “คนที่จะยื่นขอถวายฎีกาได้นั้น จะต้องเป็นผู้ต้องหาที่ถูกจำคุก มีความประพฤติดี และต้องสำนึกผิด แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้บอกว่าถูกศาลตัดสินไม่ถูก ซึ่งเป็นคนละประเด็นกัน ดังนั้น รัฐบาลควรจะไปเจรจากับคนที่ต้องการถวายฎีกาก่อน เพราะหากยื่นไปอย่างนี้ ราชเลขาก็รับไม่ได้ องคมนตรีก็ต้องดูอีก ถือเป็นการรบกวนเบื้องพระยุคลบาท ถือว่ามีความผิดมาก ทางที่ดีเขาควรกลับมารับโทษจะดีกว่า เรื่องนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ต้องไปชี้แจงกับประชาชนให้ทั่วประเทศ โดยในวันเสาร์นี้ ฝ่ายปกครองนำโดยสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งเทศไทย และตัวแทนฝ่ายท้องถิ่นต่างๆเช่น เทศมนตรี จะมีการนัดแถลงข่าว เพื่อเคลื่อนไหวเพื่อคัดค้านในเรื่องนี้ เช่น กำนันผู้ใหญ่บ้านจะไปบอกกับประชาชนว่าขอให้ถอนรายชื่อที่เคยเซ็นไว้โดยด่วน เพราะการไปร่วมลงชื่อโดยไม่ทราบขั้นตอนและข้อเท็จจริงอาจทำให้มีความผิดในเรื่องหมิ่นพระบรมเดชานุภาพด้วย “พ.ท.กมล ระบุ

 มรว.ปรียานันทนา รังสิต ส.ว.สรรหา กล่าวว่า กลุ่ม ส.ว. มีความกังวลและไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งในเรื่องการถวายฎีกาพระราชทานอภัยโทษให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งวันนี้นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ได้มาหารือกับกลุ่ม ส.ว.ในเรื่องดังกล่าวด้วยความไม่สบายใจ อยากบอกกับผู้ที่ยังไม่ได้ลงชื่อถวายฎีกาก็ไม่สมควรไปลงชื่อ เพราะอย่างไรก็ผิดขั้นตอน ส่วนผู้ที่ลงชื่อไปแล้วก็ควรไปถอนชื่อออก ควรหยุดกระทำในสิ่งดังกล่าว เพราะไม่เกิดประโยชน์ต่อประเทศ เพียงแต่เกิดประโยชน์กับคนบางกลุ่มเท่านั้น

 พล.ต.ท. สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ผช.ผบ.ตร. คนสนิทนาย เนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย และ กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นข้าราชการตำรวจ รู้สึกเป็นห่วงว่าการล่าชื่อถวายฎีกาจะนำไปสู่ความขัดแย้ง วุ่นวาย นำความแตกแยกมาสู่คนไทยอย่างรุนแรง ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นความกังวลใจของตำรวจ

 ด้านนาย คำตา แคนบุญจันทร์ ผู้แทนคาราวานคนจนภาคอีสาน กล่าวว่า อยากสะท้อนความรู้สึกไปยังประชาชนทั่วประเทศว่า กลุ่มคาราวานคนจนรู้สึกไม่สบายใจ ตั้งแต่มีกระแสล่ารายชื่อถวายฎีกา เพราะการทำในลักษณะนี้เป็นสิ่งที่ไม่บังควร จึงอยากให้ยุติการล่ารายชื่อ ขณะที่ตัวแทนสหพันธ์ครูแห่งประเทศไทย กล่าวบนเวทีว่าวันนี้ครูหลายแสนคนทั่วประเทศไม่รู้จะสอนหนังสือเด็กว่าอย่างไร เพราะกระบวนการนี้มันผิดหมดและยืนยันว่าครูทั่วประเทศไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้

"ชวรัตน์”กร้าวล่าชื่อถวายฎีกาทำไม่ได้

นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า เรื่องที่พรรคออกมาต่อต้านการถวายฎีกาของกลุ่มคนเสื้อแดงนั้น เป็นการเตือนกลุ่มคนเสื้อแดง ว่า การถวายฎีกาโดยไม่ถูกทำนองครองธรรมเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำและทำไม่ได้ ซึ่งคำเตือนดังกล่าวก็สอดคล้องกับหลายฝ่ายทั้งนักวิชาการและสภาองคมนตรีที่มีความเป็นห่วงในเรื่องนี้ รวมถึงเหล่ากำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่ออกมาต่อต้านเรื่องนี้ เพราะเขารู้ดีกว่าการถวายฎีกาในลักษณะแบบนี้ทำไม่ได้ เพราะคนยื่นฎีกาต้องเป็น บุพการี คู่สมรส และบุตรเท่านั้น

 “ การรณรงค์ของพรรคแม้ว่าจะช้า แต่ก็คิดว่าน่าจะได้ผล และก็พยายามทำเต็มที่เท่าที่ทำได้ ส่วนที่มีการมองว่าการรณรงค์ครั้งนี้มีความทับซ้อนกับนโยบายกระทรวงมหาดไทยนั้น ผมคิดว่าพรรคก็คือพรรค อันไหนที่เป็นเงินพรรคเราก็ทำในนามพรรค และจะไม่มีการกินแรงกระทรวงหรือเอาเปรียบกระทรวง” นายชวรัตน์ กล่าว

 ส่วนที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะมีการชุมนุมใหญ่ที่สนามหลวงในวันที่ 31 ก.ค. นั้น นายชวรัตน์ กล่าวว่า ส่วนตัวไม่กังวลในเรื่องนี้ และคิดว่าจะไม่มีการปะทะกับกลุ่มคนเสื้อสีน้ำเงิน เพราะไม่เกี่ยวข้องกัน เชื่อว่าจะไม่มีความรุนแรง เพราะกลุ่มคนเสื้อแดงเองก็ผ่านการชุมนุมใหญ่มาหลายครั้งแล้ว และคงเป็นแค่การแสดงออกทางการเมืองเท่านั้น