
แบล็กลิสต์ต่างชาติอยู่เกินห้ามเข้าไทย10ปีสกัดผู้ร้ายข้ามชาติ
28 ก.พ. 2559
เรื่องเล่าข่าวดัง : 'แบล็กลิสต์' ต่างชาติอยู่เกิน ห้ามเข้าไทย 10 ปี - สกัดผู้ร้ายข้ามชาติ : โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม
ระยะนี้มิตรประเทศแจ้งเตือนไทยบ่อยครั้งถึงความวิตกกังวลว่าไทยอาจตกเป็นเป้าโจมตีของกลุ่มก่อการร้าย ซึ่งข้อกังวลนี้ไม่ได้มีเฉพาะในไทยเท่านั้น แต่กลุ่มประเทศในอาเซียนไม่ว่าจะเป็น อินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ต่างมีข้อกังวลนี้ไม่แตกต่างกัน
ในไทยครั้งหลังสุดมีข่าวเล็ดลอดออกมาจากหน่วยงานความมั่นคงหน่วยงานหนึ่งอ้างข้อมูลด้านการข่าวของสหรัฐอเมริกาแจ้งเตือนว่าไทยอาจตกเป็นเป้าโจมตีของกลุ่มไอเอส โดยเฉพาะแหล่งชุมชนสาธารณะ อาทิ ห้างสรรพสินค้า แหล่งท่องเที่ยว รถไฟฟ้าใต้ดิน รถไฟฟ้าบีทีเอส สนามบินในจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงสถานที่ที่เป็นสัญลักษณ์ต่างๆ เพื่อขยายอิทธิพลก่อการร้ายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้หน่วยงานด้านความมั่นคงของไทยต้องแจ้งเตือนไปยังหลายจังหวัดที่อยู่ในข่ายตกเป็นเป้าหมายโจมตี
สำหรับกรุงเทพมหานคร พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. สั่งการให้ตำรวจในสังกัดออกตรวจสอบพื้นที่ทุกตารางนิ้วเพื่อหาข่าวและดำเนินการกับกลุ่มผู้ไม่พึงประสงค์สุ่มเสี่ยงต่อการก่อเหตุร้าย โดยเน้นตรวจสอบตามแหล่งท่องเที่ยว สถานที่สำคัญ สถานีขนส่งมวลชนต่างๆ รวมถึงสถานที่พักที่เป็นแหล่งศูนย์รวมของชาวต่างชาติ และยังให้ตรวจสอบร้านค้าต่างๆ ที่จำหน่ายอุปกรณ์ที่สามารถนำไปดัดแปลงใช้เป็นส่วนประกอบของวัตถุระเบิดอย่างละเอียดด้วย
“ไม่มีสัญญาณใดๆ ว่าจะมีการก่อเหตุร้ายอย่างที่เป็นข่าว แต่ก็ไม่ประมาทได้สั่งการให้รองผู้บัญชาการ ผู้บังคับการ ผู้กำกับการ และตำรวจทุกคนในสังกัดช่วยกันออกหาข่าวออกตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียดทุกตารางนิ้ว พร้อมทั้งให้มีการเฝ้าระวังพื้นที่สำคัญๆ ที่เป็นศูนย์รวมของชาวต่างชาติ พื้นที่ที่มีทั้งคนไทยและต่างชาติพลุกพล่านเพื่อปิดช่องว่างไม่ให้ผู้ที่ไม่หวังดีฉวยโอกาสก่อเหตุรุนแรงได้ ที่สำคัญคือพื้นที่ที่เคยเป็นแหล่งพักพิงของกลุ่มที่เคยก่อเหตุรุนแรงจะต้องตรวจสอบเป็นพิเศษ เช่นเดียวกับร้านค้าที่จำหน่ายอุปกรณ์ที่นำไปประกอบระเบิดได้ ก็จะต้องตรวจสอบเป็นพิเศษ เพราะคนร้ายเขาไม่ได้นำอุปกรณ์เหล่านี้มาจากต่างประเทศ แต่หากคิดจะเข้ามาก่อเหตุในบ้านเราก็ต้องหาอุปกรณ์จากร้านค้าเหล่านี้” พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าว
พื้นที่ทางตะวันออกของกรุงเทพมหานครโดยเฉพาะในย่านมีนบุรี หนองจอก คันนายาว คลองสามวา และสายไหม อยู่ในความสนใจของตำรวจนครบาลในยุคนี้เป็นพิเศษ นับตั้งแต่เกิดเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ แล้วพบว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุร้ายที่เกิดขึ้นใช้พื้นที่ในย่านนี้เป็นแหล่งกบดาน
ข้อมูลการสืบสวนยังพบว่า พื้นที่เหล่านี้สุ่มเสี่ยงที่กลุ่มหัวรุนแรงจะใช้เป็นแหล่งที่พัก เพราะสามารถแฝงตัวให้กลมกลืนกับวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ไม่ยากนัก เพราะมิติทางศาสนาที่มีการไปมาหาสู่กันระหว่างคนไทยกับชาวต่างชาติง่ายต่อการแฝงตัวของกลุ่มหัวรุนแรง
ซอยนานา ย่านสุขุมวิท คลองตัน และห้วยขวาง เป็นพื้นที่ลำดับต้นๆ ที่ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดเช่นกัน เพราะเป็นแหล่งที่พักซึ่งประชากรของประเทศในกลุ่มที่สุ่มเสี่ยงเกี่ยวกับเครือข่ายก่อการร้ายพักอาศัย จึงเป็นพื้นที่ที่ พล.ต.ท.ศานิตย์ กำชับให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเฝ้าระวังเป็นพิเศษในระยะนี้
ที่ผ่านมาไทยถูกมองว่าเป็นแดนสวรรค์ของอาชญากรรมข้ามชาติ กลายเป็นแหล่งที่พักพิงหลบซ่อนกบดานของกลุ่มหัวรุนแรงที่มีประวัติพัวพันกับการก่อการร้าย ซึ่งอาจเป็นเพราะนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว ที่ต้องการให้ต่างชาติเดินทางเข้ามาในไทยจำนวนมากในแต่ละปี จึงทำให้กระบวนการตรวจสอบหรือระบบการคัดกรองบุคคลเข้าประเทศเกิดสะดุด
การเข้ามาในไทยแล้วอยู่เกินกำหนดตามที่ขออนุญาตไว้ในวีซ่าของชาวต่างชาติ ถูกมองว่าเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ยากต่อการคัดกรองบุคคล กลายเป็นช่องว่างให้กลุ่มหัวรุนแรงสุ่มเสี่ยงต่อการก่อการร้ายและกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติสามารถพักอาศัยอยู่ได้ในไทย
ซึ่งจากการตรวจสอบพบตัวเลขที่น่าตกใจปัจจุบันมีชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศเกินกำหนดมากกว่า 2-3 แสนราย สัดส่วนบุคคลที่อยู่ในไทยเกินกำหนดเหล่านี้นอกเหนือจาก 3 สัญชาติประเทศเพื่อนบ้านคือ กัมพูชา ลาว และเมียนมาร์ แล้ว ยังมีประเทศในกลุ่มตะวันออกกลาง กลุ่มแอฟริกา กลุ่มยุโรป บางประเทศที่มีประวัติเข้าไปเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายด้วย
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมีความพยายามในการแก้ปัญหาชาวต่างชาติที่อยู่ในไทยเกินกำหนดมาตั้งแต่ปลายปี 2558 มีการดำเนินคดีกับชาวต่างชาติที่อยู่ในไทยเกินกำหนดและผลักดันออกนอกประเทศไปแล้วจำนวนหนึ่ง และตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคมนี้ เป็นต้นไป จะนำหลักเกณฑ์ทางปกครองมาบังคับใช้โดยการขึ้นบัญชีแบล็กลิสต์บุคคลต้องห้ามเข้าประเทศกับชาวต่างชาติที่อยู่ในไทยเกินกำหนดเป็นเวลานาน
พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. ยืนยันว่า การห้ามไม่ให้ชาวต่างชาติที่อยู่เกินกำหนด หรือ over stay จะไม่กระทบกับคนดี เป็นมาตรการหนึ่งที่จะช่วยคัดกรองบุคคลเข้าประเทศ และจะเป็นมาตรการหนึ่งที่ชวยควบคุมชาวต่างชาติที่เข้ามาในไทยได้อย่างเป็นระบบ โดยปกติแล้วชาวต่างชาติที่เข้าไทยส่วนมากจะขอวีซ่านักท่องเที่ยวสามารถอยู่ในไทยได้ 30 วัน แต่จะอยู่จริงราว 14-21 วันเท่านั้น
"มันจะมีบางจำพวกที่เราให้อยู่ได้ 30 วัน แต่เขาอยู่จริง 3-5 ปี โดยยอมเสียค่าปรับ 2 หมื่นบาท แล้วเดินทางออกไปหลังจากนั้นก็จะกลับเข้ามาอีก ที่ผ่านมาพบว่าผู้ที่อยู่ในไทยเกินกำหนดจำนวนไม่น้อยพัวพันกับสิ่งผิดกฎหมาย โดยเฉพาะยาเสพติด มาเฟีย และหลบหนีคดีในต่างประเทศ ในแต่ละเดือนตรวจสอบพบมากกว่า 1 หมื่นราย ซึ่งเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ซึ่งต้องแก้ปัญหานี้ โดยตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคมนี้ เป็นต้นไป จะมีมาตรการลงโทษ หากพบว่าอยู่ในไทยเกินกำหนดเกิน 1 ปี จะถูกขึ้นแบล็กลิสต์ห้ามไม่ให้เข้าไทยนาน 3 ปี หากอยู่เกิน 3 ปี จะถูกห้ามเข้าไทย 5 ปี หากอยู่ไทยเกิน 5 ปี จะห้ามเข้าไทย 10 ปี” พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. กล่าว
พล.ต.ท.ณัฐธร บอกว่า ประเทศไทยยังต้องการรายได้ที่มาจากการท่องเที่ยว ซึ่งยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยว แต่ขอเป็นนักท่องเที่ยวที่ดี นักลงทุนที่มีศักยภาพ เข้ามาแล้วเกิดประโยชน์ต่อประเทศไทย ไม่ใช่พวกโจร อาชญากรข้ามชาติที่หลบหนีคดีเข้ามา สร้างปัญหาให้แก่ประเทศไทย ตั้งแก๊ง ก๊วนเป็นมาเฟีย บางกลุ่มมาตั้งแก๊งหลอกคนไทย หลายกลุ่มแก๊งที่จับได้เป็นคนที่มาจากเอเชียใต้และแอฟริกา ตั้งแก๊งหลอกคนไทย ซึ่งการจับกุมทำได้ยากเพราะแก๊งพวกนี้มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว การติดตามสืบสวนสอบสวนไม่ใช่เรื่องง่าย เช่น คดีการค้ามนุษย์เกือบ 100% เป็นพวกที่อยู่เกิน (over stay) หรือเข้ามาแบบผิดกฎหมาย ถ้าตัดปัญหาการอยู่เกินของชาวต่างชาติได้ จะทำให้ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติลดน้อยลงไปด้วย
มาตรการนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยลดอาชญากรรมข้ามชาติและป้องกันอาชญากรที่หลบหนีคดีต่างๆ จากต่างประเทศแล้วใช้ประเทศไทยเป็นที่หลบซ่อนตัว เพราะที่ผ่านมากฎหมายไทยค่อนข้างจะอ่อน ซึ่งมาตรการขึ้นแบล็กลิสต์ห้ามเข้าประเทศชาวต่างชาติที่อยู่เกินกำหนดจะเพิ่มประสิทธิภาพให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะไม่กระทบต่อชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาและพักอาศัยในไทยโดยถูกต้องตามกฎหมาย
---------------------
(เรื่องเล่าข่าวดัง : 'แบล็กลิสต์' ต่างชาติอยู่เกิน ห้ามเข้าไทย 10 ปี - สกัดผู้ร้ายข้ามชาติ : โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม)



