ข่าว

'อองซานซูจี'เบนเข็มนั่งรมว.ต่างประเทศ

'อองซานซูจี'เบนเข็มนั่งรมว.ต่างประเทศ

27 ก.พ. 2559

สื่อเมียนมาร์เผยออง ซาน ซูจี เปลี่ยนแผนนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีต่างประเทศแทนชั่วคราว ระหว่างรอผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อขจัดอุปสรรคขวางเส้นทางขึ้นเป็นผู้นำ

 
                      เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เมียนมาร์ ไทม์ส รายงานเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (26 ก.พ.) โดยอ้างแหล่งข่าวในพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ที่กำลังจะเป็นรัฐบาล ว่า นางออง ซาน ซูจี หัวหน้าพรรค เตรียมเสนอชื่อบุคคลอื่นภายในพรรคเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดี
 
                      แม้ยังไม่มีการเปิดเผยชื่อบุคคลดังกล่าว แต่เจ้าหน้าที่อาวุโสในพรรค กล่าวว่า ถิ่น จอ และ เมียว อ่อง เป็นตัวเก็งที่จะได้รับการเสนอชื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดี ขณะที่ตัวเธอเองอาจพิจารณารับตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศ ซึ่งหมายความว่า จะไม่เพียงติดตามประธานาธิบดีอย่างใกล้ชิดแล้วจะยังมีโอกาสเข้าร่วมการประชุมสภากลาโหมและความมั่นคงแห่งชาติที่มีสมาชิก 11 คน และมีอำนาจควบคุมกองทัพด้วย
 
                      จากนั้นนางซูจีจะยังเจรจากับกองทัพต่อไป เพื่อผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะเปิดทางให้หุ่นเชิดของเธอก้าวลงจากตำแหน่งประธานาธิบดี และรัฐสภาแต่งตั้งเธอเข้ารับตำแหน่งแทน
 
                      ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวแพร่สะพัดว่า พรรคเอ็นแอลดีเจรจากับกองทัพเพื่อระงับใช้มาตรา 59(เอฟ) ในรัฐธรรมนูญที่ห้ามบุคคลที่มีคู่สมรสและทายาทเป็นชาวต่างชาติ เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี แต่กองทัพมองว่าวิธีนี้ขัดรัฐธรรมนูญ และอาจเลือกใช้วิธีแก้ไขรัฐธรรมนูญแทน
 
                      เจ้าหน้าที่อาวุโสในเอ็นแอลดีกล่าวว่า นางซูจีตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ใช้วิธีรวบรัด ด้วยการระงับใช้รัฐธรรมนูญ เพราะอาจนำไปสู่การเผชิญหน้ากับกองทัพอย่างไม่จำเป็น ซึ่งเท่ากับเธอยอมรับแล้วว่าจะไม่สามารถดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในเวลานี้ได้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ยืนยันด้วยว่า พรรคจะไม่เลือกเดินบนเส้นทางอันตรายที่นำไปสู่ความไร้เสถียรภาพ นางซูจีจึงจะบริหารประเทศจากหลังม่าน
 
                      แต่หากซูจีรับตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีเธอก็จะมีอุปสรรคใหม่ตามข้อบังคับในรัฐธรรมนูญที่ห้ามเข้าร่วมกิจกรรมการเมืองของพรรค ซึ่งจะเป็นปัญหาท้าทายใหญ่ของเอ็นแอลดีอีกเช่นกัน มีรายงานซูจีอาจให้ วิน เต็ง โฆษกพรรค บริหารพรรคแทน
 
 
 
-------------------
 
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)