ข่าว

ศึกทายาทเทพพิชิตมารสะท้านฟิลิปปินส์

ศึกทายาทเทพพิชิตมารสะท้านฟิลิปปินส์

28 ก.พ. 2559

เปิดโลกวันอาทิตย์ : ศึกทายาทเทพพิชิตมารสะท้านฟิลิปปินส์ : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์

 
                      เวลาผ่านไปรวดเร็วราวติดปีกบิน ไม่ทันไรชาวตากาล็อกที่มีอายุ 30 ปีปลายหรือต้น 40 ปีขึ้นไปก็มีโอกาสฉลองครบรอบ 30 ปีของศึกเทพพิชิตมารสะท้านโลกันตร์รอบแรก คราวที่พลังเสื้อเหลืองนำโดยแม่ม่ายหญิงเหล็กคอราซอน “คอรี” อาคีโน สามารถล้มรัฐบาลเผด็จการเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส ที่ใช้กำปั้นเหล็กปกครองฟิลิปปินส์นานกว่า 20 ปี ระหว่างนั้นได้ทุจริตคอร์รัปชั่นโกงเงินแผ่นดินกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 3.2 แสนล้านบาท) จนต้องหอบทรัพย์สินอันมีค่าหลบหนีเมื่อปี 2529 ภายใต้การคุ้มกันของทหารอเมริกัน แล้วไปลี้ภัยที่เมืองฮอนโนลูลู รัฐฮาวาย ทิ้งไว้แต่รองเท้านับพันคู่ของนางอิเมลดาไว้ประจานความอัปยศของวงศ์ตระกูล สุดท้ายจอมมารมาร์กอสสิ้นชีพโดยไม่มีโอกาสกลับมาเหยียบแผ่นดินเกิดอีกเลย
 
 
ศึกทายาทเทพพิชิตมารสะท้านฟิลิปปินส์
 
 
                      จึงไม่แปลกใจแม้แต่น้อย ที่ประธานาธิบดี เบนิโญ อาคีโน จูเนียร์ หรือ “นอย นอย" ทายาทฝ่ายเทพในฐานะลูกชายคนเดียวของอดีตวุฒิสมาชิกเบนิโญ อาคีโน “นีนอย” ที่ถูกมาร์กอสวางแผนสังหารดับคาสนามบินมะนิลา ทันทีที่ดันทุรังเดินทางกลับจากการลี้ภัยในสหรัฐกับอดีตประธานาธิบดีคอรี จึงจัดงานรำลึกวันครบรอบ 30 ปีการปฏิวัติประชาชนอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมกันนั้นก็ได้โอกาสกล่าวอำลาประชาชนเนื่องจากจะครบวาระ 6 ปีของการนั่งบริหารในทำเนียบมาลากันยัง ที่สำคัญก็คือฉวยโอกาสเตือนชาวตากาล็อกโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่อายุ 20 ปีขึ้นไปที่ไม่เคยได้สัมผัสและรับรู้ถึงชีวิตใต้อุ้งมือมารว่าเป็นเช่นไร ให้เร่งหาทางสกัดกั้นไม่ให้ทายาทอสูรของมาร์กอสกลับมาผงาดทางการเมืองอีกครั้งในศึกเลือกตั้งทุกตำแหน่งทั่วประเทศที่จะมีขึ้นในวันที่ 9 พฤษภาคมนี้ โดยพยายามชี้ให้เห็นว่าวุฒิสมาชิกเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ หรือบองบอง วัย 59 ปี ลูกชายเพียงคนเดียวในจำนวนลูก 3 คนของมาร์กอสไม่เคยสำนึกผิดในสิ่งที่มาร์กอสผู้พ่อได้ก่อไว้ จึงไม่ยอมออกปากขอโทษประชาชนในนามของตระกูลมาร์กอส แถมยังบิดเบือนประวัติศาสตร์ด้วยการสร้างวาทกรรมจอมปลอมว่ายุคสมัยของมาร์กอสเป็นยุคทองของประเทศ
 
                      คำเตือนนี้มีขึ้นหลังผลการสำรวจความเห็นของหลายสำนักชี้ไปในทางเดียวกันว่าคนรุ่นใหม่ซึ่งไม่ประทับใจการบริหารของนอยนอยตลอดช่วง 6 ปีที่ผ่านมาว่าไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนแต่อย่างใด ทั้งปัญหาปากท้อง ความยากจน การว่างงาน และอาชญากรรม ดีแต่เดินตามก้นอเมริกันต้อยๆ ในปัญหาพิพาททะเลจีนใต้ จึงพร้อมจะหันไปเลือก บอง บอง ซึ่งลงสมัครรับเลือกตั้งในตำแหน่งรองประธานาธิบดี
 
 
ศึกทายาทเทพพิชิตมารสะท้านฟิลิปปินส์
 
 
                      แต่ผู้มีสิทธิออกเสียงที่เป็นคนรุ่นใหม่ต่างไม่สนใจกับคำเตือนของนอยนอย เนื่องจากความจริงที่ประจักษ์ต่อสายตาก็คือทั้งบองบอง ผู้มีประสบการณ์การเมืองมานานกว่า 25 ปี โดยเป็นทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ส.ส.และส.ว.ผ่านการหมุนเวียนสลับตำแหน่งกับนางอิเมลดา ผู้เป็นแม่ และนางไอมี พี่สาวคนโต ได้สร้างความเจริญให้จังหวัดอิโลคอส นอร์เต จังหวัดบ้านเกิดของมาร์กอสผู้พ่อและเป็นฐานเสียงของตระกูลมาร์กอสเรื่อยมามากเพียงใด จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั้งในด้านธรรมชาติและวัฒนธรรม นอกจากนี้ยังเป็นผู้บุกเบิกพลังงานทางเลือกด้วยการหันไปใช้พลังลมในหลายพื้นที่บนเกาะลูซอน อีกทั้งสมัยที่เป็นส.ส.และส.ว.ก็ทำงานแข็งขันผลักดันกฎหมายกว่า 100 ฉบับ รวมไปถึงกฎหมายที่ปูทางให้ตั้งกระทรวงพลังงานและคณะกรรมการเยาวชนแห่งชาติ ไม่นับรวมไปถึงการผลักดันให้ตั้งสหกรณ์ครูและสหกรณ์ชาวนาขึ้นในจังหวัดบ้านเกิด
 
                      ผลการสำรวจความเห็นเหล่านี้ครั้งนี้เล่นเอาฝ่ายเทพที่ไม่มีขุนศึกมือดีมาอวดต่างหนาวไปตามๆ กัน เพราะรู้ดีว่า หากบองบองชนะเลือกตั้งรองประธานาธิบดีครั้งนี้ เป้าหมายต่อไปคือการชิงทำเนียบมาลากันยังกลับคืนสู่อุ้งมือมารในการเลือกตั้งคราวต่อไปแน่ เห็นได้จากคำให้สัมภาษณ์ในตอนแรกของนางอิเมลดาที่พยายามผลักดันเต็มที่ให้บองบอง กล้าลงชิงทำเนียบมาลากันยังโดยหว่านล้อมว่าถึงเวลาที่รอคอยแล้ว แต่บองบองคงรู้ตัวว่าวาสนายังมาไม่ถึง จึงขอโยนหินถามทาง แค่สมัครชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีก่อนดีกว่า
 
 
ศึกทายาทเทพพิชิตมารสะท้านฟิลิปปินส์
 
 
                      อย่างไรก็ดี กรรมที่ตระกูลมาร์กอสทำไว้กับแผ่นดินก็อาจส่งผลให้เส้นทางการเมืองของบองบองไปไม่ถึงดวงดาวก็ได้ เพราะผลจากการขุดคุ้ยของสื่อสำนักต่างๆ พบว่าบองบอง ขาดคุณสมบัติที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากใช้วุฒิการศึกษาปลอม โดยเจ้าตัวชอบแอบอ้างว่าจบการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขารัฐศาสตร์ ปรัชญาและเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดเมื่อปี 2521 ก่อนจะสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านการบริหารธุรกิจจากวิทยาลัยธุรกิจวอร์ตันแห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียในปี 2524 แต่จากหลักฐานสำคัญๆ ที่พบ อาทิ ทำเนียบรายชื่อศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยทั้ง 2 แห่ง ปรากฏว่าไม่พบชื่อของบองบอง ขณะที่จดหมายจากผู้บริหารสถาบันทั้งสองแห่งยืนยันตรงกันว่าบองบองเคยลงทะเบียนเข้าเรียนในบางวิชาที่สถาบันนั้นๆจริง แต่ไม่ได้ศึกษาจนครบหลักสูตร ได้เพียงประกาศนียบัตรพิเศษเท่านั้น
 
                      โดยผู้บริหารของวิทยาลัยธุรกิจวอร์ตันกล่าวว่า บองบองเข้าเรียนในโครงการเอ็มบีเอเมื่อปี 2522 จนถึงฤดูใบไม้ร่วงปี 2523 จากนั้นก็ไม่ได้เข้าเรียนอีกเลยโดยไม่ได้แจ้งเหตุผลใดและไม่ได้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทที่นี่ อย่างไรก็ดี ที่ฟิลิปปินส์ บองบองกลับได้เป็นสมาชิกศิษย์เก่าวิทยาลัยวอร์ตัน แถมยังเป็น 1 ใน 4 ศิษย์เก่าที่ได้รับเลือกเป็นศิษย์เก่าดีเด่นด้วย
 
 
ศึกทายาทเทพพิชิตมารสะท้านฟิลิปปินส์
 
 
                      ผู้เชี่ยวชาญการเมิองฟิลิปปินส์หลายคนชี้ว่าการปลอมวุฒิการศึกษาของบองบอง นอกเหนือจากทำผิดกฎหมายเลือกตั้งแล้ว ยังเท่ากับย้อนรอยโกหกคำโตของมาร์กอสผู้พ่อที่อ้างว่าได้รับเหรียญกล้าหาญและเหรียญเกียรติยศหลายเหรียญจากสหรัฐจากฝีมือการรบในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ผลการตรวจสอบเอกสารต่างๆ ของสหรัฐ ปรากฏว่าไม่พบหลักฐานใดๆ ทั้งสิ้น
 
                      พอถูกสื่อเปิดโปงหลักฐานสำคัญเหล่านั้น บองบองก็รีบลบทะเบียนประวัติว่าด้วยการศึกษาของตัวเองทันที และไม่ยอมพูดอะไรในเรื่องนี้ โต้แต่เพียงว่าการหยิบยกเรื่องส่วนตัวมาเป็นประเด็นหาเสียงการเมือง ทำให้ฟิลิปปินส์กลายเป็น “รัฐอ่อนแอที่คนรวยมีแต่จะรวยมากขึ้น ขณะที่คนจนก็ยิ่งจนลง ขณะเดียวกัน การทุจริตคอร์รัปชันก็ยิ่งแพร่หลาย และความอยุติธรรมก็ยิ่งลามไปทั่ว”
 
                      แต่ไม่ยักจะพูดว่ากฎหมายต้องคงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ ผู้ใดทำผิดกฎหมายก็ต้องรับโทษ ยิ่งพบหลักฐานว่าจงใจปลอมวุฒิการศึกษาด้วยแล้วก็ยิ่งสมควรต้องโทษหนัก แต่ไม่ทราบว่าชาวฟิลิปปินส์จะคิดเช่นนี้หรือไม่
 
 
 
 
 
-------------------------
 
(เปิดโลกวันอาทิตย์ : ศึกทายาทเทพพิชิตมารสะท้านฟิลิปปินส์ : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์)