ข่าว

สลด!เฒ่า78เครียดโรครุมยิงขมับดับคาวัด

สลด!เฒ่า78เครียดโรครุมยิงขมับดับคาวัด

26 ก.พ. 2559

สลด! พ่อเฒ่าวัย 78 ปีเครียดโรครุมเร้า คว้า .22 ยิงขมับตัวเองดับคาบันไดศาลาวัด

 
      เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 26 ก.พ.59 ร.ต.ท.ภาคภูมิ ทับเคลียว พนักงานสอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี ได้รับแจ้งเหตุมีคนใช้อาวุธปืนยิงตายอยู่ที่บันไดหน้าศาลาสวดพระอภิธรรม หลังเมรุวัดบางคูวัดกลาง ต.บางคูวัด อ.เมือง จ.ปทุมธานี จึงเดินทางไปตรวสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยแพทย์นิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรมและเจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ้ง
 
      ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อคือ นายอาโจ้ (สงวนนามสกุล) ชาวจีน อายุ 78 ปี อยู่บ้านเลขที่ 47 หมู่ 4 ต.บางคูวัด อ.เมือง จ.ปทุมธานี สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .22 เข้าที่ขมับขวา 1 นัด สวมเชิ๊ตสีขาว กางเกงขาสั้นสีดำ สวมรองเท้าแตะสีดำ ด้านข้างลำตัวด้านขวาพบอาวุธปืนขนาด .22 แบบลูกโม่ ในรังเพลิงมีลูกกระสุนเหลืออยู่ 7 นัด ถูกยิงไปแล้ว 1 นัด เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
 
      จากการสอบปากคำ นายสมพร (สงวนนามสกุล) อายุ 57 ปี ลูกชายผู้ตาย ให้การว่า พ่อมีโรคประจำหลายโรค และเพิ่งจะออกมาจากโรงพยาบาล กระทั่งช่วงเช้าที่ผ่านมา ลูกๆได้ออกไปทำงานกันหมด หลังเกิดเหตุมีคนโทรศัพท์มาบอกว่าพ่อยิงตัวตายจึงรีบกลับมาทันที และไม่คิดว่าพ่อจะคิดสั้นแบบนี้
 
      ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุจึงได้ให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ้งนำผู้ตายส่งนิติเวชโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ เพื่อชันสูตรหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป
 
 
หนุ่มใหญ่ช่างสถานีรถไฟธนบุรีถูกแทงตายย่านเตาปูน ตร.คาดเมาวิวาท-ชิงทรัพย์
 
 
      เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 พ.ต.ท.ชำนาญ วัยเจริญ สารวัตร (สอบสวน) สน.เตาปูน รับแจ้งเหตุพบศพถูกแทงเสียชีวิตภายในร้านก๋วยเตี๋ยวไก่มะระตำลึง (สะพานดำบางซื่อ) ถนนเทอดดำริ แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กทม. จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.โกสิต กาญจนะโกมล ผกก.สน.เตาปูน พ.ต.ต.สุรเดช ฉัตรไทย สว.สส. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.เตาปูน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวชจาก รพ.ตำรวจ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง 
 
      ที่เกิดเหตุเป็นเพิงขายก๋วยเตี๋ยวริมถนน ตรวจสอบภายในร้านพบศพ นายทศพร พินวงค์ อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 524/22 ซอยริมทางรถไฟบางซื่อ แขวงและเขตบางซื่อ กทม. ช่างซ่อมฝ่ายอาณัติสัญญาณและโทรคมนาคม สถานีรถไฟธนบุรี สภาพศพนอนหงายจมกองเลือด สวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีน้ำเงิน นุ่งกางเกงขายาวสีดำ สวมรองเท้าหนังสีดำ ตรวจสอบตามร่างกายพบบาดแผลถูกแทงด้วยของมีคมเข้าที่บริเวณหน้าอกซ้าย 1 แผล ต้นคอ 1 แผล ต้นแขนซ้ายและรักแร้ซ้ายอีก 8 แผล รวมเป็น 10 แผล ใกล้กันพบกระเป๋าสะพายสีน้ำเงินของผู้ตายตกอยู่ 1 ใบ ภายในมีเอกสารสำคัญ และกระเป๋าเงินอยู่ครบ ยกเว้นโทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุง รุ่นเอ 8 ที่หายไป 
 
      จากการสอบสวน น.ส.จินตนา แก้วพวง อายุ 24 ปี เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ที่เกิดเหตุ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 05.00 น.เศษ ที่ผ่านมา ตนออกจากบ้านมาถึงร้านเพื่อเตรียมจะเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวตามปกติ ก็เห็นผู้ตายนอนอยู่ ตอนแรกคิดว่าเป็นคนเมาเลยไม่ได้สนใจอะไร แต่ผ่านไปสักพักผู้ตายก็ยังไม่ตื่นเลยให้คนในร้านไปปลุก เนื่องจากเตรียมจะจัดร้าน แต่เมื่อเดินไปถึงก็พบว่าผู้ตายนอนจมกองเลือดอยู่ จึงรีบแจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบที่เกิดเหตุ 
 
      ต่อมานางประนอม พินวงค์ อายุ 53 ปี ภรรยาผู้ตายเดินทางมายังที่เกิดเหตุ พร้อมให้การทั้งน้ำตาว่า ปกติสามีเป็นคนดื่มเหล้าเป็นประจำ แต่ก็ไม่เคยมีเรื่องราวบางหมาง หรือทะเลาะวิวาทกับใครมาก่อน ก่อนเกิดเหตุเจอหน้ากันเมื่อวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา จากนั้นก็ไม่กลับบ้าน กระทั่งช่วงเย็นวันที่ 25 ก.พ. เวลาประมาณ 18.00 น. ได้โทรศัพท์คุยกันเป็นครั้งสุดท้าย โดยสามีบอกว่าจะไปดื่มเหล้า ตนก็เตือนว่าถ้าเมาก็ไม่ต้องกลับบ้าน ให้นอนที่บ้านพักที่แถวที่ทำงานไป เพราะก่อนหน้านี้สามีเคยโดนจี้ชิงโทรศัพท์มือถือมาแล้ว 2 ครั้ง จากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อกันอีก ก่อนมาทราบข่าวว่าสามีถูกแทงเสียชีวิตในครั้งนี้จึงรีบมาดู จากการตรวจสอบดูทรัพย์สินในเบื้องต้นยังอยู่ครบ ยกเว้นโทรศัพท์มือถือซัมซุง เอ 8 ที่หายไป 
 
      ด้าน พล.ต.ต.เจริญ กล่าวว่า สันนิษฐานสาเหตุอาจจะมาจากเรื่องทะเลาะวิวาทกันระหว่างกลุ่มคนที่ผู้ตายดื่มเหล้าด้วยกัน เนื่องจากผู้ตายก็มีบ้านพักอยู่ในชุมชนตึกแดง ซึ่งใกล้กับที่เกิดเหตุ และเคยมานั่งดิ่มเหล้าในย่านบางซื่อบ่อยๆ หรืออีกประเด็นอาจจะถูกคนร้ายชิงโทรศัพท์มือถือ แต่ขัดขืนต่อสู้จึงถูกแทงจนเสียชีวิต อย่างไรก็ตามได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่หาข่าวช่วงก่อนเหตุ ทั้งในย่านที่ผู้ตายทำงานและบ้านพักว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายไปดื่มเหล้ากับใคร และทำไมถึงมาถูกแทงจนเสียชีวิตอยู่ในจุดเกิดเหตุจุดนี้ได้ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป