ข่าว

ฆาตกรรม6ศพที่ไร้แรงจูงใจ

ฆาตกรรม6ศพที่ไร้แรงจูงใจ

27 ก.พ. 2559

เวิลด์วาไรตี้ : ฆาตกรรม 6 ศพที่ไร้แรงจูงใจ

 
       เจสัน ไบรอัน ดาลตัน ไม่ได้ปริปากพูดอะไรเมื่อถูกนำตัวไปขึ้นศาลเพื่อรับฟังข้อหาฆาตกรรม 6 ศพ ในเมืองคาลามาซู รัฐมิชิแกน ยกเว้นถามว่า ผมขอไม่พูดเลยได้ไหม ...ผ่านมาแล้วหลายวันจึงยังเป็นคำถามต่อไปว่าเหตุใดอยู่ดีๆ หนุ่มใหญ่วัย 45 ปี จึงขับรถตระเวนสุ่มยิงคน 3 จุดในเวลาเกือบ 5 ชั่วโมงของค่ำวันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
 
       เป็นเพราะถูกต่อว่าในฐานะคนขับรถแท็กซี่อูเบอร์ เครียดเพราะหาเช้ากินค่ำ ดาลตันซื้อปืนอย่างถูกกฎหมาย และไม่มีประวัติปัญหาทางจิต ซึ่ง เจฟฟ์ แฮดลีย์ หัวหน้าฝ่ายความปลอดภัยสาธารณะคาลามาซู ระบุว่า ไม่มีแรงจูงใจ เป็นเรื่องที่น่าฉงนยิ่งนัก
 
       แต่ศ.ยูจีน โอ ดอนเนลล์ นักวิชาการด้านอาชญวิทยา มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก กล่าวว่า เวลาเกิดคดีเหล่านี้ สิ่งที่ต้องการรู้อันดับแรกเสมอคือ แรงจูงใจ แต่ความจริงคือเป็นเรื่องยากที่จะหาแรงจูงใจ
 
ฆาตกรรม6ศพที่ไร้แรงจูงใจ
 
เจสัน ไบรอัน ดาลตัน
 
 
       สำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) นิยามการยิงหมู่ หรือ mass shooting ว่าคือเหตุยิงสังหารทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 คนขึ้นไปในคราวเดียว การยิงสังหารหมู่ที่คาลามาซู เป็นครั้งที่สองของปี 2559 ครั้งแรกเป็นฆาตกรรมและฆ่าตัวตายในครอบครัวที่เมืองเชสพีค รัฐเวอร์จิเนีย เมื่อวันที่ 27 มกราคม มีผู้เสียชีวิต 6 คน
 
       รายละเอียดเกี่ยวกับตัวมือปืนมีไม่มากนัก แต่มีคำบอกเล่าก่อนเกิดเรื่อง เช่น ซารา เรย์โนลด์ส ลูกค้าแท็กซี่อูเบอร์ที่ดาลตันขับ เผยกับนิวยอร์กไทม์สว่า ระหว่างนั่งโดยสารในรถเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ดาลตันเล่าให้ฟังว่า เพิ่งเป็นคนขับรถแทกซี่อูเบอร์ได้แค่วันสองวัน ก็ถูกตำหนิแล้ว และเล่าต่อว่าผู้โดยสารเป็นคนเมา ทำให้รถของเขาเลอะเทอะเล็กน้อย เรย์โนลด์เล่าว่า ดาลตันดูเป็นคนออกจะขี้อายแต่โดยรวมปกติดี
 
       ดาลตันไม่มีประวัติอาชญากรรม ผ่านการตรวจสอบประวัติของอูเบอร์ก่อนมาเป็นคนขับรถ ก่อนหน้านั้น เคยทำงานบริษัทประกันภัยมาก่อน และเคยเป็นครูสอนซ่อมรถในวิทยาลัยชุมชน แต่งงานแล้ว มีลูก 2 คน เพื่อนบ้านระบุว่ามือปืนเป็นคนเงียบและสุภาพ ชอบเล่นกับเด็กๆ ชอบดูแลรักษารถ และเคยยิงปืนออกจากทางหลังบ้านเป็นบางครั้ง
 
ฆาตกรรม6ศพที่ไร้แรงจูงใจ
 
ชาวเมืองคาลามาซูชุมนุมไว้อาลัย
 
 
       ข้อมูลทั้งหมดเมื่อนำมาปะติดปะต่อก็ยังไม่ช่วยไขปริศนาแรงจูงใจ แต่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า เหตุยิงยังอยู่ในกรอบเดิมคือคนลงมือเป็นผู้ชาย
 
       จอห์น เดวีส์ ผู้อำนวยการศูนย์แมคเคนซีย์ ริเวอร์ เมนส์ ในเมืองยูจีน รัฐโอเรกอน กล่าวว่า ผู้ชายส่วนใหญ่ไม่ใช้ความรุนแรง แต่การลงมือก่อเหตุรุนแรงส่วนใหญ่ ผู้ชายลงมือ โดยเฉพาะชายวัยกลางคนที่มีแรงกดดันต่างกันออกไป พวกเขาคาดหวังกับตัวเองมากขึ้น ทั้งเรื่องงาน หรืออาจกำลังดิ้นรนทางเศรษฐกิจ อาจรู้สึกว่ายังไม่ได้ไปไกลอย่างที่ต้องการ
 
       นักวิชาการอีกคนกล่าวว่า ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจอาจเป็นอีกแรงผลักดัน แต่เศรษฐกิจในพื้นที่คาลามาซู ภาพรวมดีกว่าหลายพื้นที่ในรัฐมิชิแกน หากจะค้นหาคำอธิบายเหตุยิงอย่างหาที่มาที่ไปไม่ได้เมื่อสุดสัปดาห์ คงต้องลงลึกที่ตัวของมือปืนเอง