
บีทีเอสปิดซ่อม... คนกรุงวุ่น? : รายการ คม ชัด ลึก
บีทีเอสปิดซ่อม... คนกรุงวุ่น? : รายการ คม ชัด ลึก
จากเหตุการณ์ รถไฟฟ้าบีทีเอส ขัดข้องบริเวณจุดสับรางในทิศทางจากสถานีชิดลมมุ่งหน้าเข้าสถานีสยาม ทำให้ความถี่ในการบริการลดลง ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารทำให้ตกค้างเป็นจำนวนมากทั้งในช่วงเช้าและเย็น เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ดังนั้่น รายการ “คม ชัด ลึก” จึงได้จัดเสวนาในหัวข้อ บีทีเอสปิดซ่อม... คนกรุงวุ่น ?
ผศ.ดร.ประมวล สุธีจารุวัฒน อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่หน่วยงานภาครัฐจะต้องคำนึงถึง และต้องมีการเตรียมการล่วงหน้าเป็นระยะเวลายาวนาน กรณีของรถไฟฟ้าบีทีเอสวันนี้ เป็นเพียงกรณีหนึ่งที่อาจจะเกิดขึ้นได้อีกในอนาคต สำหรับรถไฟสายอื่นๆ ด้วย ตอนนี้ เรามีเพียงแค่ 3 สาย แต่ในระยะเวลาอีกไม่นานจะมีจำนวนมากขึ้น เหตุการณ์อย่างนี้ก็อาจจะเกิดขึ้นได้อีก
ระบบขนส่งขนาดใหญ่อย่างรถไฟฟ้า ไม่ว่าจะดูแลอย่างไรก็มีปัญหาเกิดขึ้นได้ พื้นฐานทั่วไป จะมีการทำงาน 2 แบบ เป็นการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน และบำรุงรักษาเมื่อมีความเสียหายเกิดขึ้นก็เข้าไปซ่อมแซม ซึ่งมีแผนงานเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่บางกรณีก็มีเหตุสุดวิสัยเกิดขึ้นได้ ที่เกิดขึ้นในวันนี้คิดว่าเป็นเหตุสุดวิสัยมากกว่า
ระบการซ่อมบำรุง โดยพื้นฐาน ในแง่ของการบริหารจัดการ ของ บีทีเอส กับเอ็มอาร์ที ผู้รับสัมปทานได้มอบหมายให้ซีเมนส์เป็นผู้ดูแลซ่อมบำรุง แตกต่างจากแอร์พอร์ตลิ้งค์ เจ้าของคือ บริษัท รถไฟฟ้า กรุงเทพ จำกัด(มหาชน) ดูแลซ่อมบำรุงเอง อย่างไรก็ตาม จะแบ่งการซ่อมบำรุงเป็น 2 ส่วน คือ การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน และบำรุงรักษาแบบแก้ไข
สำหรับการเลือกใช้วิธีซ่อมบำรุงที่ใช้ในวันนี้(24 ก.พ.) ถือว่า ความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นเรื่องสำคัญ
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในเรื่องการเผยแพร่ข่าวสาร การประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ ถือว่าช้าเกินไป ถ้าแจ้งให้ทราบเร็ว ก็จะลดทอนปัญหาลงไปได้บ้าง แต่ก็เชื่อวิธีการของบีทีเอส และซีเมนส์ ที่นำมาใช้เป็นวิธีการที่ถูกต้องแล้ว
ในอีกไม่นาน ไทยจะมีระบบรถไฟเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น การให้ความสำคัญกับการเดินรถ และการซ่อมบำรุง เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญอย่างมาก เรื่องนี้จะนิ่งนอนใจไม่ได้แล้ว ต้องมีการเตรียมแผนงานให้ครอบคลุม
ในบางประเทศมีการผลิตเอง มีการสำรองอะไหล่ แต่สำหรับในประเทศไทยขณะนี้ ต้องสั่งซื้ออะไหล่จากต่างประเทศ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ เป็นเหตุสุดวิสัย ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง แต่ก็ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง
ผศ.ดร.นักสิทธิ์ นุ่มวงษ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เรื่องของรถไฟฟ้า หลักๆ แล้วจะมีวิศกรดูแลในส่วนของตัวรถ ตัวทาง อาณัติสัญญาณ และส่วนของกระแสไฟฟ้าที่จ่ายให้แก่รถ
การบำรุงรักษา การตรวจสอบก็คือ ก็ดูแลบำรุงรักษาตามระยะทาง ระยะเวลา จะมีการจัดตารางเข้าไปตรวจสอบ เมื่อถึงระยะเวลาหนึ่งก็จะมีการซ่อมบำรุงใหญ่ มีการเปลี่ยนอะไหล่
ปัญหาที่เกิดขึ้นในวันนี้ เกิดจากระบบราง ซึ่งไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้
ผศ.ดร.บุญชัย แสงเพชรงาม ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในวันนี้ (24 ก.พ.) ทราบว่าเกิดที่จุดสับหลีก ที่บริเวณสถานีชิดลม มุ่งหน้าไปสถานีสยาม อย่างไรก็ตาม ทราบว่า บีทีเอสมีการซ่อมบำรุงทุกวัน มีการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ตามวงรอบ ตามสภาพความสึกหรอ
ความเสียหายที่เกิดขึ้น ต้องดูว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นจะส่งผลอันตรายมากน้อยแค่ไหน เพราะบางครั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้ส่งผลให้เกิดความเสียหาย สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คาดว่า เป็นความเสียหายที่จะส่งผลอันตราย การซ่อมแซมก็ต้องใช้เวลา และต้องไม่กระทบต่อประชาชน จึงต้องทำหลังจากปิดให้บริการตามปกติ
ดร.อาณัติ อาภาภิรม ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษา บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้เตรียมบุคลากร เตรียมเครื่องมือ พร้อมเข้าทำการซ่อมแซม มั่นใจว่าจะสามารถเปิดบริการได้ตามปกติในช่วงเช้าวันที่ 25 กุมภาพันธ์
ตามปกติบีทีเอสมีระบบตรวจสอบรางอยู่แล้ว คือ ทำสองอย่างควบคู่กัน เจอตรงไหนผิดปกติ ก็ปรับเปลี่ยน ตรวจทุกวัน ขณะเดียวกันก็มีการตรวจสอบรางทุกวันหลังเที่ยงคืน
การซ่อมกลางวัน ก็จะต้องปิดระบบไฟ ผู้โดยสารก็จะใช้บริการไม่ได้ ดังนั้น จึงต้องตัดสินใจสั่งการให้ซ่อมกลางคืน หลังเที่ยงคืน เพราะจะทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด
ทั้งนี้ ตลอดเวลาที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนรางตามวงรอบ ตามอายุการใช้งาน บางครั้งเปลี่ยนก่อนครบอายุงาน หากตรวจสอบพบว่า ผิดปกติ



