
มติพรรคร่วมไม่เสนอแก้ไขรธน.โยนเป็นหน้าที่ของสภา
มติพรรคร่วมไม่เสนอแก้ไข รธน. โยนเป็นหน้าที่ของสภา ปัดยื้อเวลา แต่ต้องฟังความเห็นทุกฝ่าย พท. ทวงสัญญานายกฯ เร่งแก้รธน. อย่าซื้อเวลา กกต.เตรียมลงมติ เนวิน ช่วย ภท.หาเสียงพุธหน้า เลขาฯแฉ ส.ว.มั่ว ศป.แค่รับทางธุรการยังไม่เป็นคดี
เมื่อเวลา 13.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล - นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เชิญหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล มาร่วมประชุม โดยมีหัวหน้าพรรคร่วม มาร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง ประกอบด้วยนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รมว.อุตสาหกรรม หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หัวหน้าพรรคกิจสังคม มาหารือถึงการแถลงผลงาน 6 เดือนของรัฐบาล แนวทางการทำงานของรัฐบาลในอนาคต รวมถึงการหารือแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญตามข้อสรุปของคณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ให้สัมภาษณ์ก่อนการเข้าร่วมประชุมว่า ยังไม่ทราบว่า จะมีการหารือเรื่องอะไรบ้าง แต่ที่ผ่านมารัฐบาลก็ทำงานผ่านไปด้วยดี นโยบายรัฐบาลเริ่มออกไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งใน 6เดือน ถือว่าทำงานได้รวดเร็ว โดยพรรคเพื่อแผ่นดินก็ทำงานได้เข้าขากัน และเป็นมิตรกับทุกพรรค
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคเพื่อแผ่นดินมีจุดยืนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างไร นายชาญชัย ตอบว่า คงต้องมีการหารือกันในที่ประชุมพรรคก่อน ซึ่งในวันที่ 4 ส.ค.จะมีการประชุมพรรคเพื่อหารือเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญตามข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ อย่างไรก็ตามที่ผ่านมากรรมการบริหารพรรคเคยคุยกันนอกรอบเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญมาแล้ว แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ตกผลึก เบื้องต้นพรรคเห็นว่า ควรมีการแก้เรื่องสิทธิเสรีภาพทางการเมือง ทั้งนี้การแก้รัฐธรรมนูญคงต้องรับฟังความเห็นของ ส.ส. ขณะเดียวกันก็ต้องเอาประชาชนเป็นตัวตั้งด้วย
ขณะที่ นายสุวิทย์ กล่าวว่า พรรคกิจสังคมเห็นด้วยกับข้อสรุปของคณะกรรมการสมานฉันท์ ส่วนจะแก้ประเด็นใดบ้างต้องมีการหารือพรรคร่วมก่อน ซึ่งพรรคเห็นด้วยกับแนวทางการสร้างความสมานฉันท์และลดความขัดแย้งในสังคม แนวทางใดที่เป็นประโยชน์พรรคก็เห็นด้วย
ต่อมาเวลา 13.45น. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลักการประชุมหารือหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล ว่า ที่ประชุมได้หารือกันถึงข้อสรุปขอคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยได้มีการพูดคุยกันอย่างกว้างขวางหลายประเด็น โดยพรรคร่วมรัฐบาลเห็นร่วมกันว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ เป็นเรื่องของรัฐสภาจะให้สมาชิกทั้งจากฝ่ายค้านและรัฐบาลไปพิจารณาดำเนินการว่าจะแก้หรือไม่แก้ไข โดยจุดยืนของรัฐบาลจะไม่เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ให้เป็นเรื่องของรัฐสภาที่จะต้องมีการพิจารณาเอง โดยที่ประชุมได้มอบหมายให้หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลแต่ละพรรคกลับไปศึกษาประเด็นรายละเอียดของการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วค่อยนำกลับมาหารือกับอีกครั้งในเวลาของรัฐสภา ซึ่งการหารือในครั้งนี้ถือเป็นเพียงการหารือในเบื้องต้นเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่จุดยืนของพรรคร่วมรัฐบาลโยนให้เป็นเรื่องของรัฐสภาถือเป็นการยื้อเวลาการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า รัฐบาลไม่ได้ยื้อเวลา แต่แนวคิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่ในความสนใจของสังคม ดังนั้นการจะแก้หรือไม่แก้ ต้องผ่านการศึกษาและหารือ รวมทั้งการรับฟังความคิดเห็นของทุกภาคส่วน ผ่านกลไกของระบบรัฐสภา
ส่วนกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความั่นคงและเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ได้เสนอให้มีการทำประชามติถามประชาชนเป็นรายประเด็นนั้น นายสาทิตย์ กล่าวว่า เรื่องการทำประชามติก็มีการหยิบยกขึ้นมาหารือกันด้วยแต่ก็ไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนแต่อย่างใด
เมื่อถามย้ำว่า การที่รัฐบาลไม่เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะไม่ต้องการให้มีผลผูกมัดกับรัฐบาล โดยโยนให้เป็นหน้าที่ของสภา นายสาทิตย์ กล่าวว่า จุดยืนของพรรคร่วมรัฐบาลคือเห็นด้วยกับข้อสรุปของคณะกรรมการสมานฉันท์ แต่จะแก้หรือไม่แก้รัฐธรรมนูญ แต่รัฐบาลได้มอบหมายให้พรรคร่วมแต่ละพรรคไปศึกษารายละเอียดของการแก้รัฐธรรมนูญก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการของรัฐสภา เพราะการแก้ไขรัฐสภาเป็นเรื่องของสภาไม่เกี่ยวกับรัฐบาล
นายสาทิตย์ กล่าวว่า ที่ประชุมได้มีการหารือถึงการแถลงผลงานรัฐบาลรอบ 6 เดือน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเชิญรัฐมนตรีจากพรรคร่วมมาร่วมแถลงด้วย แต่ยังติดปัญหาเงื่อนเวลาในวันเวลาแถลงนโยบาย ซึ่งตรงกับเวลาวันที่ 3 ส.ค.ซึ่งเป็นวันประชุมวุฒิสภา ในการพิจารณาร่าง พรบ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ... พ.ศ.ซึ่งยังไม่มีกำหนดเวลาว่าจะปิดการประชุมได้ช่วงไหน ดังนั้นจึงต้องจัดสรรเวลาการแถลงนโยบายของนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ความจริงรัฐบาลอยากจะได้วันที่ 3 ส.ค.ไม่อยากจะเลื่อนอีกแล้ว แต่คงต้องจัดสรรเวลาให้พอดี เพราะขณะนี้ได้มีการจัดพิมพ์เอกสารเรียบร้อยแล้ว โดยในการแถลงนโยบายของรัฐมนตรีจะพูดถึงนโยบายของรัฐบาลในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงแรกของการฟื้นฟูเศรษฐกิจ และจะมีการพูดถึงนโยบายภาพรวมของการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในอนาคตข้างหน้า โดยจะเน้นที่นโยบายไทยเข้มแข็ง ที่ครม.ได้อนุมัติกรอบไปเรียบร้อยแล้ว และจะเริ่มเดินเครื่องกลางเดือน ส.ค.
“ชุมพล”เผยรบ.ไม่ยุ่งเรื่องแก้รธน. ชี้ให้เป็นหน้าที่สภาเช่นกัน
นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวภายหลังการหารือร่วมกันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ว่า หลังจากที่รัฐบาลได้รับรายงานจากคณะกรรมการสมานฉันท์ฯแล้ว ก็ได้ส่งให้แต่ละพรรคไปพิจารณา และเบื้องต้นเห็นว่าเรื่องนี้ควรจะปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอนของรัฐสภา ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล นอกจากนั้นก็ได้หารือถึงการทำงานทั่วๆไป ซึ่งเห็นว่าการประชาสัมพันธ์ในส่วนของรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี จะต้องมีการทำให้มากขึ้น โดยจะให้กระทรวงมหาดไทยไปประสานกับวิทยุชุมชนทั่วประเทศ เพื่อขอความร่วมมือให้ช่วยกระจายข่าวเกี่ยวกับรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตามยืนยันว่าวันนี้(29 ก.ย.) พรรคร่วมรัฐบาลไม่ได้เสนอประเด็นใดๆเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และไม่ได้มีการหารือเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรีแต่อย่างใด
“พท.” ทวงสัญญา“นายกฯ” เร่งแก้รธน. อย่าซื้อเวลา
ที่รัฐสภา นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย แถลงว่า ภายหลังคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฎิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ส่งรายงานให้กับนายกฯพร้อมเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญใน 6 ประเด็น แต่ผ่านไป 2 สัปดาห์แล้วนายกฯและรัฐบาลไม่มีท่าทีที่จะดำเนินการในเรื่องนี้ การจะอ้างว่าต้องใช้เวลาทุ่มเทไปกับการจัดประชุมอาเซียนที่เพิ่งผ่านพ้นไปหรือการแก้ปัญหาไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 คงไม่ถูกต้อง รัฐบาลอย่ามัวแต่ซื้อเวลา จะทำประชาพิจารณ์เพื่อถามความเห็นประชาชนเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือจะดำเนินการอย่างไรต้องเร่งทำ เพราะวันนี้ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลมีความเห็นตรงกันว่าต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะนายกฯที่เป็นผู้นำปัญหาของรัฐธรรมนูญเข้ามาขอหารือกับสภา และยอมรับว่าต้องดำเนินการแก้ไข ดังนั้นวันนี้อยู่ที่รัฐบาลว่าจะเริ่มต้นอย่างไร
กกต.เตรียมลงมติ “ เนวิน ” ช่วย ภท.หาเสียงพุธหน้า
นาย สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง แถลงภายหลังการประชุม ว่าประธาน กกต.ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่าในกรณีนาย พิชา วิจิตรศิลป์ ร้องเรียนพรรคภูมิใจไทยว่าให้นายเนวิน ชิดชอบและผู้ถูกเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง มาช่วยในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.สกลนคร ซึ่งในเรื่องดังกล่าวทางคณะกรรมการไต่สวนฯได้พิจารณาเสร็จแล้ว และประธาน กกต.ก็ได้เปิดซองสำนวนการสอบสวน พร้อมกับสำเนาผลการสอบสวนแจกให้กับ กกต.ทั้ง 4 คน พร้อมนัดพิจารณาในวันพุธที่ 5 สิงหาคมนี้
นาย สุทธิพล ยังกล่าวถึงการที่ ส.ว.ที่ถูก กกต.เสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องขาดคุณสมบัติ เพราะถือครองหุ้นขัดรัฐธรรมนูญฟ้องศาลปกครองให้ กกต.ยกเลิกมติดังกล่าว ในเรื่องดังกล่าวนี้ตนได้ตรวจสอบไปเลขาธิการศาลปกครองแล้ว พบว่าตุลาการเจ้าของสำนวนยังไม่ได้รับไว้เป็นคดี และเป็นเพียงขั้นตอนการรับทราบทางธุรการ ซึ่งถือว่าศาลปกครองยังไม่ได้รับฟ้อง ดังนั้นการดำเนินการของ กกต.ในการพิจารณาการถือครองหุ้นของ 44 ส.ส.ก็จะดำเนินการต่อไป
ส่วนการเข้าให้ข้อมูลของนาย ประจวบ สังข์ขาว ในสำนวนคำร้องเงินบริจาค 258 ล้านบาท และการใช้เงินกองทุนพรรคการเมืองผิดวัตถุประสงค์ของพรรคประชาธิปัตย์นั้น นายสุทธิพล กล่าวว่า ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการไต่สวนฯ ยังไม่ได้มีการรายงานใดๆให้ กกต.ทราบ ซึ่งเท่าผ่านมา กกต.ก็ให้คณะกรรมการทำงานอย่างอิสระ กำชับเพียงอย่าให้ล่าช้าเท่านั้น



