
เลือกนายกสุราษฎร์ฯ-สตูลโผพลิก "เทือกสุบรรณ" วูบ-สัมฤทธิ์ล้ม ปชป.
ศึกเลือกตั้งนายก อบจ.สุราษฎร์ธานีพลิกโผ เมื่อ "มนตรี เพชรขุ้ม อาของนักชกเหรียญเงินโอลิมปิก โค่นตระกูล "เทือกสุบรรณ" คว้าเก้าอี้นั่งได้สำเร็จ เช่นเดียวกับศึกชิงนายก อบจ.สตูล "สัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์" ล้ม ปชป.ทั้ง 2 ทีม เหตุคนสตูลต้องการเห็นความเปลี่ยนแป
จับตาดูกันด้วยใจระทึกสำหรับศึกเลือกตั้งซ่อม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สุราษฎร์ธานี และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สตูล ที่มีขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม ที่ผ่านมา
เริ่มด้วยสนามเลือกตั้งซ่อม นายก อบจ.สุราษฎร์ธานี แทนนายธานี เทือกสุบรรณ น้องชายนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ที่ได้ใบเหลือง ซึ่งผลเลือกตั้งพลิกโผอย่างแรง เมื่อ นายมนตรี เพชรขุ้ม อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ปี 2550 อาของ "วรพจน์ เพชรขุ้ม” วีรบุรุษนักชกมวยสากลสมัครเล่น เจ้าของเหรียญเงินโอลิมปิก สามารถโค่นล้มตระกูล "เทือกสุบรรณ" ที่ผูกขาดการเมืองระดับชาติและท้องถิ่นได้สำเร็จ
ถือว่า นายมนตรี เป็นนายก อบจ.สุราษฎร์ธานีคนแรก ที่ฝ่าฟันตระกูล "เทือกสุบรรณ" ลงได้ นับเป็นประวัติศาสตร์การเมืองท้องถิ่นอีกครั้ง !!!
นายมนตรี เพชรขุ้ม ผู้สมัครหมายเลข 3 ได้ 113,340 คะแนน เฉือนชนะ นายดำรง เทือกสุบรรณ ที่ได้ 111,776 คะแนน เพียง 1,564 คะแนน ส่วนนายประวิช นิลวัชรมณี อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 5 สมัย ได้คะแนนเป็นอันดับ 3 จำนวน 72,136 คะแนน
เป็นที่น่าสังเกตว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งน้อยมาก จากจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งจังหวัด จำนวน 676,850 คน แต่กลับมาใช้สิทธิ์เพียง 322,768 คน คิดเป็นร้อยละ 47.68% บัตรดี 297,252 บัตร คิดเป็นร้อยละ 92.09% บัตรเสีย 5,933 บัตร คิดเป็นร้อยละ 1.84% บัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน 19,583 บัตร คิดเป็นร้อยละ 6.07%
อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งซ่อม นายก อบจ.สุราษฎร์ธานีครั้งนี้ เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนาหู ทั้งภาครัฐ ภาคประชาชนทั่วไปว่า นับเป็นประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ของชาวสุราษฎร์ธานีที่ตระกูลอื่นสามารถโค่นล้มตระกูล "เทือกสุบรรณ" ได้สำเร็จ !!!
เช่นเดียวกับ ศึกชิงนายก อบจ.สตูล โดย กกต.สตูล จัดให้มีการเลือกตั้ง หลังจาก นายธานินทร์ ใจสมุทร ถูกใบแดง ทำให้ต้องเว้นวรรคทางการเมือง ซึ่งมีผู้สมัครลงชิงนายกถึง 4 ท่าน ทำให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างคึกคัก ถึงแม้ว่าประชาชนจะออกมาใช้สิทธิ์เพียง 66%
โดยหมายเลข 1 นายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ ได้ 77,417 คะแนน หมายเลข 2 นายมาวิน หลีเส็น จากค่าย ส.ส.อสิ มะหะมัดยังกี ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 2 สมัย ได้ 4,260 คะแนน หมายเลข 3 นายอิสมาแอล ขุนดำ อดีต ส.จ.เขตเมือง จ.สตูล ได้ 4,787 คะแนน และหมายเลข 4 นายอามีน มันยามีน ผู้สมัครในนามนายธานินทร์ ใจสมุทร อดีต ส.ส. 5 สมัย และอดีตนายก อบจ. 9 เดือน ที่เคยถูกใบแดง 2 ใบซ้อน ได้ 30,500 คะแนน
ครั้งนี้ นายธานินทร์ ได้ส่งครูแมน หรือ นายอามีน มันยามีน ลงรับสมัครเลือกตั้ง และส่งนางแก้วตา ใจสมุทร เป็นที่ปรึกษา ซึ่งก็ยังได้รับการสนับสนุนจากนายฮอชาลี ม่าเหร็ม ส.ส. 2 สมัย พรรคประชาธิปัตย์อีกด้วย จึงพกเอาความมั่นใจว่าจะสามารถปราบคู่ต่อสู้ได้อย่างราบคาบ โดยเฉพาะหมายเลข 1 นายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ ที่ค่อนข้างมาแรง แต่ท้ายสุดก็ไม่เป็นตามคาด
ทั้งนี้ นายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ จบการศึกษาปริญญาตรีจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จบปริญญาโท มหาวิทยาลัยทักษิณ สงขลา เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ พร้อมเป็นนักพัฒนามืออาชีพที่เคยสร้างความโด่งดังให้เทศบาลตำบลกำแพงถึง 3 สมัย เคยได้รับรางวัลธรรมาภิบาล และรางวัลน้อยใหญ่ถึง 15 รางวัล จนได้รับการสนับสนุนจากหน่วยราชการต่างๆ และองค์กรท้องถิ่น
การถล่มพรรคประชาธิปัตย์อย่างราบคาบครั้งนี้ นายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ เป็นคนที่ทำการบ้านมาดีและใช้แผนแบบพรรคประชาธิปัตย์ คือการเปิดเวทีปราศรัย ชี้แจงนโยบาย ทุกพื้นที่ทั้ง 7 อำเภอ ไม่ว่าจะมีคนดูหรือไม่มีคนดู เขาจะทำการปราศรัยอย่างเต็มร้อย และเป็นคนที่มีความพร้อม ดังนั้นผลชนะในครั้งนี้ถือว่าเป็นการรวมพลังของประชาชนในพื้นที่ จ.สตูล ทุกเชื้อชาติศาสนา เพื่อต้องการเอาคนที่ดีที่สุดเข้ามาบริหารจังหวัด โดยเฉพาะ อบจ.สตูล ที่มีงบประมาณและอำนาจหน้าที่ในการพัฒนา จ.สตูล
ด้าน นายธานินทร์ ใจสมุทร ควงคู่มากับ นายฮอชาลี ม่าเหร็ม ซึ่งถือได้ว่าทั้งสองคนเป็น ส.ส.ที่มีคุณภาพของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งพรรคให้ความไว้วางใจทั้งคู่
การลงสนามในครั้งนี้พกเอาความมั่นใจและความเป็นต่อมาโดยตลอด แต่การส่งครูแมน หรือนายอามีน มันยามีน ซึ่งเป็นอดีต ส.จ.หลายสมัยลงสนาม กลับถูกมองว่า "เอาคนรุ่นเก่าเข้ามาร่วมทำงานใน อบจ." ทั้งที่นายธานินทร์ ใจสมุทร อดีตนายก อบจ.สตูล ได้มีนโยบายอย่างชัดเจนที่จะพัฒนา จ.สตูล หลายโครงการที่เด่นชัดสร้างความประทับใจให้แก่ประชาชนและข้าราชการ เอกชนในท้องที่เป็นอย่างมาก แต่พวกเขาเหล่านั้นไม่มั่นใจว่า นายอามีน มันยามีน จะมีวิสัยทัศน์กว้างไกลเหมือนนายธานินทร์ ผู้สนับสนุนหรือไม่!
บวกกับการที่นายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ ผู้สมัครหมายเลข 1 ได้เสนอนโยบายอย่างชัดเจนที่จะพัฒนา จ.สตูล แบบต้องการความเปลี่ยนแปลงคนสตูล จึงรวมพลังเลือกของใหม่ เพื่อให้ดีกว่าเก่า จึงเป็นบทพิสูจน์ว่า "สัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์" ผู้ล้มนายธานินทร์ ใจสมุทร และ ส.ส.อสิ ลงอย่างราบคาบ จะต้องทำงานหนักเพื่อชิงเอาใจพี่น้องประชาชนกลับมาให้ได้
งานนี้ จึงเป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับนายธานินทร์ และ ส.ส.อสิ ว่าเมื่อไม่มีพรรคประชาธิปัตย์ส่งก็ไม่มีคะแนนให้ หรือเปรียบเสมือนร่างทรงของพรรคที่จะส่งใครลงก็ได้ ด้วยความคิดว่ายังไงก็ชนะ กระนั้นหรือ!
"สุวรรณี บัณฑิศักดิ์ / สุปรีดี พุดทอง"



