ข่าว

รวบเฒ่าเจ้าเล่ห์ฉ้อโกง-หลอกพระกรุแตก

รวบเฒ่าเจ้าเล่ห์ฉ้อโกง-หลอกพระกรุแตก

22 ก.พ. 2559

รวบเฒ่าวัย 80 ปี หลอกขายที่ดิน-ค้นบ้านเจอพระเครื่องโบราณ รับซื้อจากท่าพระจันทร์ อ้างร่วมกับพระผู้ใหญ่วัดดังหลอกชาวบ้านพระกรุแตก ให้เช่าองค์ละ 5,000 - 10,000 บาท

 
                      22 ก.พ. 59  ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.)  พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รองผบช.ก. รรท.ผบก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.อ.พันธนะ นุชนารถ รองผบก.ป. พ.ต.ท.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา รรท.ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.ต่อศักดิ์ ปานกลิ่นพุฒ สว.กก.2 บก.ป. และเจ้าหน้าที่กก.2 บก.ป. ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม นายปิยะบุตร หรือฮวง ประสารกิจวัฒนา อายุ 80 ปี อยู่บ้านเลขที่ 60 หมู่ 5 ต.บางลี่ อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงนครปฐม ที่ จ.402/2553 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2553 ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง” พร้อมของกลางพระเครื่องกรุพระร่วงพิมพ์โบราณอายุ 200 ปี จำนวนกว่า 30 องค์ พระเครื่องอื่นๆ อีกหลายรายการ โดยจับกุมได้ที่ ลานจอดรถริมถนนพหลโยธิน อ.เมือง จ.ลพบุรี
 
                      พ.ต.อ.พันธนะ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่สืบทราบว่านายปิยะบุตร ได้ร่วมกับนายเจือ สิงโตแก้ว ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ หลอกลวงผู้เสียหายว่ามีเจ้าของที่ดินต้องการจะขายที่ดินแปลงหนึ่งแต่ที่ดินนั้นติดจำนอง จึงขอให้ผู้เสียหายนำเงินมาช่วยไถ่ถอนก่อน เมื่อไถ่ถอนแล้วจะมีนายทุนมาซื้อที่ดินแปลงดังกล่าวไปขายได้กำไรจำนวนมาก และจะมีส่วนแบ่งค่าตอบแทนให้แก่ผู้เสียหาย เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้มอบเงินเป็นค่าไถ่ถอนที่ดินให้แก่กลุ่มผู้ต้องหา หลังจากได้เงินไปแล้วก็พากันหลบหนีไป 
 
                      รองผบก.ป. กล่าวอีกว่า ต่อมาผู้ต้องหาถูกศาลแขวงนครปฐม ออกหมายจับ ที่ จ.402/2553 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2553 ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง” และศาลจังหวัดเพชรบุรีที่ ข.346/2553 ลงวันที่ 26 ตุลาคม ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง” รวมทั้งศาลจังหวัดชัยนาท ออกหมายจับที่ จ.46/2553 ลงวันที่ 12 เมษายน ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง” กระทั่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนพบว่าหลังก่อเหตุผู้ต้องหาได้หลบหนีมากบดานอยู่ที่บ้านพักใน จ.ลพบุรี จึงได้นำกำลังเข้าจับกุม 
 
                      “ภายหลังการจับกุมเจ้าหน้าที่ได้นำกำลังไปตรวจค้นที่บ้านพักของนายปิยะบุตร ก็พบอดีตพระนิยม จิตตปัญโญ หรือนายนิยม เพียงมุม อยู่ภายในบ้านดังกล่าว จากการตรวจค้นก็พบพระเครื่องเป็นพระร่วงพิมพ์โบราณ กว่า 30 องค์ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน” พ.ต.อ.พันธนะ กล่าว
 
                      พ.ต.อ.พันธนะ บอกว่า จากการสอบสวนนายปิยะบุตรให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมขบวนการตกที่ดินจริง โดยตนทำหน้าที่เป็นนายหน้า จะได้ส่วนแบ่งจำนวน 10 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนเงินที่หลอกผู้เสียหายได้ ซึ่งทำมาแล้วประมาณ 7-8 ครั้ง ในเวลา 2 ปี โดยเงินที่ได้จะนำไปเล่นพนันตีไก่ สำหรับพระเครื่องที่ตรวจค้นพบนั้นซื้อมาจากตลาดแผงเช่าพระที่ท่าพระจันทร์ โดยร่วมกับพระผู้ใหญ่ และฆราวาสภายในวัดแห่งหนึ่งใน จ.ลพบุรี 
 
                      “ผู้ต้องหาบอกว่าได้นำพระเครื่องเหล่านั้นมาฝังดินไว้บริเวณภายในวัดดังกล่าว จากนั้นก็จะสร้างเรื่องว่ามีการขุดค้นพบพระโบราณ กรุพระร่วงพิมพ์โบราณอายุ 200 ปี เพื่อเป็นการสร้างมูลค่า รวมทั้งมีการประชาสัมพันธ์ออกข่าวในหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งเมื่อวันที่ 29 มกราคม ที่ผ่านมา โดยปล่อยให้เช่าบูชาในราคาองค์ละ 5,000 - 10,000 บาท” พ.ต.อ.พันธนะ ระบุ
 
                      รองผบก.ป. กล่าวว่า หลังจากนี้ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนกก.2 บก.ป. ขยายผลเครือข่ายขบวนการหลอกลวงที่ดิน รวมทั้งขยายผลในเรื่องขบวนการหลอกขายพระดังกล่าว เนื่องจากเป็นเรื่องที่ประชาชนได้รับความเสียหาย อีกทั้งเป็นภัยสังคม อย่างไรก็ตามขอประชาสัมพันธ์หากมีผู้เสียหายคนใดได้เช่าบูชาพระกรุแตกดังกล่าวไปให้มาติดต่อพนักงานสอบสวนที่ บก.ป. เพื่อดำเนินคดีต่อผู้ต้องหารายนี้ และขยายผลไปยังเครือข่ายดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายปิยะบุตร ส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางเลน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย