ข่าว

ลุ้นมาตรการรัฐอุ้มอสังหาฯออกฤทธิ์

ลุ้นมาตรการรัฐอุ้มอสังหาฯออกฤทธิ์

23 ก.พ. 2559

ลุ้นมาตรการรัฐอุ้มอสังหาฯออกฤทธิ์

 
                      มุมมองของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ต่อภาพรวมธุรกิจในปีนี้ พบว่าส่วนใหญ่เห็นพ้องว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้มีอัตราการเติบโตที่ประมาณ 5-10% โดยช่วงครึ่งแรกยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังส่งผลต่อเนื่อง อีกทั้งมีอัตราดอกเบี้ยที่ทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ ยังเป็นปัจจัยหนุนให้ต้นทุนทางการเงินในการกู้ถูกลง อีกทั้งโครงสร้างพื้นฐานที่อาจเริ่มทยอยประมูลและก่อสร้างหลายเส้นทาง นั่นเท่ากับว่าได้เปิดพื้นที่พัฒนาใหม่ๆ ขึ้น
 
                      อย่างไรก็ตาม มาตรการกระตุ้นภาคอสังหาฯ ที่ออกมายังไม่เห็นผลอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะสัดส่วนหนี้สินต่อครัวเรือนที่ยังสูงถึง 80% ทำให้มาตรการดังกล่าวไม่มีประสิทธิภาพมากเท่ากับปี 2546 และปี 2551 ซึ่งในตอนนั้นสัดส่วนหนี้สินต่อครัวเรือนอยู่ที่ระดับ 40-50% แต่จากการสอบถามผู้ประกอบการคาดว่าจะมีการโอนโครงการอสังหาฯ และรับรู้รายได้ในเดือนมีนาคมและเมษายน ก่อนโครงการดังกล่าวจะหมดลง และบางรายคาดว่าอาจต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอน และจดจำนองออกไปยังช่วงปลายปี 2559 อีกด้วย
 
                      ขณะเดียวกันผู้ประกอบการยังมีความกังวลต่อปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่อาจมีผลลบต่อการตลาด การขาย รวมถึงการลงทุนในอสังหาฯ ประเภทต่างๆ น่าจะเป็นความเสี่ยงจากหนี้ครัวเรือน ภัยแล้ง และภาวะเศรษฐกิจของประเทศและของโลกที่ต้องระมัดระวัง รวมถึงการประเมินราคาที่ดินรอบใหม่ในปี 2559-2562 อาจส่งผลให้ต้นทุนที่อยู่อาศัยสูงขึ้น
 
                      นอกจากนี้ ยังมองถึงอานิสงส์จากการท่องเที่ยวที่คึกคักขึ้น โดย น.ส.อลิวัสสา พัฒนถาบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีบีอาร์อี ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า การเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ในปี 2558 ปริมาณนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยมีจำนวนสูงถึง 29.8 ล้านคน ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ อันเป็นผลมาจากการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนมีมากถึง 26% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมดและขยายตัวถึง 10 เท่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จาก 7 แสนคนในปี 2548 เป็น 7 ล้านคนในปี 2558 ปริมาณนักท่องเที่ยวที่เพิ่มสูงขึ้นจะส่งผลให้อัตราการเข้าพักเฉลี่ยของโรงแรมในย่านใจกลางกรุงเทพฯ เติบโตอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันการที่นักท่องเที่ยวมาเที่ยวเมืองไทยบ่อยครั้งขึ้น 4-5 ครั้งก็นำมาซึ่งการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทย และด้วยข้อจำกัดด้านที่ดินและราคาที่ดินได้ปรับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จะยังส่งผลให้ราคาขายห้องชุดนั้นเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
 
                      "ในปีนี้ตลาดไฮเอนด์ยังคงเติบโตต่อไปได้ ซึ่งเชื่อว่าราคาจะปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนตลาดระดับกลาง-ล่างนั้นการขายน่าจะชะลอตัว”
 
                      ด้าน นายศุภชัย แจ่มมโนวงศ์ กรรมการบริหารบริษัท เซ็นจูรี่ 21 (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า มาตรการที่ภาครัฐออกมาสนับสนุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ผ่านการลดค่าธรรมการโอนและจดจำนองลงเหลือ 0.01% นั้น จะช่วยทำให้บรรยากาศในการซื้อขาย รวมถึงการโอนบ้านหรือคอนโดมิเนียมในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ โดยเฉพาะในช่วง 2 เดือนคือมีนาคม-เมษายน 2559 ที่มาตรการจะหมดอายุ จะมีการโอนกรรมสิทธิ์คึกคักแน่นอน
 
                      ทั้งนี้ เพื่อรองรับกับมาตรการต่างๆ ประกอบกับเพื่อเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้ที่สนใจซื้อคอนโดมิเนียมเพื่อการลงทุน หรือต้องการซื้อคอนโด ที่สร้างเสร็จแล้วเพื่ออยู่อาศัย เซ็นจูรี่ 21ฯ ได้นำห้องชุดพร้อมอยู่ในคอนโดมิเนียม 2 โครงการ 2 ทำเล คือ โครงการทรูทองหล่อ เพชรบุรี-ทองหล่อ กับโครงการ เดอะ คัลเลอรี่ วิวิด รัชดา-ห้วยขวาง รวมจำนวน 60 ยูนิต ออกมาประมูลในวันเสาร์ที่ 12 มีนาคม 2559 เวลา 12.30-17.00 น. ณ ห้องอโศก 2 โรงแรม แกรนด์ เซ็นเตอร์พอยต์ เทอร์มินอล 21 ได้กำหนดราคาขายเริ่มต้นที่ 50% ทุกยูนิต
 
                      รวมทั้งหมด 60 ยูนิต มีทั้ง1 ห้องนอนและ 2 ห้องนอน ตกแต่งครบ โดยโครงการ ทรูทองหล่อ ขนาดพื้นที่ใช้สอย 31-67 ตารางเมตรราคาขายปกติ 3.7-7.2 ล้านบาท เริ่มประมูลที่ราคา 1.85 ล้านบาท ส่วนโครงการ โครงการ เดอะ คัลเลอรี่ วิวิด ขนาดพื้นที่ใช้สอย 31-58 ตารางเมตร ราคาปกติ 2.9-5.4 ล้านบาทต่อยูนิต เริ่มประมูลที่ 1.45 ล้านบาท