
เพิ่มโอกาสให้เด็กด้อยโอกาส
22 ก.พ. 2559
ไลฟ์สไตล์ : เพิ่มโอกาสให้เด็กด้อยโอกาส
เดินหน้าหารายได้สานต่ออนาคตให้เด็กกำพร้าและด้อยโอกาสในโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ 48 พรรษา จ.ลำพูน ได้ศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง ภายใต้โครงการ “กองทุนเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร” เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสที่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุครบ 60 พรรษา โดยมีเป้าหมายระดมเงินบริจาคเข้ากองทุนฯ ให้ได้ 60 ล้านบาท ดังนั้นในโค้งสุดท้ายก่อนปิดโครงการปลายเดือนมีนาคมนี้ หัวเรือใหญ่ สายสม วงศาสุลักษณ์ ประธานมูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ และผู้รับอนุญาตโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ 48 พรรษา จ.ลำพูน พร้อมด้วย รมิดา รัสเซลล์ มณีเสถียร ประธานฝ่ายหารายได้ฯ อ.คฑา ชินบัญชร ประธานร่วมฝ่ายหารายได้ฯ และ ศ.นพ.ดำรงค์ เหรียญประยูร กรรมการที่ปรึกษาโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ 48 พรรษา ร่วมกันจัดงานเปิดตัวโครงการ (อีกครั้ง) เพื่อประชาสัมพันธ์ชักชวนให้ร่วมบริจาค โดยมีสองอดีตนางงามใจบุญ “ไข่มุก” ชุติมา ดุรงค์เดช และ “ลูกจัน" จันจิรา จันทร์โฉม มาร่วมส่งกำลังใจ ที่ห้องมรกต โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ เมื่อวันก่อน
สายสม วงศาสุลักษณ์ เปิดใจถึงเด็กที่อยู่ในโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ 48 พรรษา ว่าล้วนแล้วแต่เป็นเด็กกำพร้า หรือเด็กที่ไม่มีผู้อุปการะดูแล พ่อแม่ติดเชื้อเอชไอวี ใช่เพียงเด็กที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดลำพูนเท่านั้น แต่รวมถึงเด็กทั่วประเทศ ซึ่งโรงเรียนรับมาดูแลโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ตั้งแต่เสื้อผ้า อาหาร มีครูให้ความรู้และดูแลอย่างพอเพียงทั่วถึง แต่เมื่อจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 แล้วนักเรียนที่เรียนดีหลายคนไม่มีเงินเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย จะไปกู้เงิน กยศ.ก็ไม่มีคนค้ำประกัน จึงได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขอพระราชทานพระราชานุญาตให้จัดตั้งกองทุนเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา ขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวาระเฉลิมพระชนมายุครบ 5 รอบ โดยจะนำเงินกองทุนนี้ฝากประจำเพื่อนำดอกผลเป็นทุนเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยแก่นักเรียนโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ 48 พรรษาต่อไป
ขณะที่ รมิดา รัสเซลล์ มณีเสถียร ประธานฝ่ายหารายได้ฯ เผยว่า นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนฯ เมื่อต้นปี 2558 ได้ร่วมกับ อ.คฑา ชินบัญชร ในฐานะประธานร่วมฝ่ายหารายได้โครงการกองทุนฯ ช่วยกันประสานงานและติดต่อเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาในทุกแวดวงสังคมบริจาคเงินเข้าร่วมโครงการแล้วประมาณ 57 ล้านบาท ซึ่งน้อยกว่าที่ตั้งเป้าไว้ว่าอยากได้เงินจำนวน 60 ล้านบาท เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ 60 ปีเมื่อปี 2558 ครั้งนี้จึงอยากประชาสัมพันธ์เชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาให้ร่วมกันบริจาคเงินเพิ่มเติมก่อนปิดโครงการช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้ และจะนำเงินขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประมาณปลายเดือนเมษายนนี้ โดยสามารถบริจาคเงินผ่านธนาคารกรุงเทพ ชื่อบัญชีโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ 48 พรรษา เลขที่บัญชี 1054715444 บัญชีสะสมทรัพย์ สาขาบางกะปิ หรือสามารถอุดหนุนเสื้อยืด ราคาตัวละ 290 บาท โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายก็นำเข้าสมทบทุนโครงการฯ เช่นกัน
ด้าน ศ.นพ.ดำรงค์ เหรียญประยูร เสริมว่า อยากให้ทุกคนร่วมกันบริจาคเงินเข้ามามากๆ เพราะเหตุผล 3 ประเด็น ข้อแรกคืออยากเชิญชวนให้ทุกคนร่วมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพราะทรงช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสทั่วประเทศ ประเด็นที่สองเด็กที่เข้ามาอยู่ในโรงเรียนล้วนแล้วแต่เป็นเด็กซูเปอร์ด้อยโอกาส ตอนเข้ามามีสภาพดูไม่ได้ เนื้อตัวมอมแมม ถ้าไม่ช่วยจะเป็นเด็กไม่มีโอกาสถูกกระทำ การที่เด็กได้รับการช่วยเหลือเปลี่ยนไปกลายเป็นเด็กมีคุณภาพ ไม่เฉพาะร่างกาย แต่ยังเป็นเรื่องจิตใจและที่สำคัญในเรื่องความรู้ความสามารถ ทั้งเรื่องของความรู้ทั่วๆ ไป และความรู้เฉพาะด้าน อาทิ กีฬา ดนตรี ฯลฯ เพราะนี่คือสิ่งที่เขาหาไม่ได้ในชีวิต และเขาถอยไม่ได้ ไม่สู้ไม่ได้ ฉะนั้นเด็กเหล่านี้จะแกร่งมากๆ ส่วนประเด็นสุดท้าย ท่านที่บริจาคเงินสามารถนำใบเสร็จรับเงินไปยื่นเรื่องเพื่อใช้ในการหักภาษีเงินได้ของกรมสรรพากรได้ถึงสองเท่า



